[Fic] BREAK OUT EP.5

posted on 15 Feb 2016 19:39 by funkyboyz

Title :: BREAK OUT
Author :: Fz*FunkyBoyZ
Pairing :: Yoochun x Junsoo
Note :: ฟิกชั่นเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากซี่รี่ย์ prison break ในบางจุด

Author Talk :: มาต่อช้าเพราะติดซี่รีย์ AHS หนักมากค่ะ สัญญาว่าจะมาต่อให้ไวกว่านี้น้าา >//<
Happy valentine's day นะคะทุกคน ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์และทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ

----------------------------------------------------------------------------------

BREAK OUT #5 - Architect

"ให้ตายสิ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ"
มือหนาทุบลงที่กำแพงอิฐหนาตรงมุมหนึ่งของลานกลางแจ้งในสนาม ช่วงเวลาพักตอนเช้า
เขาสังหรณ์ใจตั้งแต่แจจุงเรียกให้ออกมาคุยเป็นการส่วนตัวแล้วว่าจะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น
ซึ่งมันก็เป็นจริง เมื่อได้ยินข่าวร้ายจากเพื่อนรักที่บอกว่า ยูฮวานถูกทำร้ายจนต้องเข้าโรงพยาบาลเมื่อคืนนี้
ยิ่งไปกว่านั้นบ้านของเขาและยูฮวานก็ถูกรื้อค้น ทำลายข้าวของจนเละเทะไปหมด
นั่นทำให้ยูชอนร้อนใจยิ่งกว่าถูกไฟเผา ... เห็นทีคราวหน้า พวกมันคงเอาถึงตายแน่ๆ ถ้าได้เจอยูฮวานอีก

"ใจเย็นๆ ยูชอน ชั้นจ้างตำรวจมาเฝ้าน้องแกที่โรงพยาบาลไว้แล้ว รับรองไม่มีใครหน้าไหนจะทำร้ายยูฮวานได้อีก
แล้วถ้ายูฮวานออกโรงพยาบาล ชั้นจะไปรับถึงที่ แล้วก็จะให้ไปอยู่ที่บ้านกับชั้นก่อน แกไม่ต้องห่วง ชั้นจะดูแลให้เอง"
แจจุงตบไหล่เพื่อนรักอย่างปลอบใจ เขารู้ดีว่ายูชอนรู้สึกอย่างไร
การที่ต้องเห็นคนที่ตัวเองรักต้องเจ็บปวด แต่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ เป็นความรู้สึกที่ทรมานแค่ไหน

"ห้ามยูฮวานออกไปไหนมาไหน ถ้าไม่มีนายไปด้วย ออกไปแค่ตอนสอบจบก็พอ
ถ้าเรื่องเรียนเสร็จหมดแล้ว ก็ให้ไปอเมริกาทันที ไม่ต้องมาลาชั้น ชั้นฝากแกด้วยนะแจจุง" ยูชอนฝากฝังน้องกับเพื่อนรัก
ตอนนี้เขาก็ทำได้เพียงเท่านี้ ฝากแจจุงคอยดูแลจัดการทุกอย่าง เขานี่เป็นพี่ชายที่ใช้ไม่ได้เอาซะเลยจริงๆ

"น้องแกก็เหมือนน้องชั้น...ยูชอน แกทำเพื่อพวกเรามามากแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ ชั้นจะดูแลยูฮวานเอง"
ผู้คุมหน้าสวยสบตากับเพื่อนรักอย่างจริงจัง พร้อมเอ่ยคำมั่นสัญญากับเพื่อนรักที่ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อพวกเขา

...คืนวันวาเลนไทน์เมื่อเกือบ 4 ปีก่อน...

ในตอนนั้น ยูฮวานน้องชายของยูชอน กับ มินอาน้องสาวของเขา กำลังคบกันอยู่
ซึ่งทั้งคู่คบกันมาตั้งแต่เรียนมัธยม และพากันตั้งใจเรียนจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของเกาหลีได้
ครอบครัวของแจจุงเองก็เอ็นดูยูฮวานมาก เพราะเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก และยูฮวานก็เป็นเด็กดี
ทุกอย่างดูสวยงามไปเสียหมด จนกระทั่งถึงคืนวันนั้น คืนที่เปลี่ยนชีวิตของทุกคน

ขณะที่เขากับยูชอนออกไปดื่มตามประสาคนไร้คู่ พร้อมกับมองหาสาวโสดที่ผับในคืนวันวาเลนไทน์
ประมาณเที่ยงคืนกว่า ยูชอนก็ได้รับโทรศัพท์จากยูฮวาน เขาทั้งสองรีบออกไปหาอีกฝ่ายตามสถานที่ๆได้บอกไว้
แล้วก็พบกับยูฮวานกำลังกอดมินอาที่กำลังร้องไห้จนตัวสั่น และร่างไร้วิญญานของใครอีกคนที่นอนจมกองเลือดอยู่

ยูฮวานเล่าให้ฟังทั้งที่ปากคอยังสั่นด้วยความตกใจ มือที่เปื้อนเลือดเต็มไปหมดสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้
.....หลังจากที่ดินเนอร์กันเสร็จแล้ว ยูฮวานกับมินอาก็กำลังจะขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน แต่มินอาลืมของไว้ที่ร้านอาหาร
ยูฮวานจึงวิ่งกลับไปเอาให้ โดยให้มินอารออยู่แถวนั้น เพียงแค่ครู่เดียว ยูฮวานกลับมาก็ไม่เจอมินอาจึงรีบตามหาอีกฝ่าย
จนกระทั่งได้ยินเสียงคนร้องดังมาแว่วๆ ยูฮวานวิ่งตามเสียงนั้นไป และได้พบกับมินอากำลังถูกใครคนนึงปลุกปล้ำอยู่
ยูฮวานรีบเข้าไปช่วยมินอา ทั้งคู่ต่อสู้กัน จนมีจังหวะหนึ่งที่ยูฮวานใช้มีดของอีกฝ่ายที่ทำหล่นไว้
แทงสวนไปโดนจุดสำคัญ ทำให้ชายคนนั้นล้มลงตายคาที่.....

เขาเองก็แทบล้มทั้งยืนเมื่อเห็นสภาพของมินอา ที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ยยับเยิน
ยูชอนเองก็เหมือนช็อคไปชั่วขณะ แต่เมื่อรวบรวมสติได้ ก็เป็นยูชอนที่เป็นฝ่ายทำให้เขาช็อค
เพราะยูชอนบอกว่า จะรับผิดแทนยูฮวานเอง ยูชอนไม่อยากให้ยูฮวานเสียอนาคต
จึงจัดการจัดฉากเหตุการณ์ใหม่ ทำให้ตัวเองกลายเป็นคนฆ่าชายคนนั้นเอง
ยิ่งมารู้ตอนหลังว่า ชายคนนั้นคือ ซังวู นักเลงที่อยู่แก็งเดียวกับมาเฟียจีน ยูชอนก็ยิ่งบอกว่า ตัวเองคิดถูกที่ทำแบบนี้

...หลังจากเรื่องวันนั้น ยูฮวานก็ถูกสั่งให้ทำตัวตามปกติ
ทั้งที่เจ้าตัวไม่เต็มใจจะให้พี่ชายรับผิดแทน แต่ยูชอนก็ยอมพูดให้อีกฝ่ายยอมได้
ส่วนตัวเขาก็ต้องพามินอาไปรักษาตัวที่อเมริกา เพราะมินอาช็อคมากจนแทบเสียสติกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
น้องของเขาไม่สดใสร่าเริงอีกต่อไป กลายเป็นคนซึมเศร้า เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
... ครอบครัวของเขาเสียใจกับเรื่องนี้มาก และขอบคุณยูชอนอยู่ลึกๆที่จัดการเดนนรกคนนั้นไปเสียได้
พ่อของเขาจึงช่วยเหลือให้ยูชอนได้มาอยู่ที่เรือนจำในความควบคุมของตนเอง และสั่งให้ยูชอนได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
ตัวเขาเองก็ตามมาทำงานที่นี่ด้วย เพื่อที่จะคอยช่วยเหลือดูแลเพื่อนรักคนนี้อีกทาง...

ความจริงเรื่องที่ยูฮวานเป็นคนผิด มีแค่เขา ยูชอน ยูฮวาน มินอา เท่านั้นที่รู้
แต่ตอนนี้ชักจะไม่แน่ใจแล้วว่า พวกของซังวูจะรู้ความจริงนี้หรือเปล่า
เพราะยูฮวานกลายเป็นเป้าหมายในการถูกเล่นงานแบบนี้ ไม่แน่ว่าพวกของมันอาจจะสืบจนรู้ความจริงแล้วก็ได้

แจจุงเหลือบตามองเพื่อนรักที่เครียดหนักอย่างเห็นใจ
ทั้งที่ทำขนาดนี้แล้ว แต่เรื่องร้ายๆก็ยังไม่จบ ทำไมพระเจ้าทรงใจร้ายกับคนดีๆอย่างปาร์กยูชอนเสียเหลือเกิน

--------------------------------------------------------------

หลังจากที่ยูชอนขอเวลาไปคิดว่าจะเข้าร่วมแผนการณ์ของจุนซูหรือไม่ เพียงแค่อีก 2 วันให้หลัง ยูชอนก็มาตอบตกลง
ในตอนแรกยูชอนลังเล เพราะคิดเผื่อไปถึงกรณีที่แผนการล้มเหลว ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
แต่พอมีเรื่องของยูฮวานเข้ามาแบบนี้ ก็ทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้นกว่าเดิม
ใน เมื่อเขาเองก็ได้รับโทษจำคุกอยู่ที่นี่ตลอดชีวิตอยู่แล้ว ถึงจะหนีไม่สำเร็จ ก็จึงไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีอะไรที่แย่ไปกว่านี้
ผิดกับคนที่คิดแผนนี้ขึ้นมาต่างหาก ที่จะได้รับโทษจำคุกเพิ่มไปอีก 5 ปี แทนที่จะติดแค่ 7 ปีเท่านั้น

แต่ถ้าแผนนี้สำเร็จ เขาก็จะได้ออกไปดูแลยูฮวานและพาน้องหนีออกไปนอกประเทศ ไปในที่ๆไม่มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
เพียงเท่านี้เขากับยูฮวานก็จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ และไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาทำร้ายเหมือนในตอนนี้
...ถึงจะเป็นเดิมพันที่มีความเสี่ยงสูง แต่ผลตอบแทนที่อาจจะได้รับนั้นช่างคุ้มค่า...

"ขั้นตอนแรกของแผนก็คือ เจาะกำแพงผ่านทางช่องนี้ จากนั้นเราก็จะทะลุออกไปที่ด้านหลังของซอกกำแพง
มันจะมีทางเชื่อมไปที่ห้องควบคุมวงจรไฟฟ้าทั้งหมดของเรือนจำแดน 3"
มือเล็กกางแผ่นกระดาษที่ถูกแปะต่อกัน จากหน้ากระดาษแต่ละหน้าที่ถูกฉีกออกมาจากหนังสือไบเบิ้ลเล่มใหญ่ของจุนซู
เมื่อมองภายนอกมันก็ดูเหมือนไบเบิ้ลธรรมดาทั่วๆไป แต่เมื่อจุนซูทาน้ำยาบางอย่างลงบนกระดาษและใช้ไฟลนห่างๆ
ลายเส้นและสัญลักษณ์ต่างๆก็ปรากฏขึ้น ยูชอนนึกทึ่งกับการเตรียมการมาอย่างดีของจุนซู
ไม่น่าเชื่อเลยว่า คนที่ดูเหมือนเด็กน้อย ไม่มีพิษมีภัยแบบนี้ จะคิดแผนการที่ซับซ้อนขนาดนี้ขึ้นมาได้

"นายเจาะได้เยอะขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"
เสียงทุ้มเอ่ยอย่างแปลกใจ เมื่อจุนซูง้างโถส้วมสแตนเลสที่อยู่ข้างฝาผนังออก
เผยให้เห็นผนังอิฐบลอกก้อนใหญ่ที่ตอนนี้มีรูเล็กๆความกว้างประมาณหนึ่งเซนติเมตร เว้นห่างกันเป็นระยะระหว่างปูนที่เชื่อมอิฐแต่ละก้อน
ยูชอนฉีกเศษกระดาษออกเป็นเส้นยาว ก่อนสอดผ่านลอดรูออกไป เพื่อทดสอบระยะห่าง

"เก่งนี่ นึกว่านายจะเก่งแต่เรื่องไฟฟ้าที่เรียนมาซะอีก"
อดีต สถาปนิคหนุ่มเอ่ยกับคนตรงหน้าที่รู้หลักการพื้นฐานเกี่ยวกับโครงสร้างอาคาร ที่ไม่น่าจะเกี่ยวกับสาขาวิชาที่เจ้าตัวเรียนมาซักเท่าไหร่

"อันนี้ไม่ใช่ไอเดียชั้นหรอก ฮยอกแจแนะนำมาน่ะ"
"เพื่อนนายที่เล่าให้ฟังน่ะเหรอ"
จุนซูพยักหน้าแทนคำตอบ หลังจากที่ยูชอนตอบตกลงแล้ว เขาทั้งสองก็ได้มานั่งคุยกันอย่างจริงจัง
ทั้งเรื่องคดีของจุนโฮ ฮยอกแจ และแผนการณ์หนีบางส่วน ซึ่งจุนซูยังไม่บอกยูชอนถึงแผนทั้งหมด
เพราะลึกๆแล้ว เขาก็กลัวอีกฝ่ายเผลอหลุดไปพูดกับผู้คุมแจจุงเหมือนกัน

ยูชอนเองก็เล่าให้จุนซูฟังเรื่องคดีของเขา แต่ไม่ได้บอกความจริงเรื่องที่ยูฮวานเป็นคนทำ
ซึ่งจุนซูก็ดูจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น และยังบอกมาอีกว่า มันไม่ใช่ความผิดของเขา ถ้าเป็นตัวเองก็คงทำแบบนี้เหมือนกัน

"ทำยังไงบลอกนี้มันถึงจะพังล่ะ ชั้นลองดันมันตั้งหลายครั้ง ไม่เห็นจะกระเทือนซักนิด"
จุนซูเอามือทุบแรงๆลงบนก้อนอิฐ พลางทำหน้าเครียดเมื่อสิ่งที่คาดหวังไว้ ไม่เกิดขึ้น
"แรงแค่นั้นจะไปพออะไร มันต้องเป็นแรงกระแทกที่เยอะกว่านี้"
ยูชอนเอนตัวนอนลงก่อนใช้เท้าทั้งสองกระแทกเข้ากับก้อนอิฐ แต่ก็ทำได้แค่ครั้งเดียว
เพราะมันทำให้เกิดเสียงดังมากกว่าที่คิดไว้ โดยเฉพาะเวลากลางคืนแบบนี้ที่เงียบกว่ากลางวันเป็นสองเท่า
"เสียงดังขนาดนี้ไม่ไหวแน่ เราจะทำยังไงกันดี" จุนซูปรึกษาอีกฝ่ายขณะที่ช่วยกันเก็บทุกอย่างให้กลับสู่สภาพเดิม

ทั้งสองนั่งเงียบใช้ความคิดกันอยู่พักใหญ่ ก่อนที่คนตัวเล็กกว่าจะร้องออกมายังดีใจ เมื่อคิดอะไรได้
"เอาหมอนรองดีไหม ถ้าทำแบบนั้นเสียงมันก็จะเบาลงนะ"
"ไม่ได้หรอก ถ้าสมมุติว่า มันพังจนหลุดออกไปได้จริงๆ พออิฐมันตกลงไปกระทบกับพื้นอีกฝั่ง ก็จะเสียงดังอยู่ดี"
ยูชอนเอ่ยคัดค้าน ก่อนจะนิ่งเงียบใช้ความคิดอยู่อีกพักใหญ่
ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายที่จ้องมาที่เขาอย่างมีความหวัง พลางจุดยิ้มเบาๆที่มุมปาก

"ชั้นคิดว่า ชั้นนึกอะไรดีดีออกแล้วล่ะ"

---------------------------------------------------------

ของรักของหวงของอีซังอา นักโทษหน้าโหดแห่งแดน 3
ใครเลยจะเชื่อว่า มันคือ เบบี้ออยล์ขวดเล็กขนาดเท่าฝ่ามือที่ชายร่างใหญ่คนนี้จะต้องใช้อยู่ตลอด
ทั้งทาหนังศีรษะที่มีปัญหาแห้งกรังจนหลุดเป็นแผ่นเล็กๆ รวมถึงใช้มันในการทำกิจกรรมบางอย่างกับคู่ขาคนสำคัญของเขา
ซึ่งดูเหมือนว่าวันนี้จะมีอะไรที่ผิดปกติไปเพราะของรักที่เคยตั้งทิ้งไว้บนโต๊ะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เห็นเพียงคราบน้ำมันหยดเล็กๆหยดเป็นแนวยาวออกไปจากห้องขังของเขา ไปยังอีกห้องขังห้องหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปไม่มากนัก
และดูเหมือนจะเป็นเรื่องบังเอิญที่คนในห้องนั้นคือคู่อริที่เพิ่งมีเรื่องกับเขาไปเมื่อกี่สัปดาห์ก่อน

"ไอ้จองอึน มึงขโมยของกูไปใช่มั้ย"
ร่างสูงใหญ่ตรงเข้ามาหาเรื่องอีกฝ่ายทันที หลังจากที่เดินตามรอยคราบน้ำมันมา จนพบกับคู่อริที่นั่งเล่นอยู่ในห้องของตน
"เหี้ยไร อยู่ๆมาหาเรื่องถึงที่ มึงอยากโดนนักใช่มั้ย" อีกฝ่ายที่ตัวใหญ่ไม่แพ้กันลุกขึ้นถลกแขนเสื้อทันที
เมื่อเห็นท่าทีคุกคามของอีซังอาที่กำลังโกรธจัดจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
เขาตรงไปที่เตียงนอนของอีกฝ่ายตามรอยคราบน้ำมันที่ปรากฏ มือหนายกเบาะขึ้นจากเตียงและพบเข้ากับเบบี้ออยล์ของเขาวางอยู่ที่นั่น
"มึงเอาของกูไป เชี่ยเอ๊ย!!"
ไม่พูดพร่ำทำเพลง ซังอาก็ตรงเข้าปล่อยหมัดไปที่ใบหน้าของคู่อริ
ซึ่งจองอึนก็ไม่ยอมให้ถูกทำร้ายเพียงฝ่ายเดียวจึงสวนหมัดกลับไปด้วยแรงที่หนักพอๆกัน
เสียงเอะอะโวยวายดังลั่นไปเรือนจำแดน 3 ทั้งลูกน้องของสองฝ่ายที่เข้ามาร่วมตะลุมบอนด้วย
และกองเชียร์ที่เห็นเรื่องชกต่อยเป็นความสนุก ส่งเสียงเชียร์ดังลั่นจากทั่วทุกสารทิศ

จะมีก็เพียงคน 2 คนในห้องขัง 729 ที่อาศัยจังหวะนั้นทำตามแผนที่ตัวเองได้วางไว้
ยูชอนเอนตัวนอนลงกับพื้น ก่อนจะออกแรงถีบไปยังอิฐบลอกที่ถูกเจาะรูตรงรอยปูนที่เชื่อมไว้
มือหนายันไว้ที่พื้นเพื่อดันให้เกิดแรงต้าน ส่งแรงไปยังเท้าทั้งสองข้างที่กระแทกเข้ากับอิฐบลอกบนกำแพง
โดยมีจุนซูคอยดูต้นทางอยู่ที่หน้าประตูห้องขัง พลางสอดส่องสายตาดูสถานการณ์ภายนอก
ที่ตอนนี้ผู้คนต่างเอะอะโวยวายเสียงดังจนกลบเสียงการถีบกระแทกผนังของยูชอน

"เป็นยังไงบ้าง ให้ฉันช่วยดีมั้ย" จุนซูถามอีกฝ่ายอย่างกังวลใจ
ดวงตาเรียวมองเพื่อนร่วมห้องสลับกับเหตุการณ์ภายนอก ที่ดูเหมือนว่าผู้คุมกำลังจะเข้ามาควบคุมสถานการณ์
ยูชอนไม่ตอบแต่ออกแรงถีบกำแพงหนักเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งอิฐบลอกหนึ่งพังจนหลุดไปยังผนังอีกด้าน
เขาจึงรีบออกแรงถีบบล็อกถัดไปเพื่อทำให้เกิดช่องที่กว้างพอให้คนลอดผ่านไปได้

"ได้แล้ว!" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างดีใจเมื่ออิฐอีกก้อนพังลงไป
จุนซูเองก็ยิ้มอย่างยินดีเมื่อเห็นช่องว่างที่ใหญ่พอสำหรับคนลอดผ่านไปได้ปรากฏขึ้นที่หลังกำแพงนั้น
แต่เสียงนกหวีดของผู้คุมจากด้านนอกที่ดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆก็ทำให้ทั้งสองดีใจได้อยู่ไม่นาน
ยูชอนรีบลุกขึ้น ก่อนจะดันโถส้วมสแตนเลสกลับเข้าไว้ที่เดิมเพื่อบังช่องว่างนั้น
และเดินออกมาสมทบกับจุนซูที่ยืนรอเข้าแถวนับยอดอยู่หน้าห้องขัง ด้วยท่าทีที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทั้งสองมองเห็นอีซังอาและคู่อริถูกพาตัวลงมาจากชั้น 2 และลากตัวออกไปข้างนอกท่ามกลางการควบคุมตัวของผู้คุมอย่างแน่นหนา
ผลจากการทะเลาะวิวาทจึงทำให้แดน 3 ถูกงดเวลาพักหลังอาบน้ำในวันนั้นทันที
นักโทษทุกคนถูกสั่งให้กลับเข้าไปในห้องขัง และประตูห้องขังก็ถูกสั่งให้ล็อคโดยอัตโนมัติ
เป็นโอกาสให้ยูชอนและจุนซู ได้ปรึกษากันถึงแผนการณ์ที่จะออกไปสำรวจเส้นทางหลังกำแพงในช่วงดึกของคืนนี้

---------------------------------------------------------

มีอยู่ช่วงหนึ่งก่อนหน้านี้ที่จุนซูยอมอดนอนเป็นเวลาหลายคืน
เพื่อรอดูว่าเวรยามของผู้คุมที่จะเข้ามาตรวจดูในแต่ละช่วงเวลาภายในหนึ่งคืนห่างกันประมาณกี่ชั่วโมง
ซึ่งนั่นก็ทำให้รู้ว่าเวรแรกเริ่มที่เวลาเที่ยงคืนตรง จากนั้นเป็นเวลาตีสองและตีสี่ตามลำดับ
ผู้คุมจะเดินวนเช็คดูทุกห้องขังไล่ตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 3 โดยใช้ไฟฉายกวาดมองแบบผ่านๆ
แต่ถ้ามีอะไรผิดปกติก็จะรีบวิทยุไปบอกศูนย์ควบคุม ให้เปิดห้องขัง ดังเช่นกรณีของซองมินแบบที่ผ่านมา

สิ้นเสียงประตูใหญ่ที่ถูกปิดลงหลังจากการตรวจตรารอบเที่ยงคืนได้ผ่านไป
นักโทษทั้งสองในห้องขังหมายเลข 729 ก็ผุดลุกขึ้นจากเตียง
จุนซูหยิบเอาไฟฉายที่ซ่อนไว้ใต้เตียงออกมาพร้อมกับที่ยูชอนเลื่อนโถส้วมสแตนเลสออก
เผยให้เห็นช่องว่างหลังกำแพง ทั้งสองมองหน้ากันในความมืดสลัว

จุนซูตัดสินใจมุดออกไปก่อน เพราะเขาจำ เส้นทางในแผนผังของโซนนี้ได้หมดแล้ว
มือเล็กค่อยๆส่องไฟฉายไปในความมืดของซอกระหว่างกำแพงที่กว้างเพียงแค่หนึ่งคนเดินผ่าน
จุนซูค่อยๆเดินไปตามทางที่มีแสงสว่างสลัวๆอยู่อีกด้าน
ยูชอนดึงโถส้วมเข้ามาปิดช่องว่างไว้จากอีกด้านหนึ่งของกำแพง ก่อนจะก้าวเดินตาม จุนซูมาติดๆ

"จากหลังห้องของเรา เดินไปอีกประมาณ 300 เมตรก็จะถึงกำแพงที่มีท่อทะลุกับห้องควบคุมวงจรไฟฟ้าของแดน 3"
เหมือนอย่างที่จุนซูได้พูดไว้ เมื่อมาถึงจุดหนึ่งก็พบกับกำแพงหนายาวเต็มสองฟาก ที่ดูด้วยตา คงไม่รู้ว่าตรงส่วนไหนจะทะลุไปยังห้องไหน
แต่สำหรับสถาปนิกที่มีพิมพ์เขียวอยู่ในมือ คงไม่ยากเกินความสามารถมากนัก

ยูชอนยกพิมพ์เขียวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นหนังสือไบเบิ้ลขึ้นมาดูเทียบกับสถานที่จริง
ก่อนใช้ดินสอขีดเขียนคำนวนอะไรบางอย่างด้วยความคล่องแคล่วและดูจริงจัง
ทำเอาจุนซูที่แอบมองอยู่ เผลอคิดในใจว่าปาร์กยูชอนก็มีมุมที่เท่ห์แบบนี้กับเค้าเหมือนกัน

โชคดีจริงๆที่ยูชอนเป็นสถาปนิค ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าจะทำแผนการในขั้นตอนนี้ให้สำเร็จด้วยตัวคนเดียวได้ยังไง
เพราะเรื่องคำนวณสัดส่วนหรือระยะนั้น จุนซูไม่ถนัดเอาซะเลย

หลังจากที่คำนวนอยู่นานสองนานยูชอนก็ลุกขึ้นพร้อมกับก้าวไปยังทางแยกที่เพิ่งเดินผ่านมา
ร่างสูงวัดระยะโดยใช้การก้าวเดินแต่ละก้าว เดินโดยให้หัวรองเท้าชนกับปลายเท้าอีกข้าง จนมาถึงกำแพงอีกด้านหนึ่ง
ก่อนจะลองเคาะกำแพงตามตำแหน่งต่างๆ ดูจนทั่ว พร้อมกับเอาหูแนบฟังเสียงเป็นระยะ

"ปกติแล้วห้องที่เอาไว้ควบคุมวงจรไฟฟ้า จะต้องเป็นห้องทำให้ความร้อนเข้ามาได้ยาก
ห้องจะได้เย็นอยู่ตลอดเวลาเพื่อรักษาอุณหภูมิ...ลองฟังนี่ดูสิ"
ยูชอนเรียกจุนซูให้เดินเข้ามาใกล้ๆ ก่อนจะให้คนตัวเล็กแนบหูกับกำแพง แล้วค่อยๆเคาะกำแพงให้ฟังในทีละจุด
"กำแพงตรงนี้กับกำแพงตรงนี้ ให้เสียงที่ไม่เหมือนกัน แสดงว่าใช้วัสดุที่ต่างกัน ชั้นคิดว่าห้องนี้คือห้องวงจร
เพราะเสียงมันกังวาลกว่า น่าจะใช้วัสดุที่กันความร้อนจากภายนอกและระบายความร้อนจากภายในได้ดี...นายคิดว่ายังไง"
ยูชอนที่วันนี้ดูเหมือนจะพูดมากกว่าทุกครั้งที่ได้คุยกันเอ่ยถามอีกฝ่าย ซึ่งจุนซูก็ได้แต่ส่ายหัวเบาๆ แบบไม่มีความเห็นใด

"ตามแผนที่คิดไว้ตอนแรก ช่วงทุบกำแพง ชั้นยกให้ฮยอกแจทำทั้งหมด เพราะฉันไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยจริงๆ
เพราะฉะนั้นถ้านายว่าไง ชั้นก็ว่าอย่างนั้นแหละ ชั้นมั่นใจในตัวนาย ชั้นว่านายคำนวณไม่พลาดหรอก"
"ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้น ชั้นอาจจะเป็นสถาปนิกที่เคยทำตึกถล่มมาแล้วก็ได้" ยูชอนหัวเราะในลำคอ พลางพูดติดตลก
เรียกสายตามองค้อนจากจุนซู ก่อนที่ทั้งคู่จะเปลี่ยนมาคุยกันแบบจริงจัง เนื่องจากเวลาตรวจตราเวรยามรอบตีสองใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
"ฮยอกแจบอกว่าถ้าใช้หลักการเดียวกับกำแพงห้องขัง เราก็จะทำให้เป็นรูได้ ฉันบอกให้พี่เตรียมอุปกรณ์เจาะและทุบไว้แล้ว
แต่ตอนนี้นายต้องคำนวณว่าเราจะต้องเจาะตรงตำแหน่งไหนบ้าง ถึงจะทุบผนังเป็นรูให้ใหญ่พอที่จะลอดเข้าไปได้"

"ให้ตายสิ ทำไมจะต้องมาเสียตอนนี้ด้วยวะ คนจะหลับจะนอน"
เสียงบ่นทีหลังแว่วมาไกลๆ ทำให้สองนักโทษสะดุ้งสุดตัว
ยูชอนและจุนซู รีบคว้าข้าวของและกลับเข้าไปหลบในซอกกำแพงแคบที่อยู่ใกล้ที่สุด
เพียง ไม่กี่อึดใจเสียงฝีเท้าก็ดังใกล้เข้ามา ทำให้ร่างของทั้งสองที่เบียดเสียดกันอยู่ในซอกแคบ เผลอขยับเข้ามาแนบชิดกันอีกโดยไม่รู้ตัว
จุนซูแทบจะกลั้นหายใจ เมื่อเห็นเงาของใครบางคนเดินผ่านมายังที่ๆพวกเขายืนอยู่ หัวใจของเขาเต้นแรงจนจะหลุดออกมานอกอก
โชคดีที่อีกฝ่ายดูเหมือนกำลังง่วงนอนสุดขีด ไม่ได้สนใจบรรยากาศรอบตัวเท่าไหร่นัก จึงเดินผ่านบริเวณนั้นไปอย่างรวดเร็ว

จุนซูถอนหายใจเบาๆอย่างโล่งอก เมื่อเสียงฝีเท้าดังห่างออกไปไกล ก่อนที่จะรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดลงตรงข้างแก้ม
ร่างเล็กเงยขึ้นสบตากับสายตาคมที่มองลงมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร
เหมือนเวลาได้หยุดนิ่งลงในชั่วขณะหนึ่ง จุนซูไม่เคยได้อยู่ใกล้ชิดกับอีกฝ่ายมากขนาดนี้
แผ่นหลังบางแนบสนิทกับแผ่นอกกว้างจนรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมา รวมถึงเสียงหัวใจที่กำลังเต้นแรง
...แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เสียงนั้นคือเสียงหัวใจของเขาหรือเสียงหัวใจของยูชอนกันแน่...

---------------------------------------------------------


"ถ้าเราวิ่งจากตึกนั่นไปเรือนพยาบาล นายว่าจะใช้เวลามากแค่ไหน"
ตั้งแต่ที่ยูชอนตกลงเข้าร่วมด้วย ก็ดูเหมือนว่าเขาทั้งสองจะใช้เวลาไปกับการพูดคุยถึงแผนการณ์อยู่เสมอ
แม้กระทั่งเวลาพักที่สนามในตอนเช้า จากที่ไม่เคยอยู่ด้วยกัน แต่ตอนนี้จุนซูและยูชอนกลับมานั่งคุยกันอยู่ที่มุมหนึ่งในสนาม
จุนโฮที่มานั่งพูดคุยด้วยสักพักก่อนจะถูกผู้คุมเรียกไปใช้งาน ลึกๆแล้วจุนโฮก็ไม่เห็นด้วยที่จุนซูจะให้ยูชอนเข้าร่วมการหลบหนี
แต่ในเมื่อความสามารถของยูชอนจำเป็นต่อแผนการณ์ เขาก็ได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะไม่หักหลัง เอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่นๆ

"มันก็ไม่ไกลมากนักหรอก ถ้าวิ่งเร็วๆอาจจะไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ" ยูชอนเอ่ยตอบ
"แต่ว่าถ้าหลายคน ก็ต้องบวกเวลาเพิ่มขึ้นไปอีก" จุนซูพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดนั้น ก่อนคิดคำนวนในใจ
"ชั้นต้องรู้ก่อนว่า เครื่องปั่นไฟยี่ห้ออะไร รุ่นไหน เราจะได้รู้ว่ามีเวลามากขนาดไหนที่จะผ่านสนามนี้ไปได้"
"คืนนี้เราไปวัดจุดกันอีกรอบ ถ้าพรุ่งนี้พี่นายได้อุปกรณ์มา ก็เริ่มเจาะกันเลย"
"นายแน่ใจเหรอว่า มันจะ....."

"สวัสดีคิมจุนซู"
เสียงเอ่ยทักทายที่ดังมาแต่ไกล พร้อมกับใบหน้าที่จุนซูคิดว่าจะไม่ได้เจอ ตั้งแต่คุณหมอชางมินย้ายเขาให้มาทำงานที่เรือนพยาบาล
ชองยุนโฮเดินล้วงกระเป๋ามาแต่ไกล แน่นอนว่าด้านหลังก็มีบรรดาลูกน้องคอยอยู่ห่างๆ เหมือนเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว

"น่าผิดหวังจังเลยนะ ทั้งที่ชั้นอุตส่าห์ย้ายไปทำแผนกซ่อมบำรุง แต่นายดันย้ายไปทำงานที่เรือนพยาบาลซะได้"
ดวงตาเรียวรีจ้องมองมาอย่างจับผิด ทำเอาคนตัวเล็กหายใจไม่ทั่วท้อง
จุนซูพยายามหลบหน้าอีกฝ่ายมาตลอด ช่วงพักในสนามวันก่อนๆก็พยายามไปนั่งคุยในโซนที่เป็นคู่อริของยุนโฮ
ทำให้พอจะรอดพ้นสายตาไปได้บ้าง แต่วันนี้เขาต้องพายูชอนมาดูสถานที่ เลยบังเอิญมาเจอกันเข้าจนได้

"ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะถูกย้าย"
จุนซูตอบกลับไป พลางเหลือบมองยูชอนที่นั่งอยู่ข้างๆเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่อีกฝ่ายก็นั่งนิ่งมองไปที่ยุนโฮอยู่เงียบๆเท่านั้น

"งั้นชั้นขอคำตอบเลยแล้วกันนะ เมื่อไหร่นายจะมาอยู่กับชั้น"
ดูเหมือนยุนโฮจะไม่ได้สนใจว่ายูชอนจะอยู่ตรงนั้นหรือไม่ สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่จุนซูเพียงคนเดียว

"ผม...เอ่อ...ผม..." คนตัวเล็กที่ดูเหมือนจะไปไม่เป็น เมื่ออยู่ในสถาณการณ์แบบนี้
เขารู้ดีว่ายุนโฮต้องการคำตอบรับอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ต้องการคำปฏิเสธ จะให้หลบเลี่ยงเหมือนคราวก่อนก็คงจะทำไม่ได้อีกแล้ว
มือเล็กที่ชื้นไปด้วยเหงื่อกำแน่นอยู่ที่ตัก จุนซูพยายามรวบรวมสติ ก่อนจะตัดสินใจพูดอะไรบางอย่างออกไป

"ผมขอโทษนะครับคุณยุนโฮ...ผม...ผมคงไปอยู่กับคุณไม่ได้...
คุณคงไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร...ผม...เอ่อ...ตอนนี้ผมเป็นของยูชอนไปแล้ว"
ร่างเล็กกระเถิบตัวเข้าไปนั่งชิดกับคนตัวสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ พลางก้มหน้านิ่ง
เขาไม่รู้หรอกว่ายูชอนจะรับมุขหรือไม่ เพราะเขาไม่เคยนัดแนะเรื่องนี้กับอีกฝ่ายมาก่อนเลย

ยูชอนที่นั่งเงียบมองดูสถานการณ์อยู่นาน เหยียดยิ้มที่มุมปากเมื่อได้ฟังคำพูดนั้น
ร่างสูงสบตากับชองยุนโฮที่มองมาอย่างต้องการคำตอบ และดูทีท่าจะไม่พอใจเป็นอย่างมาก
มือหนายกขึ้นโอบไหล่คนตัวเล็กที่นั่งก้มหน้าอยู่เข้ามาใกล้ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ

"นายก็ได้ยินชัดแล้วนี่ชองยุนโฮ...คิมจุนซูเป็นของชั้น หวังว่านายคงจะไม่มายุ่งกับเค้าให้ต้องรำคาญใจอีกต่อไปแล้วนะ"
เสียงทุ้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ ทำเอาคนตัวเล็กในอ้อมกอดรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาในหัวใจ
ไม่รู้ว่าเพราะคำพูดนั้น หรือเพราะยูชอนยอมช่วยเหลือเขาโดยที่ไม่ต้องถามกันแน่

"ชั้นไม่เชื่อหรอก นายไม่ได้มีรสนิยมแบบนี้นี่ปาร์กยูชอน ชั้นไม่เคยเห็นแกควงใครซักคนตั้งแต่อยู่ที่นี่มา"
ยุนโฮไม่ยอมเชื่อง่ายๆ ...ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยเห็นคนตรงหน้ามีคู่ขาหรือควงกับใครด้วยซ้ำ
จะมีก็แต่กับผู้คุมแจจุงที่คุยด้วยอยู่บ่อยๆ แต่นั่นก็ได้ยินมาว่าเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเด็กแล้วไม่ใช่รึไง

"คนเรามันก็เปลี่ยนกันได้ คิดดูสิ ผิวนิ่มๆเนียนๆแบบนี้ แก้มใสๆ ก้นนิ่มๆขนาดนี้ อยู่ด้วยกันทุกวัน เป็นนายจะอดใจไหวเหรอ"
มือหนาลากไล้ไปทั่วร่างของคนตัวเล็กอย่างถือสิทธิ์ พร้อมกับแนบริมฝีปากไล้แก้มใสที่แดงระเรื่อขึ้นมา ก่อนจูบหนักๆลงที่ขมับ
สัมผัสที่ทำเอาจุนซูตัวแข็งไปทั้งร่าง สติหลุดหายไปหมด หูอื้อไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง
ทำให้ไม่รู้ว่าประโยคต่อจากนั้นยูชอนพูดกับยุนโฮว่าอะไร จนทำให้อีกฝ่ายเดินหนีไปอย่างกระฟัดกระเฟียดแบบนั้น

"อ้าว ยังไง ถึงกับช็อคไปเลยเหรอ" เสียงทุ้มหัวเราะในลำคอ เมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่ายที่เป็นฝ่ายพูดก่อนแท้ๆ
แต่พอเค้าเล่นด้วยนิดๆหน่อยๆ ถึงกับช็อคตัวแข็งทื่อแบบนี้ เหมือนกับเหตุการณ์เมื่อคืนไม่มีผิด ที่อยู่ใกล้จนหน้าแทบจะแนบติดกัน
จุนซูก็เป็นแบบนี้ นิ่งค้างอยู่นานจนเขาต้องสะกิดเรียก ... เจ้าหมอนี่ไร้เดียงสากว่าที่คิดไว้จริงๆ

"จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยรึไง!" เมื่อได้สติ จุนซูก็ต่อว่าอีกฝ่ายด้วยท่าทางที่ดูมีน้ำโห
ทั้งโอบ ทั้งมาลูบๆตามตัว บีบก้น ย้ำว่า บีบก้น แถมยังมาจูบขมับอีก มันไม่มากไปหน่อยรึไงปาร์กยูชอน!

"ก็ถ้าไม่ทำขนาดนี้ เจ้านั่นจะเชื่อรึไง ดีนะที่ชั้นไม่จูบนายโชว์น่ะ ปากนายยิ่งน่าจูบอยู่ด้วยสิ"
ยูชอนกลั้นหัวเราะเมื่อเห็นท่าทีของคนตัวเล็กที่ดูเหมือนทั้งโกรธทั้งอายในเวลาเดียวกัน
สายตาคมจ้องมองริมฝีปากบางของอีกฝ่ายอย่างเจ้าเล่ห์ ไม่ยอมละสายตาไปไหน

"ถ้านายทำแบบนั้น ชั้นจะต่อยนายให้หน้าหงายไปเลย"
จุนซูถลึงตาใส่ พลางเอนตัวหลบใบหน้าของร่างสูงที่เข้ามาใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจ

"ชั้นไม่กลัวหรอกนะ แค่โดนต่อยน่ะ"

"ปาร์กยูชอน!"

...ปรื้ด...ปรื้ด...ปรื้ด...
เหมือนเสียงนกหวีดเป่าหยุดเวลาการทะเลาะกันของทั้งคู่ไว้ ทุกสายตาในสนามต่างจับจ้องไปด้านนอก
เสียงประตูทางเข้าเรือนจำทางด้านนอกรั้วลวดหนามที่มีอยู่ถึงสองชั้น ถูกเปิดออกหลังเสียงสัญญานนกหวีด
รถบัสคันเก่าขับแล่นเข้ามาในทิศทางเดียวจากจุดที่ยูชอนและจุนซูนั่งอยู่ในรั้วลวดหนาม
นักโทษใหม่ที่ถูกใส่กุญแจมือและเท้าทยอยเดินเรียงเเถวลงจากรถ เข้าไปยังตึกอำนวยการที่อยู่ไม่ไกลนัก
จนกระทั่งถึงนักโทษคนสุดท้ายที่กำลังก้าวลงมาจากรถ แม้จะเห็นอยู่ไกลๆ จุนซูก็ยังจำคนๆนั้นได้ขึ้นใจ

"ฮยอกแจ..."

TBC

// ชื่อตอนนี่คือ อินกับซีรีย์ คอนโด บาริสต้า สถาปนิค มาก 5555

Tags: yoosu