2009/Nov/22

ทุกคนดูเศร้ามากๆ จุนซูดูจะยิ้มเยอะที่สุดแล้ว(แต่ก็น้อยกว่าเวลาปกติมาก)

แต่พอมาเห็นแฟนแคมที่เจาะแต่หน้าน้อง ...... ลูกปะป๊าหน้าเบะหลายรอบมาก TT^TT

BABY DON'T CRY ~ TTTTT^TTTT 

ต้องอดทนยิ้มสู้แบบนี้เหนื่อยมั้ยคนดี ~

แจก็นิ่งมากนิ่งจนน่ากลัวเลยล่ะ มิกก็ดูหลุดๆ ทุกคนดูไม่เหมือนเดิม เราก็เฟล T^T

แต่พอได้อ่านสัมภาษณ์ก็รู้สึกดีขึ้นนิดนึงนะ

the three members said through Mnet, “All five members will participate in various international awards at the end of the year as TVXQ,” and “So far we’ve been focusing a lot on overseas activities, therefore we feel sorry for all Korea fans who keep waiting for us.”

The three members also said, “Through this music festival, we want to greet and say thank you to our fans,” and “It would have been better if all five members could attend.”

แบบเต็ม >> http://sharingyoochun.wordpress.com/2009/11/21/news-091121-3-tvxq-members-it-would-have-been-better-if-5-members-could-attend/ 

.

หมายความว่าถ้าอยู่นอกประเทศก็จะครบ 5 ใช่มั้ย ทุกอย่างจะเหมือนเดิมใช่มั้ย

ที่เกาหลีมันติดสัญญากับบริษัทบ้าๆนั่นสินะ ถึงมาด้วยกันไม่ได้

ได้อ่านแล้วก็โกรธว่ะ เซงบริษัท สงสาร korean fan ด้วย T^T

คิดถึงพี่ยุนกับน้องมินเหอะ ~

.

.

แล้วก็บางคนที่ด่าสามคนนี้ที่มาออกงาน คงจะพอเข้าใจพวกเค้าบ้างแล้วใช่มั้ย

เพราะอยากเจอกับแฟนๆ เพราะรู้ว่ารางวัลนี้สำคัญแค่ไหน

เพราะอยากขอบคุณแฟนๆต่างหาก ไม่ได้จะมาอยากแรง อยากหักหน้า

ไม่ใช่ไม่อยากมาด้วยกัน 5 คน แต่มันมาไม่ได้ต่างหาก

ถ้าเชื่อแล้วก็ต้องเชื่ออย่างถึงที่สุดสิ ว่ายังไง TVXQ ก็ต้องไม่มีวันแยกกัน

ไม่ใช่ดีแต่พูด Always keep the faith แต่สิ่งที่แสดงออกมันสวนทาง

faith ของพวกคุณคืออะไร ?? ลองถามตัวเองดูหน่อยแล้วกัน

.

.

ปล. แอบน้ำตาไหลตอนดู again & again แล้วเห็นที่ว่างที่เว้นให้แจบอม

รู้สึกแปลกๆวูบๆโหวงๆ ตอนมีข่าวก็รู้สึกแย่แล้ว พอมาเห็นแบบนี้กับตา

ก็เลย .......... TTT^TTT *พรากกกก*

.

2009/Nov/08

[SF] toki wo tomete
By..Fz*FunkyBoyZ
Note : ชอบเพลงนี้มาก+นอยด์เล็กน้อย เลยอยากแต่งฟิกอารมณ์นี้ ~
Credit : Romanji lyrics & Thai Translation: bow6886@tvxqdreamland


ฟังก่อนอ่านแล้วอาจจะอิน 55
http://www.youtube.com/watch?v=bo9QK91ZTjg

------------


ไอเย็นที่ถูกพ่นออกมาจากลมหายใจ
เทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกหนาวเหน็บที่เกิดขึ้นภายในใจของผม

เสียงปรบมือต้อนรับดังกึกก้อง กลับไม่ได้เเว่วเข้ามาในโสตประสาท
เปียโนสีขาวที่วางอยู่ตรงหน้า ช่างเข้ากับบรรยากาศในยามที่หิมะกำลังโปรยปราย

แต่สิ่งที่ผมมองเห็น..มีเพียงรอยยิ้มของเขาเท่านั้น


.
.
.


ในวันที่หิมะแรกของฤดูหนาวได้ร่วงหล่น
ผมห่อตัวพลางกระชับเสื้อโค้ทตัวใหญ่หวังเพียงให้มันสร้างความอบอุ่น
พลางย่างก้าวอย่างลำบากท่ามกลางถนนที่มีหิมะปกคลุม
ไอเย็นที่พ่นออกมาจากปากอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะต้องสบถออกมา

จวบจนมองเห็นจุดหมายปลายทางที่อยู่ข้างหน้า 
แทนที่ผมจะเร่งฝีเท้าให้เร็วมากขึ้น แต่ร่างกายของผมกลับไม่ยอมทำตามคำสั่ง

..เพียงเพราะเสียงไวโอลีนที่ดังแว่วมาตามลม..


ผมเดินตามเสียงท่วงทำนองโศกเศร้าราวกับถูกมนต์สะกด
เบื้องหน้าของผมท่ามกลางสีขาวของหิมะ ร่างของใครคนหนึ่งกำลังสีไวโอลีนอยู่บนม้านั่งที่ประจำของผม
ผมยืนนิ่งมองแผ่นหลังเล็ก พลางซึมซับท่วงทำนองของบทเพลงที่กำลังได้ยิน

..คนแปลกหน้า คุณกำลังเหงาอยู่ใช่มั้ย..


จนเมื่อเสียงโน๊ตตัวสุดท้ายได้จบลง ผมเผลอยกมือขึ้นปรบอย่างไม่รู้ตัว
และตอนนั้นเอง..คือ ครั้งแรกที่ผมได้รู้จักกับคิมจุนซู


.
.


ใบหน้าหวานน่ารักราวกับเด็กสาวแรกรุ่น 
ดวงตากลมใสที่มองมายังผมอย่างสนใจในทุกสิ่งที่ผมพูด
ริมฝีปากอิ่มที่ซีดลงเล็กน้อยด้วยความหนาวของอากาศ แต่ยังคงคลี่ยิ้มอยู่ตลอดการสนทนา
รอยยิ้มที่ทำให้ผมอยากจะใช้เวลาอยู่กับคนๆนี้เป็นเวลานานๆ

จุนซูเป็นเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม เขาเพิ่งย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านเมื่อไม่กี่วันก่อน
จึงไม่แปลกที่ผมไม่เคยเห็นหน้าเขาเลย ทั้งที่ผมมาสวนสาธารณะแห่งนี้เกือบทุกวัน
ม้านั่งประจำของผมริมทะเลสาบขนาดเล็ก ที่ๆผมปลดปล่อยความคิดและความรู้สึก เพื่อกลั่นกรองออกมาเป็นบทเพลง

จุนซูบอกว่าเขาเล่นไวโอลีนเป็นงานอดิเรก 
..เล่นแก้เหงา..เขายิ้ม แล้วบอกผมอย่างนั้น

ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนกับหายใจไม่ออก เวลามองเห็นความเศร้าลึกๆในดวงตาใสคู่นั้น
ผมยื่นมือออกไปจับมือของเขาไว้แน่น ..ถึงผมจะไม่ใช่คนดีมากมายนัก แต่ผมก็อยากทำให้เค้าสบายใจ

"ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องเหงาแล้วนะ เพราะเราเป็นเพื่อนกันแล้ว"

.
.


..นั่นเป็นเหมือนคำสัญญา ว่าเราจะอยู่ข้างๆกันตลอดไป..

.
.


ตั้งแต่วันนั้น ทุกเย็นผมกับจุนซูก็มาเจอกันที่สถานที่แห่งนั้น
พูดคุยเรื่องราวต่างๆที่ได้เจอมาในแต่ละวัน ให้กันและกันฟัง
แลกเปลี่ยนความคิดเรื่องดนตรีและเรื่องต่างๆอย่างไม่รู้จักเบื่อ
จนกลับกลายเป็นว่า ในทุกๆวันของการใช้ชีวิต ผมรอคอยเพียงช่วงเวลาที่จะได้อยู่กับจุนซูเท่านั้น

"วันเกิดปีนี้ ยูชอนจะให้อะไรชั้นเหรอ"
ดวงตาใสมองมายังผมอย่างคาดหวัง แน่นอนว่าความเศร้าในดวงตาคู่นี้ได้หายไปแล้ว
นับตั้งแต่วันที่ผมสัญญาว่าเราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป..

"อีกตั้งนานน่า นี่เพิ่งจะผ่านวันเกิดชั้นมาไม่กี่วันเองนะ ยังคิดไม่ออกเลย"
ผมบ่ายเบี่ยง ทั้งที่ในใจมีคำตอบอยู่แล้วว่าผมจะให้อะไรกับจุนซู

"อะไรกัน วันเกิดยูชอน ชั้นยังตั้งใจทำเค้กก้อนแรกในชีวิตให้เลยนะ"
ริมฝีปากบางยู่ลงอย่างขัดใจ ท่าทางน่ารักนั่นผมเห็นมันจนชินเสียแล้ว แต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่ชอบเสียเมื่อไหร่

"เอาน่า รับรองว่านายต้องชอบมันมากแน่ๆ"
ผมวาดแขนไปโอบไหล่บาง พลางใช้มืออีกข้างขยี้หัวอีกฝ่ายเบาๆ 
เสียงเล็กครางอย่างขัดใจ แต่ก็วาดแขนเข้ามากอดตอบผม พลางซุกหน้าลงกับไหล่อย่างออดอ้อน

..ผมไม่รู้ว่าเพื่อนกันต้องทำตัวยังไง แต่คนที่ผมอยากจะกอดเอาไว้แบบนี้ มีแค่จุนซูคนเดียว..


.
.


กระดาษสีขาวที่มีเส้นบรรทัดห้าเส้นวางอยู่ตรงหน้า 
ดินสอคู่ใจที่แต่งเพลงส่งประกวดชนะมานักต่อนัก กลับไม่ได้ทำหน้าที่ของมัน 
เพียงเพราะเจ้าของไม่รู้จะกลั่นกรองความรู้สึกที่มีออกมาได้ยังไง

ผมจะแต่งเพลงอะไรให้จุนซู .. 
ผมจะใช้คำพูดแบบไหนบรรยายความรู้สึกที่มีในใจนี้ออกมาได้..


.
.


จนใกล้อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงวันเกิดของเขาแล้ว 
กระดาษแผ่นนั้นก็ยังคงว่างเปล่า..

"มาช้าจังเลยวันนี้" 
ผมพูดโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เพราะเพียงแค่เห็นรองเท้าคู่เล็กที่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ผมก็รู้ทันทีว่านี่คือใคร

"ขอโทษนะ..พอดีติดธุระนิดหน่อย.."

"เดี๋ยวนี้หัดมีธุระแล้วเหรอ..เอ๊ะ..จุนซูทำไมนายหน้าซีดแบบนั้นล่ะ"
คำพูดที่ตั้งใจว่าจะเอ่ยแซวออกไปกลืนหายเข้าไปทันที เมื่อมองเงยหน้าจากหนังสือเล่มเล็กเพื่อมองมายังเขา

ใบหน้าหวานที่เคยสดใสกลับซีดเซียวลงจนน่าใจหาย ผมรีบวางหนังสือลงพลางยกมือขึ้นลูบแก้มใสเบาๆอย่างเป็นห่วง

"ไม่สบายเหรอจุนซู ถ้าไม่สบายก็โทรมาบอกสิ จะออกมาทำไม หนาวจะตาย"


อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว อีกไม่นานหิมะก็คงจะตก 
ผมลืมบอกไปว่าจุนซูร่างกายไม่ค่อยเเข็งแรงนัก 
หลังๆมานี้ หลายครั้งที่เค้าผิดนัดช่วงเย็นของเรา เพราะไม่สบายต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน
ทั้งที่ผมอยากจะไปเยี่ยมเค้า แต่จุนซูก็ไม่ยอมให้ผมมา และไม่เคยบอกผมเลยว่าบ้านเค้าอยู่ตรงส่วนไหนของหมู่บ้าน

..มีอะไรที่ผมยังไม่รู้เกี่ยวกับจุนซูอีกเยอะ แต่เมื่อเค้าไม่อยากเล่า ผมก็ไม่เซ้าซี้ที่จะถาม เพราะผมไม่อยากทำให้เค้าไม่สบายใจ..


"ก็วันนี้สัญญาว่าจะไปกินราเม็งที่ร้านหลังหมู่บ้านไม่ใช่เหรอ..ชั้นอยากกินนี่นา"
เสียงเล็กที่ฟังดูแหบลงอย่างเห็นได้ชัดเอ่ยออกมา บวกกับสีหน้าอ้อนๆที่ทำให้ผมใจอ่อน

ผมรีบก้มลงเก็บของ ก่อนจะคว้ามือเล็กขึ้นมากุมไว้ แล้วพาก้าวออกเดินไปด้วยกัน
แต่เพียงไม่กี่ก้าวที่ออกเดินจากสวนสาธารณะ มือเล็กๆนั่นก็เลื่อนหลุดจากมือของผมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

"จุนซู!!"


.
.


กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ผมเเสนเกลียด แต่มาตอนนี้ได้กลับกลายเป็นความเคยชิน
เพราะที่นัดพบของเรา ได้เปลี่ยนจากม้านั่งริมทะเลสาบ มาเป็นโรงพยาบาลเล็กๆเเห่งหนึ่งในหมู่บ้าน

และมีเพียงผมเท่านั้น ที่เป็นฝ่ายเดินทางมาหาเค้า..


"ไงจุนซู วันนี้นายเป็นยังไงบ้าง ชั้นนะเหนื่อยสุดๆไปเลยล่ะ วันนี้มีสอบเปียโน แถมอาจารย์ก็โหดมากก
จำอาจารย์โคที่ชั้นเล่าให้นายฟังได้มั้ย ..โหดชะมัดเลย กว่าจะเล่นผ่านทำเอาชั้นเหงื่อตกแน่ะ..

..นี่จุนซู..นายจะไม่พูดอะไรกับชั้นหน่อยเลยเหรอ.."


ร่างบอบบางในชุดคนไข้ นอนหลับอยู่บนเตียงสีขาวอย่างนิ่งสงบ
จุนซูหมดสติไปตั้งแต่วันที่เราเดินออกมาจากสวนสาธารณะ เขาล้มลงไปทั้งที่มือของเรายังจับกันไว้อยู่
ผมรีบอุ้มเค้ามาส่งโรงพยาบาล ..ภาพใบหน้าซีดเซียวยามไร้สติของเขา ยังคงติดอยู่ในความทรงจำของผม

เขาหลับไปตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ..วันที่อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงวันเกิดของเขา

คุณพ่อคุณแม่ของจุนซูที่ตอนนี้คุ้นเคยกับการที่ผมมาเฝ้าเขาในทุกๆวัน บอกกับผมว่าจุนซูเป็นโรคประจำตัวที่ไม่มีทางรักษาหาย
ที่ครอบครัวของเขาย้ายมาอยู่ที่นี่ ก็เพราะอยากให้จุนซูได้อยู่ในสภาพแวดล้อมดีๆ ที่จะทำให้อาการของเขาดีขึ้น

จุนซูมีแต่พ่อกับแม่ที่คอยตามใจดูแลประคบประหงมอย่างดี จนทำให้ติดนิสัยขี้อ้อน เอาแต่ใจ 
จุนซูไม่เคยมีเพื่อนสนิท เพราะตลอดชีวิตของเขาต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้งจนเรียนไม่ทันคนอื่นๆ

..ผมเป็นเพื่อนสนิทคนแรกของเขา..

คุณพ่อคุณแม่ของจุนซูบอกว่า จุนซูชอบกลับมาเล่าเรื่องของผมให้พวกท่านฟังเสมอ
พวกท่านเองก็อยากทำความรู้จักกับผม แต่จุนซูไม่ยอม เพียงเพราะกลัวว่าท่านจะเผลอบอกเรื่องที่จุนซูเป็นโรคประจำตัวให้ผมฟัง

..เด็กโง่..เค้าไม่เคยบอกอะไรกับผมเลย..



ผมดึงมือเล็กๆนั้นขึ้นมากุม ก่อนจะแนบหน้าลงไปบนฝ่ามือนั้น
ผมจะไม่ต้องการอะไรเลย ..ผมขอแค่ให้เค้าตื่นขึ้นมาคุยกับผม ..ยิ้มให้ผม 
อยู่ข้างๆกันทุกวันเหมือนอย่างที่เคยเป็น ..อยู่ข้างๆกันเหมือนที่เราได้สัญญากันไว้

"จุนซู..ชั้นคิดถึงนาย"

น้ำหยาดใสไหลออกจากดวงตาของผมอย่างไม่รุ้ตัว ราวกับจะถ่ายทอดความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก
ผมกลัว กลัวเหลือเกินว่าเค้าจะไม่ตื่นมาอีก กลัวจะไม่มีวันที่เราได้นั่งอยู่ข้างๆกันในสวนสาธารณะอีกครั้ง
กลัวที่จะไม่ได้เห็นรอยยิ้มของจุนซู กลัวที่จะไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของเขา กลัวที่จะไม่ได้กอดเขาเอาไว้ 

ผมโทษตัวเอง ผมน่าจะกอดเค้าให้แน่นกว่านี้ตอนที่เค้ากอดผม 
ผมน่าจะตามใจเค้าทุกอย่างเวลาที่เค้าอ้อนอยากได้อะไร
ผมน่าจะซักไซ้ถามเค้า จนรู้เรื่องที่เค้าไม่สบาย ผมจะได้คอยดูแลเขา
ผมอยากทำทุกอย่างให้ดีกว่านี้ .. ผมอยากจะทำเพื่อเค้าให้มากกว่านี้

ให้โอกาสกันหน่อยได้มั้ยจุนซู..


.
.


กลุ่มจักรราศีของฤดูร้อน ได้พาเอาความเร่งรีบของผมหายไป
เส้นทางแคบๆระหว่างตึกสูง ก็หลบหายไปเช่นกัน
ถนนที่พวกเราผ่านไปทุกๆวัน
ได้เก็บเอาเรื่องราวเล็กๆน้อยๆที่ทำให้รู้สึกอยากร้องไห้ไว้

ร้านที่เมื่อก่อนคุณพูดอยู่บ่อยๆว่าอยากไปนั้น
มันไม่มีอยู่แล้ว แต่ไม่ว่าวันไหน 
พวกเราก็เชื่อในความรักที่ไม่มีวันจบลงของเราสองคน

ผมอยากหยุดเวลาเอาไว้ เพื่อที่จะได้อยู่ข้างๆคุณตลอดไป
อยากที่จะกอดคุณให้แน่นยิ่งขึ้น
ค่อยๆใช้เวลาไปกับการจดจำเรื่องราวของคุณ ทีละเล็ก ทีละน้อย
ผมเชื่อแค่ความเป็นนิรันดร

ผมอยากหยุดเวลาเอาไว้ เพื่อที่จะได้อยู่ข้างๆคุณตลอดไป
ผมเงยหน้ามองท้องฟ้า แล้วรวบรวมคำอธิฐาน
เฝ้ามอง แต่ละดวง แต่ละดวง ดวงดาวยังส่องประกายต่อไป 
และค้นหาตัวตนของคุณ

ผมอยากหยุดเวลาเอาไว้ เพื่อที่จะได้อยู่ข้างๆคุณตลอดไป
อยากที่จะกอดคุณให้แน่นยิ่งขึ้น
ค่อยๆใช้เวลาไปกับการจดจำเรื่องราวของคุณ ทีละเล็ก ทีละน้อย
ผมเชื่อแค่ความเป็นนิรันดร



.
.


เสียงเปียโนและบทเพลงที่ผมตั้งใจแต่งให้จุนซูจบลง พร้อมกับน้ำตาของผม
ผมหลับตาลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองดาวบนฟ้า

ที่ตรงนั้น..ผมเห็นรอยยิ้มของจุนซู


THE END


-------------


Talk 

ฟิคชั่ววูบอย่างแรงคับผม 
ชอบเพลงนี้อยุ่แล้ว พอมาเห็นคำแปลตอนตี 1 พอ ตี3.30 พิมฟิคเสดเลย T^T
ไม่ได้แต่งนานมากๆ แถมยังรีบมากๆ ติดขัดอะไรไปบ้างโปรดให้อภัย T^T
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะค้าบผม ~ 

ปล.หน้าหนาวนี่มันทำให้คนนอยด์ง่ายหรืออย่างไร TT^TT ~

 



Fz* Do you Belive in Destiny ?? ... ... Junsu&Yuchun... Born 2 love ... ...Thx for your visit my blog ^^...
View full profile