[SF] toki wo tomete
By..Fz*FunkyBoyZ
Note : ชอบเพลงนี้มาก+นอยด์เล็กน้อย เลยอยากแต่งฟิกอารมณ์นี้ ~
Credit : Romanji lyrics & Thai Translation: bow6886@tvxqdreamland
ฟังก่อนอ่านแล้วอาจจะอิน 55
http://www.youtube.com/watch?v=bo9QK91ZTjg
------------
ไอเย็นที่ถูกพ่นออกมาจากลมหายใจ
เทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกหนาวเหน็บที่เกิดขึ้นภายในใจของผม
เสียงปรบมือต้อนรับดังกึกก้อง กลับไม่ได้เเว่วเข้ามาในโสตประสาท
เปียโนสีขาวที่วางอยู่ตรงหน้า ช่างเข้ากับบรรยากาศในยามที่หิมะกำลังโปรยปราย
แต่สิ่งที่ผมมองเห็น..มีเพียงรอยยิ้มของเขาเท่านั้น
.
.
.
ในวันที่หิมะแรกของฤดูหนาวได้ร่วงหล่น
ผมห่อตัวพลางกระชับเสื้อโค้ทตัวใหญ่หวังเพียงให้มันสร้างความอบอุ่น
พลางย่างก้าวอย่างลำบากท่ามกลางถนนที่มีหิมะปกคลุม
ไอเย็นที่พ่นออกมาจากปากอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะต้องสบถออกมา
จวบจนมองเห็นจุดหมายปลายทางที่อยู่ข้างหน้า
แทนที่ผมจะเร่งฝีเท้าให้เร็วมากขึ้น แต่ร่างกายของผมกลับไม่ยอมทำตามคำสั่ง
..เพียงเพราะเสียงไวโอลีนที่ดังแว่วมาตามลม..
ผมเดินตามเสียงท่วงทำนองโศกเศร้าราวกับถูกมนต์สะกด
เบื้องหน้าของผมท่ามกลางสีขาวของหิมะ ร่างของใครคนหนึ่งกำลังสีไวโอลีนอยู่บนม้านั่งที่ประจำของผม
ผมยืนนิ่งมองแผ่นหลังเล็ก พลางซึมซับท่วงทำนองของบทเพลงที่กำลังได้ยิน
..คนแปลกหน้า คุณกำลังเหงาอยู่ใช่มั้ย..
จนเมื่อเสียงโน๊ตตัวสุดท้ายได้จบลง ผมเผลอยกมือขึ้นปรบอย่างไม่รู้ตัว
และตอนนั้นเอง..คือ ครั้งแรกที่ผมได้รู้จักกับคิมจุนซู
.
.
ใบหน้าหวานน่ารักราวกับเด็กสาวแรกรุ่น
ดวงตากลมใสที่มองมายังผมอย่างสนใจในทุกสิ่งที่ผมพูด
ริมฝีปากอิ่มที่ซีดลงเล็กน้อยด้วยความหนาวของอากาศ แต่ยังคงคลี่ยิ้มอยู่ตลอดการสนทนา
รอยยิ้มที่ทำให้ผมอยากจะใช้เวลาอยู่กับคนๆนี้เป็นเวลานานๆ
จุนซูเป็นเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม เขาเพิ่งย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านเมื่อไม่กี่วันก่อน
จึงไม่แปลกที่ผมไม่เคยเห็นหน้าเขาเลย ทั้งที่ผมมาสวนสาธารณะแห่งนี้เกือบทุกวัน
ม้านั่งประจำของผมริมทะเลสาบขนาดเล็ก ที่ๆผมปลดปล่อยความคิดและความรู้สึก เพื่อกลั่นกรองออกมาเป็นบทเพลง
จุนซูบอกว่าเขาเล่นไวโอลีนเป็นงานอดิเรก
..เล่นแก้เหงา..เขายิ้ม แล้วบอกผมอย่างนั้น
ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนกับหายใจไม่ออก เวลามองเห็นความเศร้าลึกๆในดวงตาใสคู่นั้น
ผมยื่นมือออกไปจับมือของเขาไว้แน่น ..ถึงผมจะไม่ใช่คนดีมากมายนัก แต่ผมก็อยากทำให้เค้าสบายใจ
"ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องเหงาแล้วนะ เพราะเราเป็นเพื่อนกันแล้ว"
.
.
..นั่นเป็นเหมือนคำสัญญา ว่าเราจะอยู่ข้างๆกันตลอดไป..
.
.
ตั้งแต่วันนั้น ทุกเย็นผมกับจุนซูก็มาเจอกันที่สถานที่แห่งนั้น
พูดคุยเรื่องราวต่างๆที่ได้เจอมาในแต่ละวัน ให้กันและกันฟัง
แลกเปลี่ยนความคิดเรื่องดนตรีและเรื่องต่างๆอย่างไม่รู้จักเบื่อ
จนกลับกลายเป็นว่า ในทุกๆวันของการใช้ชีวิต ผมรอคอยเพียงช่วงเวลาที่จะได้อยู่กับจุนซูเท่านั้น
"วันเกิดปีนี้ ยูชอนจะให้อะไรชั้นเหรอ"
ดวงตาใสมองมายังผมอย่างคาดหวัง แน่นอนว่าความเศร้าในดวงตาคู่นี้ได้หายไปแล้ว
นับตั้งแต่วันที่ผมสัญญาว่าเราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป..
"อีกตั้งนานน่า นี่เพิ่งจะผ่านวันเกิดชั้นมาไม่กี่วันเองนะ ยังคิดไม่ออกเลย"
ผมบ่ายเบี่ยง ทั้งที่ในใจมีคำตอบอยู่แล้วว่าผมจะให้อะไรกับจุนซู
"อะไรกัน วันเกิดยูชอน ชั้นยังตั้งใจทำเค้กก้อนแรกในชีวิตให้เลยนะ"
ริมฝีปากบางยู่ลงอย่างขัดใจ ท่าทางน่ารักนั่นผมเห็นมันจนชินเสียแล้ว แต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่ชอบเสียเมื่อไหร่
"เอาน่า รับรองว่านายต้องชอบมันมากแน่ๆ"
ผมวาดแขนไปโอบไหล่บาง พลางใช้มืออีกข้างขยี้หัวอีกฝ่ายเบาๆ
เสียงเล็กครางอย่างขัดใจ แต่ก็วาดแขนเข้ามากอดตอบผม พลางซุกหน้าลงกับไหล่อย่างออดอ้อน
..ผมไม่รู้ว่าเพื่อนกันต้องทำตัวยังไง แต่คนที่ผมอยากจะกอดเอาไว้แบบนี้ มีแค่จุนซูคนเดียว..
.
.
กระดาษสีขาวที่มีเส้นบรรทัดห้าเส้นวางอยู่ตรงหน้า
ดินสอคู่ใจที่แต่งเพลงส่งประกวดชนะมานักต่อนัก กลับไม่ได้ทำหน้าที่ของมัน
เพียงเพราะเจ้าของไม่รู้จะกลั่นกรองความรู้สึกที่มีออกมาได้ยังไง
ผมจะแต่งเพลงอะไรให้จุนซู ..
ผมจะใช้คำพูดแบบไหนบรรยายความรู้สึกที่มีในใจนี้ออกมาได้..
.
.
จนใกล้อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงวันเกิดของเขาแล้ว
กระดาษแผ่นนั้นก็ยังคงว่างเปล่า..
"มาช้าจังเลยวันนี้"
ผมพูดโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เพราะเพียงแค่เห็นรองเท้าคู่เล็กที่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ผมก็รู้ทันทีว่านี่คือใคร
"ขอโทษนะ..พอดีติดธุระนิดหน่อย.."
"เดี๋ยวนี้หัดมีธุระแล้วเหรอ..เอ๊ะ..จุนซูทำไมนายหน้าซีดแบบนั้นล่ะ"
คำพูดที่ตั้งใจว่าจะเอ่ยแซวออกไปกลืนหายเข้าไปทันที เมื่อมองเงยหน้าจากหนังสือเล่มเล็กเพื่อมองมายังเขา
ใบหน้าหวานที่เคยสดใสกลับซีดเซียวลงจนน่าใจหาย ผมรีบวางหนังสือลงพลางยกมือขึ้นลูบแก้มใสเบาๆอย่างเป็นห่วง
"ไม่สบายเหรอจุนซู ถ้าไม่สบายก็โทรมาบอกสิ จะออกมาทำไม หนาวจะตาย"
อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว อีกไม่นานหิมะก็คงจะตก
ผมลืมบอกไปว่าจุนซูร่างกายไม่ค่อยเเข็งแรงนัก
หลังๆมานี้ หลายครั้งที่เค้าผิดนัดช่วงเย็นของเรา เพราะไม่สบายต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน
ทั้งที่ผมอยากจะไปเยี่ยมเค้า แต่จุนซูก็ไม่ยอมให้ผมมา และไม่เคยบอกผมเลยว่าบ้านเค้าอยู่ตรงส่วนไหนของหมู่บ้าน
..มีอะไรที่ผมยังไม่รู้เกี่ยวกับจุนซูอีกเยอะ แต่เมื่อเค้าไม่อยากเล่า ผมก็ไม่เซ้าซี้ที่จะถาม เพราะผมไม่อยากทำให้เค้าไม่สบายใจ..
"ก็วันนี้สัญญาว่าจะไปกินราเม็งที่ร้านหลังหมู่บ้านไม่ใช่เหรอ..ชั้นอยากกินนี่นา"
เสียงเล็กที่ฟังดูแหบลงอย่างเห็นได้ชัดเอ่ยออกมา บวกกับสีหน้าอ้อนๆที่ทำให้ผมใจอ่อน
ผมรีบก้มลงเก็บของ ก่อนจะคว้ามือเล็กขึ้นมากุมไว้ แล้วพาก้าวออกเดินไปด้วยกัน
แต่เพียงไม่กี่ก้าวที่ออกเดินจากสวนสาธารณะ มือเล็กๆนั่นก็เลื่อนหลุดจากมือของผมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
"จุนซู!!"
.
.
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ผมเเสนเกลียด แต่มาตอนนี้ได้กลับกลายเป็นความเคยชิน
เพราะที่นัดพบของเรา ได้เปลี่ยนจากม้านั่งริมทะเลสาบ มาเป็นโรงพยาบาลเล็กๆเเห่งหนึ่งในหมู่บ้าน
และมีเพียงผมเท่านั้น ที่เป็นฝ่ายเดินทางมาหาเค้า..
"ไงจุนซู วันนี้นายเป็นยังไงบ้าง ชั้นนะเหนื่อยสุดๆไปเลยล่ะ วันนี้มีสอบเปียโน แถมอาจารย์ก็โหดมากก
จำอาจารย์โคที่ชั้นเล่าให้นายฟังได้มั้ย ..โหดชะมัดเลย กว่าจะเล่นผ่านทำเอาชั้นเหงื่อตกแน่ะ..
..นี่จุนซู..นายจะไม่พูดอะไรกับชั้นหน่อยเลยเหรอ.."
ร่างบอบบางในชุดคนไข้ นอนหลับอยู่บนเตียงสีขาวอย่างนิ่งสงบ
จุนซูหมดสติไปตั้งแต่วันที่เราเดินออกมาจากสวนสาธารณะ เขาล้มลงไปทั้งที่มือของเรายังจับกันไว้อยู่
ผมรีบอุ้มเค้ามาส่งโรงพยาบาล ..ภาพใบหน้าซีดเซียวยามไร้สติของเขา ยังคงติดอยู่ในความทรงจำของผม
เขาหลับไปตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ..วันที่อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงวันเกิดของเขา
คุณพ่อคุณแม่ของจุนซูที่ตอนนี้คุ้นเคยกับการที่ผมมาเฝ้าเขาในทุกๆวัน บอกกับผมว่าจุนซูเป็นโรคประจำตัวที่ไม่มีทางรักษาหาย
ที่ครอบครัวของเขาย้ายมาอยู่ที่นี่ ก็เพราะอยากให้จุนซูได้อยู่ในสภาพแวดล้อมดีๆ ที่จะทำให้อาการของเขาดีขึ้น
จุนซูมีแต่พ่อกับแม่ที่คอยตามใจดูแลประคบประหงมอย่างดี จนทำให้ติดนิสัยขี้อ้อน เอาแต่ใจ
จุนซูไม่เคยมีเพื่อนสนิท เพราะตลอดชีวิตของเขาต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้งจนเรียนไม่ทันคนอื่นๆ
..ผมเป็นเพื่อนสนิทคนแรกของเขา..
คุณพ่อคุณแม่ของจุนซูบอกว่า จุนซูชอบกลับมาเล่าเรื่องของผมให้พวกท่านฟังเสมอ
พวกท่านเองก็อยากทำความรู้จักกับผม แต่จุนซูไม่ยอม เพียงเพราะกลัวว่าท่านจะเผลอบอกเรื่องที่จุนซูเป็นโรคประจำตัวให้ผมฟัง
..เด็กโง่..เค้าไม่เคยบอกอะไรกับผมเลย..
ผมดึงมือเล็กๆนั้นขึ้นมากุม ก่อนจะแนบหน้าลงไปบนฝ่ามือนั้น
ผมจะไม่ต้องการอะไรเลย ..ผมขอแค่ให้เค้าตื่นขึ้นมาคุยกับผม ..ยิ้มให้ผม
อยู่ข้างๆกันทุกวันเหมือนอย่างที่เคยเป็น ..อยู่ข้างๆกันเหมือนที่เราได้สัญญากันไว้
"จุนซู..ชั้นคิดถึงนาย"
น้ำหยาดใสไหลออกจากดวงตาของผมอย่างไม่รุ้ตัว ราวกับจะถ่ายทอดความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก
ผมกลัว กลัวเหลือเกินว่าเค้าจะไม่ตื่นมาอีก กลัวจะไม่มีวันที่เราได้นั่งอยู่ข้างๆกันในสวนสาธารณะอีกครั้ง
กลัวที่จะไม่ได้เห็นรอยยิ้มของจุนซู กลัวที่จะไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของเขา กลัวที่จะไม่ได้กอดเขาเอาไว้
ผมโทษตัวเอง ผมน่าจะกอดเค้าให้แน่นกว่านี้ตอนที่เค้ากอดผม
ผมน่าจะตามใจเค้าทุกอย่างเวลาที่เค้าอ้อนอยากได้อะไร
ผมน่าจะซักไซ้ถามเค้า จนรู้เรื่องที่เค้าไม่สบาย ผมจะได้คอยดูแลเขา
ผมอยากทำทุกอย่างให้ดีกว่านี้ .. ผมอยากจะทำเพื่อเค้าให้มากกว่านี้
ให้โอกาสกันหน่อยได้มั้ยจุนซู..
.
.
กลุ่มจักรราศีของฤดูร้อน ได้พาเอาความเร่งรีบของผมหายไป
เส้นทางแคบๆระหว่างตึกสูง ก็หลบหายไปเช่นกัน
ถนนที่พวกเราผ่านไปทุกๆวัน
ได้เก็บเอาเรื่องราวเล็กๆน้อยๆที่ทำให้รู้สึกอยากร้องไห้ไว้
ร้านที่เมื่อก่อนคุณพูดอยู่บ่อยๆว่าอยากไปนั้น
มันไม่มีอยู่แล้ว แต่ไม่ว่าวันไหน
พวกเราก็เชื่อในความรักที่ไม่มีวันจบลงของเราสองคน
ผมอยากหยุดเวลาเอาไว้ เพื่อที่จะได้อยู่ข้างๆคุณตลอดไป
อยากที่จะกอดคุณให้แน่นยิ่งขึ้น
ค่อยๆใช้เวลาไปกับการจดจำเรื่องราวของคุณ ทีละเล็ก ทีละน้อย
ผมเชื่อแค่ความเป็นนิรันดร
ผมอยากหยุดเวลาเอาไว้ เพื่อที่จะได้อยู่ข้างๆคุณตลอดไป
ผมเงยหน้ามองท้องฟ้า แล้วรวบรวมคำอธิฐาน
เฝ้ามอง แต่ละดวง แต่ละดวง ดวงดาวยังส่องประกายต่อไป
และค้นหาตัวตนของคุณ
ผมอยากหยุดเวลาเอาไว้ เพื่อที่จะได้อยู่ข้างๆคุณตลอดไป
อยากที่จะกอดคุณให้แน่นยิ่งขึ้น
ค่อยๆใช้เวลาไปกับการจดจำเรื่องราวของคุณ ทีละเล็ก ทีละน้อย
ผมเชื่อแค่ความเป็นนิรันดร
.
.
เสียงเปียโนและบทเพลงที่ผมตั้งใจแต่งให้จุนซูจบลง พร้อมกับน้ำตาของผม
ผมหลับตาลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองดาวบนฟ้า
ที่ตรงนั้น..ผมเห็นรอยยิ้มของจุนซู
THE END
-------------
Talk
ฟิคชั่ววูบอย่างแรงคับผม
ชอบเพลงนี้อยุ่แล้ว พอมาเห็นคำแปลตอนตี 1 พอ ตี3.30 พิมฟิคเสดเลย T^T
ไม่ได้แต่งนานมากๆ แถมยังรีบมากๆ ติดขัดอะไรไปบ้างโปรดให้อภัย T^T
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะค้าบผม ~
ปล.หน้าหนาวนี่มันทำให้คนนอยด์ง่ายหรืออย่างไร TT^TT ~


