ช่วงสายของวันรุ่งขึ้น..องค์หญิงซีอาได้เสด็จลงไปเดินเล่นในสวน พร้อมองค์รักษ์คู่ใจ ด้วยท่าทางสดใสร่าเริง
"นี่ชางมินดูนี่สิ..ดอกลิลลี่สีขาวสวยจังเลย" องค์หญิงเซียน้อยทำท่าตื่นเต้น เธอก้มลงไปดม แล้วคลี่ยิ้มออกมาอย่างร่าเริง
ภาพที่เห็นทำให้ชางมินถึงกับต้องยิ้มตามอย่างมีความสุข...เจ้าหญิงของเขาร่าเริงอยู่เสมอ...
"ข้าอยากได้อ่า..ชางมิน" องค์หญิงทำท่าจะเด็ด ..แต่องค์รักษ์หนุ่มห้ามไว้ก่อน..
"อย่าเลยองค์หญิง..นี่ไม่ใช่สวนของเรานะ" องค์หญิงน้อยทำหน้างอเหมือนเด็กถูกขัดใจ....
"ดอกไม้ทั้งสวนนี้เป็นของท่าน..องค์หญิงซีอา" ร่างสูงโปร่งดูสง่างามก้าวเดินเข้ามาจากด้านหลัง ตามติดด้วยเสนาธิการคู่ใจทั้งสอง
องค์ชายมิกกี้เดินเข้ามาเด็ดดอกลิลลี่สีขาวดอกที่สวยที่สุด พร้อมกับนำไปทัดที่หูขององค์หญิง สายตาที่มองลงมานั้นแฝงไปด้วยความอ่อนโยน...
...องค์หญิงเซียน้อยทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว ทำไมจู่ๆเจ้าชายที่แสนจะเย็นชา ถึงมาทำอะไรแบบนี้ได้นะ... >///<
"เอ่อ...ขอบพระทัยฝ่าบาท" ร่างเล็กเมื่อตั้งสติได้ก็คลี่ยิ้มบางๆให้ ....
ความโกรธเมื่อคืนหายวับไปทันใดเมื่อได้รับรู้ถึงการกระทำอันอ่อนโยนตรงหน้า....แต่ทำไมใจถึงเต้นแบบนี้นะ
"ดอกไม้พวกนี้เป็นของท่าน..ถ้าท่านอยากได้จะเก็บไปเท่าไหร่ก็ได้..ข้าอนุญาต..มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่แล้ว" องค์ชายมิกกี้เอ่ย
ประโยคแรกๆก็ฟังดูเข้าทีหรอก..แต่ประโยคหลังติดลบอย่างแรง...
พ่อมดขาวแจจุงถึงกับปวดหัว องค์ชายของเขาพูดอะไรออกไปเนี่ย...ข้ารู้ว่าท่านพูดไม่เก่ง แต่ก็ไม่พลาดขนาดนี้นี่นา เฮ้ออออออ
องค์หญิงได้ฟังก็ตีความหมายไปอีกอย่าง..จึงพูดแกมประชดออกไปว่า "ขอบพระทัยฝ่าบาท..ที่อุตส่าห์อนุญาตให้ข้าได้เป็นเจ้าของดอกไม้ที่ไร้ประโยชน์พวกนี้"
...องค์ชายมิกกี้เห็นสายตากับวาจาประชดประชันจากปากองค์หญิงคนสวยก็รู้ตัวว่า ตัวเองเผลอพูดอะไรผิดไปอีกแล้ว..จึงได้แต่เงียบ..
พ่อมดขาวแจจุงจึงรีบพูดแก้ไขสถานการณ์ที่อึมครึมนั้น
"ดอกไม้งามย่อมคู่ควรกับหญิงงาม..ดอกไม้ไร้ประโยชน์เมื่อไม่มีหญิงงาม..บัดนี้มีหญิงงามอยู่ที่นี่แล้ว ดอกไม้ทั้งหลายจึงควรเป็นของท่าน องค์หญิง...
ที่ท่านคิงพูดหมายความเช่นนี้น่ะ... องค์หญิงซีอา นานีย่า"
..ฟังดูดี แต่จะมีความหมายเช่นนั้นจริงเหรอ..องค์หญิงเซียหันไปมองสบตาเจ้าชายรูปงาม..เพ่งมองเพื่อค้นหาความจริง..
แต่ไม่ทันไรก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงของแม่ทัพยุนโฮที่เอ่ยออกมาว่า "ฝ่าบาทได้เวลาตรวจฎีกาแล้ว เชิญเสด็จเถิดพะยะค่ะ"
"ข้าขอตัวก่อน..หวังว่าคงจะพบท่านที่ลานดาวคืนนี้" องค์ชายมิกกี้พูดแล้วเดินนำแม่ทัพยุนโฮออกไป...
.......................................................................
"ขอบใจนะยุนโฮ..ข้านี่แย่จริงๆ เผลอพูดอะไรไม่เข้าท่าออกไป" องค์ชายมิกกี้พูดกับเสนาคนสนิทที่เดินอยู่เคียงข้าง
"ฝ่าบาทประหม่ามากเกินไป..ไม่เป็นไรพระองค์ครั้งหน้าค่อยเอาใหม่" แม่ทัพยุนโฮยิ้มให้กำลังใจ ..
องค์ชายมิกกี้คลี่ยิ้มเบาๆให้สหายรัก..ก่อนจะทำตัวเย็นชาน่าเชื่อถือให้สมกับเป็นคิง เดินเข้าท้องพระโรงเพื่อให้พวกขุนนางถวายฏีกา...
โดยมีเสนาธิการฝ่ายขวาแม่ทัพยุนโฮรับใช้อย่างใกล้ชิด....แล้วเสนาธิการฝ่ายซ้ายพ่อมดขาวแจจุงไปไหน ???
.......................................................................
"ท่านพ่อมดขาวแจจุง..ท่านไม่มีภาระหน้าที่จะต้องทำหรอกหรือ" องค์รักษ์ชางมินอดถามขึ้นมาไม่ได้ เมื่อเขาทนเห็นพ่อมดขาวจอมกะล่อนคนนี้
นั่งคุยอยู่กับองค์หญิงเป็นนานสองนาน ไม่มีทีท่าว่าจะไปเสียที ... งานการไม่มีทำรึไงนะ...
"งานของข้าคือ อยู่เป็นเพื่อนองค์หญิง" พ่อมดขาวแจจุงที่นั่งอยู่ข้างๆองค์หญิงบนเก้าอี้ในสวนหันมาตอบอย่างอารมณ์ดี
"ข้าไม่อาจรบกวนท่านแจจุงหรอก..ข้าอยู่กับชางมินได้..ท่านไม่ต้องอยู่เป็นเพื่อนข้าหรอก" องค์หญิงเซียรู้สึกเกรงใจ
"ข้าน่ะเดิมก็ไม่ได้มีหน้าที่อะไรมากมายหรอก..หน้าที่หลักของข้าก็แค่รักษาคนในราชวงค์ ประมาณหมอหลวงอ่า ..แล้วก็เป็นเพื่อนกับท่านคิงก็เท่านั้น
ไอ่พวกงานหนักๆอย่างอารักขา..ช่วยตรวจฎีกาอะไรพวกนั้นเป็นหน้าที่ของ แม่ทัพยุนโฮเค้า..ให้เค้าทำไปเถอะ น่าเบื่อออก"
"เพราะฉะนั้น..หน้าที่ใหม่ที่ข้าได้รับมอบหมายจากท่านคิง..ก็คือ อยู่เป็นเพื่อนองค์หญิง นี่แหละ...น่าสนุกที่สุดแล้ว" แจจุงยิ้มกว้าง
องค์หญิงเซียยิ้มกว้าง แล้วเอ่ยถามด้วยคำถามที่ค้างคาในใจมานาน "ท่านเป็นเพื่อนกับองค์ชายมานาน..คงจะรู้ว่า จริงๆแล้วพระองค์เป็นคนยังไง"
แจจุงคลี่ยิ้มอย่างยินดี เขารอจังหวะจะโฆษณาเจ้าชายให้เจ้าหญิงคนสวยฟังตั้งนานแล้ว....
"ท่านคิงนะ เป็นชายที่ยอดเยี่ยมมากเชียวล่ะ..ได้เป็นถึงเดอะเกรท วิซซาร์ดและเดอะเกรท วอริเออร์ ในคนๆเดียวกันเชียวนะ..อีกอย่าง ตอนเรียนน่ะ
ท่านคิงยังได้รับการยกย่องให้เป็นนักเรียนดีเด่นของโรงเรียนพระราชาต้งสามปีซ้อน..ด้านกีฬาก็เก่งยิ่งกว่าใคร เล่นได้แทบทุกชนิด ไม่เคยแพ้ใคร..
ท่านมีความสามารถมากถึงขนาดได้รับแต่งตั้งเป็นคิงตั้งแต่อายุยังน้อย..แต่ผู้คนต่างก็ยอมรับและเคารพ เพราะท่านคิงน่ะเก่งยิ่งกว่าใคร...."
องค์หญิงเซียครุ่นคิดแล้วพูดออกมาแบบประชดประชันว่า "เก่งขนาดนี้ คงจะมีคนตามใจมากมาย ถึงได้ทำตัวหยิ่งยะโส เย็นชาแบบนี้ใช่ไหม ท่านแจจุง"
พ่อมดขาวแจจุงถึงกับสำลักน้ำชาที่กำลังจิบอยู่ พร้อมกับรีบพูดแก้ต่างแทนองค์ชายอย่างรวดเร็ว
"เข้าใจผิดแล้วล่ะองค์หญิง..ท่านคิงน่ะไม่ได้เป็นคนเย็นชาเลยแม้แต่น้อย ท่านคิงน่ะจริงๆแล้วเป็นคนอ่อนโยนแล้วก็ใจดีมากกก..ที่มีท่าทางเช่นนั้น
เป้นเพราะการเลี้ยงดูต่างหาก..พระบิดาทรงสั่งสอนท่านคิงเสมอ ว่าจะเป็นคิงต้องไม่มีหัวใจ ต้องเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว ผู้คนถึงจะเคารพและเชื่อถือ
..ท่านคิงจึงต้องแสดงท่าทีเย็นชาเช่นนั้น เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น...ยกเว้นกับพวกข้าที่เป็นสหายคนสนิทเท่านั้น...
ยิ่งเป็นคนพูดไม่เก่งด้วยแล้ว ทำให้ดูเย็นชาเข้าไปใหญ่..เจ้าชายเป็นพวกแสดงความรู้สึกออกมาไม่เก่งน่ะ..โปรดอย่าเข้าใจท่านคิงผิดไปเลยนะ องค์หญิง.."
...เมื่อฟังแจจุงพูดเช่นนั้น องค์หญิงเซียจึงได้แต่ครุ่นคิด รึจะเป็นอย่างที่แจจุงว่า เขาเป็นแค่คนแสดงออกไม่เก่งเท่านั้นเอง..
จริงๆแล้ว องค์ชายเป็นคนอ่อนโยนเช่นนั้นรึ...ยิ่งคิดก็ทำให้คิดถึงภาพที่องค์ชายเอาดอกไม้มาทัดหูเมื่อซักครู่ ทำเอาองค์หญิงน้อยจู่ๆก็หน้าแดงขึ้นมา..
"เพราะฉะนั้นจึงต้องเป็นหน้าที่ขององค์หญิงที่จะละลายเกราะน้ำแข็งนั้น" พ่อมดขาวแจจุงพูดด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์
เมื่อเห็นองค์หญิงเซียหันมาทำหน้าสงสัย พ่อมดขาวแจจุงจึงพูดต่อไปว่า "ท่านต้องเปิดใจองค์ชาย..ความน่ารักของท่านจะต้องทำให้องค์ชายหายเย็นชาแน่ๆ"
..องค์หญิงน้อยหน้าแดงยิ่งขึ้น พร้อมกับพูดเฉไฉว่า "องค์ชายจะเย็นชารึไม่ ก้อไม่เห็นจะเกี่ยวกับข้าตรงไหน...>///<"
แต่ผู้เชี่ยวชาญอย่างแจจุงน่ะหรือจะมองไม่ออก...ว่า องค์หญิงหลงเสน่ห์เจ้าชายน้ำแข็งของคนเข้าให้แล้ว หึหึ
ภาพการพูดคุยทั้งหมดอยู่ในการรับรู้ของชางมินตลอดเวลา..องค์หญิงของข้า กำลังสนใจท่านคิงของแจจุงเข้าให้แล้ว..
..ยิ่งคิดก็ยิ่งได้แต่เศร้าใจ เมื่อคิดว่า เขาไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลย ทั้งๆที่คนที่เขารักกำลังจะไปชอบคนอื่น ต่อหน้าต่อตาของเขา...
................................................................
คืนนั้นที่ลานดาว..
องค์ชายทรงยืนอยู่ที่เดิม สายตาทอดมองไปไกล ..ก็ต้องหันมามองข้างๆที่ร่างเล็กเพิ่งเดินก้าวเข้ามาอยู่เคียงข้าง
"ทำไมท่านถึงชอบมาที่นี่ล่ะองค์ชาย" เสียงหวานนุ่มหู ถูกถ่ายทอดออกมาจากคนตัวเล็กที่ยืนอยู่เคียงข้าง
"ข้าชอบมองท้องฟ้ายามค่ำคืน..มันให้ความรู้สึกสงบ" เจ้าชายตอบโดยที่ไม่หันมามองหน้า สายตายังคงทอดไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย
"องค์ชายจริงๆแล้วท่านเป็นยังไงกันแน่" องค์หญิงเซียเอ่ยถามขึ้นมาตรงๆ ประโยคนั้นทำให้ร่างสูงต้องหันกลับมามองหน้าคนถามด้วยความประหลาดใจ
"เหตุใดท่านถึงถามเช่นนั้น"
"พ่อมดขาวแจจุงบอกข้าว่า ความจริงแล้วท่านเป็นคนอ่อนโยน แต่เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นต้องเย็นชาเพื่อทำตัวให้น่านับถือ อย่างนั้นมันถูกแล้วเหรอเพคะ"
"แล้วท่านคิดว่ายังไงล่ะ" คำตอบกลับกลายมาเป็นคำถามย้อนมาหาองค์หญิง
"ข้าคิดว่า ถึงเป็นคิง ก็สามารถอ่อนโยนได้..ท่านพ่อของข้าเองก้ออ่อนโยนกับข้าเหลือเกิน" องค์หญิงน้อยตอบตรงไปตรงมา
องค์ชายมิกกี้เงียบไปซักพักแล้วตอบว่า "ข้าได้แต่เพียงทำตามที่เห็นสมควร" ...
"แม้แต่กับข้าท่านก็เห็นว่าสมควรจะเย็นชาด้วยเช่นนั้นหรือ" องค์หญิงเซียน้อยส่งสายตาตัดพ้อมาให้
องค์ชายมิกกี้เห็นสายตานั้นถึงกับหัวใจหวั่นไหว ค่อยๆเอื้อมมือไปลูบผมที่ตกลงมาเกลี่ยหน้าองค์หญิงๆเบา พร้อมกับส่งสายตาอ่อนโยนไปให้
.....ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ องค์หญิงเซียก็รับรู้ถึงความอบอุ่นและอ่อนโยนจากสัมผัสนั้น ...ไม่ใช่เย็นชา แต่แค่แสดงออกไม่เก่งเท่านั้น...
ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมาสบตา ริมฝีปากบางเอื้อนเอ่ย "..หม่อมชั้นจะเปลี่ยนพระองค์เอง.."
ร่างสูงคลี่ยิ้มเบาๆ ... นั่นเป็นรอยยิ้มแรกที่องค์หญิงได้เห็นจากใบหน้าของกษัตริย์หนุ่ม...มันช่างงดงามและอ่อนโยนเหลือเกิน...
..............................................................................
หลังประตูทางเข้าลานดาว...
ร่างบางร่างหนึ่งกำลังหลังหน้าเข้าหารอยแตกที่แพงแอบดูฉากรักโรแมนติกอยู่ ข้างตัวเขามีชายร่างสูงหันหลังพิงกำแพงทำหน้าตาเอือมระอาอยู่ข้างๆ
"พอเหอะแจจุง..ข้าว่าเราควรจะไปได้แล้ว" แม่ทัพยุนโฮพูดเสียงแข็ง ..เจ้าบ้านี่เสียมารยาทมาแอบฟังคนอื่นคุยกันยังไม่พอ..ยังลากเขามาด้วยอีก
"เห็นไหมล่ะ..ท่านคิงของเราทรงยิ้มแล้ว..ในรอบห้าปีเลยสินะ...เกราะน้ำแข็งกำลังถูกทำลายด้วยความน่ารักขององค์หญิงคนงาม..ความรักมันช่างดีจิงๆ"
ร่างเล็กพลิกตัวเองหลังพิงกำแพงหันมาพร่ำเพ้อพรรณาถึงอานุภาพความรัก...
"เจ้าอย่ามาทำเป็นรู้ดีไปหน่อยเลย..เจ้ารู้ได้ยังไงว่าองค์หญิงรักองค์ชายน่ะหา" ร่างสูงพูดขัดคอ
"ข้ารู้ทุกอย่าง..ข้าเป็นจอมเวทนะยุนโฮ ไม่มีเรื่องไหนบ้างที่ข้าจะไม่รู้" พ่อมดแจจุงยิ้มอารมณ์ดี
ทันใดนั้น จู่ๆร่างสูงพลิกตัวเข้ามาประจันหน้า กางแขนคร่อมคนตัวเล็กตรงหน้าไว้ (ท่าประมาณใน dangerous love อ่าคับ)
"แล้วเจ้ารู้ใจข้ารึปล่าว..ว่าข้าคิดเช่นไรกับเจ้า" แม่ทัพยุนโฮถามร่างเล็กที่ทำหน้าแดงอยู่ตรงหน้า
สองสายตาสบตากันเนิ่นนาน..ราวกับจะอ่านความคิดของอีกฝ่าย..หน้าของยุนโฮเข้าไปใกล้เข้าทุกที..
"อ๊ะ!!" แม่ทัพยุนโฮหยุดชะงักค้างอยู่กับที่ ..พ่อมดขาวแจจุงยิ้มเจ้าเล่ห์ พร้อมกับค่อยๆลอดแขนยุนโฮออกมา โดยที่ยุนโฮไม่สามารถขยับได้เลย
.........เวทสะกดนิ่ง.........
แม่ทัพหนุ่มหันไปทำตาเขียวใส่พ่อมดตัวดีที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ "เจ้าบ้า..เจ้าทำอะไรน่ะ คลายมนตร์เดี๋ยวนี้นะ"
ร่างเล็กหัวเราะอย่างอารมณ์ดี แล้วพูดด้วยว่า "เอาไว้ข้ากลับถึงห้องก่อนแล้วกัน..ข้าจะคลายมนตร์ให้ท่านนะ"
ก่อนจะไปพ่อมดขาวก็เดินมากระซิบข้างหูแม่ทัพหนุ่มเบาๆว่า "คิดจะรักข้า ต้องอดทนนะ ท่านแม่ทัพ เหอะๆๆ"
...............................................................................
################ TBC

