ภายในเกวียนเก่าๆท่ามกลางบรรยากาศที่แสนจะวังเวง กษัตริย์ของเมืองดงบังชินกิและเสนาธิการทั้งสองกำลังนั่งวางแผนการ
เพื่อที่จะชิงตัวองค์หญิงซีอา จากเงื้อมือของพ่อมดดำลีโซแมน .... ชายหนุ่มทั้งสามมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
"ครั้งนี้เราจะพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด....เพราะถ้าพลาดอาจหมายถึงชีวิต" พ่อมดขาวแจจุงพูดอย่างเครียดๆ
เรื่องคราวนี้ใหญ่โตเกินว่าที่คนอย่างเขาจะมาทำเป็นเล่นๆได้....เพราะอีกฝ่ายก็แข็งแกร่งมากเกินกว่าที่จะประมาทได้
"พวกเจ้า.....ถ้าข้าเป็นอะไรไป ขอฝากเมืองของข้า ฝากดูแลประชาชนของข้าด้วยนะ...ข้าไว้ใจพวกเจ้านะ...แจจุง ยุนโฮ"
องค์ชายมิกกี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่สามารถบ่งบอกอารมณ์ได้......ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะต่อสู้ให้ถึงที่สุดเพื่อที่จะชิงตัวองค์หญิงกลับมาให้ได้
แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตนี้ก็ตามที......ขอโทษนะที่ข้าเห็นแก่ตัวเกินไป เห็นแก่คนรักจนต้องละทิ้งประชาชน...แต่จะให้ทำเช่นไร ถ้าไม่มีนาง ข้าก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้
"ฝ่าบาท อย่าทรงพูดเช่นนั้น.....แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็จะไม่ยอมให้ทั้งฝ่าบาทและองค์หญิงต้องเป็นอะไรอย่างแน่นอน....
ถ้าจะต้องมีคนตายขึ้นมาจริงๆ......จะต้องเป็นหม่อมชั้น ไม่ใช่พระองค์ หรือผู้ใด" แม่ทัพยุนโฮเอ่ยเสียงหนักแน่น พลางสบตาร่างบางข้างกายเมื่อพูดคำพูดท้ายประโยค
...........อย่ามองข้าด้วยสายตาแบบนั้นยุนโฮ ถ้าเจ้าตาย ข้าจะทำอย่างไร .... ถ้าไม่มีเจ้า ข้าจะเป็นเช่นไร ........ ข้าควรจะทำเช่นไรดี........
.
.
.
ร่างเล็กนั่งอยู่บนเตียงนอนนุ่มอย่างอ้างว้าง ราวกับตุ๊กตาไร้ชีวิต คราบน้ำตาบนใบหน้าใสยังคงเหลือร่องรอยอยู่
ในตอนนี้ องค์หญิงซีอา กำลังเหงาและหวาดหวาดจนแทบจะขาดใด.........เมื่อไหร่ท่านจะมารับข้าซักที องค์ชาย ข้าทรมานเหลือเกิน......
เสียงประตูบานใหญ่ถูกเปิดขึ้น พร้อมๆกับบุคคลที่แสนคุ้นเคย ..... ถ้าเป็นเมื่อก่อน คงจะวิ่งเข้าไปหา แล้วอ้อนใส่เหมือนเคย
แต่ในตอนนี้ใบหน้านั้นยังแทบจะไม่อยากหันไปมอง ........ ชางมิน เจ้าเป็นอะไรไป เจ้าต้องการจะทำอะไรต่อไปกันแน่.......
ร่างสูงนั่งลงคุกเข่าอยู่ตรงหน้าร่างเล็ก การกระทำนั้นช่างเหมือนกับเมื่อก่อน.....แต่ความรู้สึกในตอนนี้ มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
องค์หญิงเซียลุกขึ้นเดินไปยังระเบียง เพียงเพื่อจะหลบสายตาเว้าวอนขององค์รักษ์หนุ่ม.....แต่ก็ถูกสองแขนแกร่งโอบรัดไว้ในอ้อมกอด
"ปล่อยข้านะชางมิน....ข้าบอกให้ปล่อย" ร่างเล็กดิ้นอยู่ในอ้อมกอด แต่แขนแกร่งนั้นไม่คลายออกเลยแม้แต่น้อย
"ได้โปรดฟังข้าก่อนเถิดองค์หญิง.......................โปรดฟังข้า ก่อนที่ข้าจะไม่มีโอกาศได้บอกท่านอีกเป็นครั้งที่สอง"
น้ำเสียงที่กระซิบลงข้างหูอันแสนจะหดหู่และโศกเศร้านั้น สะกดให้องค์หญิงน้อยหยุดเคลื่อนไหว แล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตาอีกฝ่าย
องค์รักษ์หนุ่มจ้องมองกลับมาด้วยแววตาที่แสนจะโศกเศร้า ใบหน้านั้นดูเศร้า เศร้าซะจนเหมือนกับจะขาดใจตายไปตรงหน้า
ทำเอาองค์หญิงน้อยถึงกับใจหาย.....เจ้าเป็นอะไรไปชางมิน......มือเล็กยกขึ้นลูบใบหน้าเรียวอย่างลืมตัว ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
.........ความอ่อนโยนขององค์หญิงที่มอบให้นั้น แทบจะทำให้องค์รักษ์หนุ่มหยุดหายใจ ......
ท่านยังคงอ่อนโยนกับข้าเสมอ....สมกับเป็นท่านไม่เปลี่ยนเลยองค์หญิง..........สิ่งนี้ทำให้ข้าไม่อาจหยุดรักท่านได้เลยแม้แต่น้อย
"เจ้าเป็นอะไรไปชางมิน.....ทำไมทำหน้าเศร้าแบบนั้นล่ะ.......เจ้าเป็นอะไร" องค์หญิงซีอาเอ่ยถามสหายคนสนิท
ทั้งๆที่โกรธ ทั้งๆที่ไม่มีวันจะให้อภัย.......แต่สีหน้าแบบนี้ ทำเอาองค์หญิงที่แสนจะใจดีคนนี้ ถึงกับใจอ่อนโดยไม่รู้ตัว
ชางมินเป็นเพื่อนรักเพียงหนึ่งเดียวของข้า ต่อให้เจ้าทำผิดซักแค่นี้ ข้าก็ไม่อาจจะปล่อยเจ้าให้โศกเศร้าอยู่เพียงลำพังได้หรอกนะ
"ข้าเพียงอยากบอกให้ท่านรู้ไว้.....................ไม่มีวันไหนเลยที่ข้าจะไม่รักท่าน ไม่มีวันไหนเลยที่ข้าจะไม่อยู่เคียงข้างท่าน........
ไม่มีแม้แต่ซักวินาทีที่ข้าจะหยุดรักท่าน..................ข้ารักท่านนะองค์หญิง รักท่าน รักท่านเหลือเกิน ........... ข้าไม่มีวันทำร้ายท่าน.....
ทุกอย่างที่ข้าทำไปก็เพื่อท่าน............ข้าจะอยู่เพื่อท่าน และตายเพื่อท่านองค์หญิง" องค์รักษ์ชางมินพร่ำบอกคนในอ้อมกอด
"ข้าไม่เข้าใจชางมิน.....ทำไมเจ้าต้องบอกข้าแบบนี้......ทำไมถึงจะไม่มีครั้งที่สอง.........เจ้าคิดอะไรอยู่.....เจ้าจะทำอะไรกันแน่ชางมิน"
องค์หญิงน้อยไม่อาจเข้าใจการกระทำของชายหนุ่ม ความรู้สึกของชางมินใช่ว่าจะไม่เข้าใจ แต่ทำไมต้องมาบอกตอนนี้
คำพูดนั้น.....แล้วยังสีหน้าเศร้าๆนั้นอีก ...................ร่างเล็กมองสบตาคนตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ แต่ได้รับกลับมาเพียงแค่สีหน้าเศร้าๆนี้เท่านั้น
"ท่านรักข้ารึเปล่าองค์หญิง" องค์รักษ์ชางมินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
.
.
"ข้ารักองค์ชาย" แทบจะไม่ต้องคิด ร่างเล็กเอ่ยตอบกลับไป........องค์รักษ์หนุ่มยิ้มเบาๆ คำตอบนั้นใช่ว่าเขาเองจะไม่รู้ แต่ทำไมถึงได้เจ็บนักนะ
"แล้วข้าล่ะองค์หญิง...สำหรับท่านแล้ว ข้าเป็นอะไร"
.
.
"เจ้าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเพียงคนเดียวของข้า..........เป็นสหายคนสำคัญของข้า..........สหายที่ไม่มีใครจะมาแทนที่ได้"
.
.
.........สหายคนสำคัญ .......... ข้าคงเป็นได้เพียงเท่านี้กระมัง.............ขอบคุณนะองค์หญิง ขอบคุณที่ท่านดีกับข้า ขอบคุณเหลือเกิน........
เพียงแต่ได้เป็นสหายคนสำคัญของท่าน....เท่านั้นข้าก็พอใจแล้ว...............แค่ให้ข้าได้รักท่านฝ่ายเดียวก็พอ..............................................
องค์รักษ์หนุ่มโอบกอดองค์หญิงไว้แน่นอีกครั้ง......ก่อนที่จะประทับจูบที่แสนจะอ่อนโยนและแผ่วเบาลงที่หน้าผาก......ครั้งแรกและครั้งสุดท้าย
"โปรดจงจำเอาไว้......ว่าข้ารักท่าน รักท่านเหลือเกิน"
ถ้อยคำสุดท้ายที่ชายหนุ่มกระซิบไว้ข้างหู ก่อนที่จะตัดใจคลายอ้อมกอดและเดินออกจากห้องไป เหลือไว้แต่เพียงองค์หญิงน้อยกับความไม่เข้าใจ
".........ชางมิน..........."
.
.
.
องค์ชาย..ท่านอยู่ที่ไหนกัน ...ข้าคิดถึงท่าน คิดถึงท่านเหลือเกิน...
ท้องฟ้าอันมืดสนิท สายลมเย็นๆพัดมากระทบหน้าเบาๆ ร่างเล็กทอดสายตาออกไปไกล ในใจก็พร่ำเรียกหาแต่คนรัก
คิดถึงท่าน คิดถึงท่านเหลือเกิน องค์ชายมิกกี้ ...ข้าเหงา ข้าทรมานเหลือเกิน เมื่อไหร่ท่านจะมารับข้าซักที ..
...เวลาที่ไม่มีท่านอยู่เคียงข้าง มันช่างเป็นเวลาที่ข้าเจ็บปวดเสียเหลือเกิน...
.
.
.
"พรึ่บ !!"
จู่ๆสายลมแรงก็พัดวูบเข้ามาภายในห้อง อันเป็นเหตุให้แสงสว่างจากตะเกียงดับมอดลงไป ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืด
องค์หญิงซีอาได้แต่ยืนหันรีหันขวางท่ามกลางความมืดด้วยความกลัว ...
"อุ๊บ!!"
มือเรียวเล็กของใครไม่อาจทราบได้ อ้อมเข้ามาปิดปากร่างเล็กจากด้านหลัง นั่นยิ่งทำให้องค์หญิงตื่นตกใจกลัวเข้าไปอีก..ใครกัน !!
...ร่างเล็กดิ้นสุดชีวิต ทั้งเหยียบเท้า ทั้งตีศอก แต่การกระทำทั้งหลายก็สงบลงเมื่อได้ยินเสียงอันแสนคุ้นเคย ...
"โอ๊ย!เบาๆสิองค์หญิง ข้าเจ็บนะ"
"ท่านแจจุง !!!!!!" แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาเพียงเล็กน้อย เผยให้เห็นเสี้ยวหน้าของพ่อมดขาวแจจุงภายใต้เสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่ส่งยิ้มกวนๆมาให้เหมือนเคย
ร่างเล็กโผเข้ากอดคนตรงหน้าสุดแรง พร้อมกับร่ำไห้ออกมา ทำเอาคนตรงหน้าต้องปลอบเสียยกใหญ่
"พวกข้ามาช่วยแล้วองค์หญิง..ไม่ต้องกลัวนะ..อย่าร้องไห้เลย" พ่อมดขาวแจจุงโอบกอดอีกฝ่ายไว้ในอ้อมแขนแล้วลูบหลังเบาๆ..ท่านคงกลัวมากเลยสินะ
"ฮึกๆ..ทำไมท่านถึงมาคนเดียว แล้วองค์ชายกับท่านแม่ทัพล่ะ" ร่างเล็กเอ่ยถาม
"ท่านคิงกับยุนโฮรออยู่ที่ข้างนอกปราสาท..แผนของเราก็คือ ให้ข้าพาท่านหายตัวออกไป แล้วเราก็จะกลับเมืองกัน" พ่อมดขาวอธิบายแผนการณ์
"งั้นเรารีบไปกันเถอะ..ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่แม้แต่วินาทีเดียว"
หลังจากที่จัดการให้องค์หญิงซีอาเปลี่ยนเป็นชุดผู้ชายแล้ว พ่อมดขาวก็เริ่มร่ายเวท เพื่อนำเขาทั้งสองออกไปยังนอกปราสาท
.
.
.
"ฟุ่บ!!!" ร่างเล็กสองร่างหายตัวมาปรากฏอยู่นอกปราสาทของพ่อมดดำ ...พ่อมดขาวแจจุงรีบจูงมือองค์หญิงซีอาออกวิ่งเพื่อไปยังเกวียนที่จอดรออยู่ไม่ไกลนัก
"ท่านแจจุง..ดูท่านเหนื่อยๆนะ พักกันก่อนไหม สีหน้าท่านดูไม่ดีเลย" องค์หญิงน้อยสังเกตได้ถึงอาการเหนื่อยอ่อนของอีกฝ่าย
"ข้าไม่เป็นไรองค์หญิง...อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว" พ่อมดขาวพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบและสีหน้าอันซีดเซียว
สาเหตุที่พ่อมดขาวแจจุงมีอาการอิดโรยขนาดนี้ก็เพราะเขาใช้พลังเวทมากเกินไป ไหนจะเรื่องการหายตัวที่ต้องใช้พลังสูงแล้ว
ยังจะต้องร่ายมนตร์เพื่อป้องกันไม่เห็นอีกฝ่ายเห็นและรู้สึกถึงตัวตนตอนแอบเข้ามาอีก แล้วนี่ยังจะต้องพาองค์หญิงหายตัวออกมาด้วยอีก
ยิ่งทำให้ต้องใช้พลังมากเป็นสองเท่า ... พ่อมดแจจุง จึงได้เหนื่อยมากขนาดนี้
อีกไม่กี่อึดใจ ทั้งสองก็วิ่งมาถึงเกวียนที่จอดรอไว้อยู่ ...
ชายหนุ่มร่างสูงสองคนที่กำลังนั่งเครียดกันอยู่หน้ากองไฟถึงกับผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นร่างบางทั้งสองวิ่งเข้ามา
"องค์ชาย!!" ร่างเล็กวิ่งเข้าสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นของร่างสูงที่อ้าแขนรออยู่ตรงหน้า และแล้วน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างอัตโนมัติ
"ฮึก..องค์ชายใจร้าย..ท่านทิ้งข้าให้อยู่ที่นั่นคนเดียวตั้งหลายวัน..ท่านใจร้ายที่สุดเลย ฮืออออ" ร่างเล็กเริ่มพาลเข้าใส่ พลางเอามือเล็กทุบอกอีกฝ่ายซะอีก
ร่างสูงกระชับกอดแน่นเข้ามาอีก พลางเอามือลูบผมร่างเล็กเบา พร่ำกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ข้าขอโทษองค์หญิง ข้าปกป้องท่านไม่ได้ ท่านคงกลัวมากเลยสินะ .. ข้าขอโทษ ขอโทษจริงๆ ข้ามันอ่อนแอ ข้าปกป้องเจ้าไม่ได้"
"องค์ชายอย่าโทษตัวเองแบบนั้นสิเพคะ...แค่หม่อมชั้นได้มายืนอยู่ข้างๆองค์ชายแบบนี้ หม่อมชั้นก็ดีใจเหลือเกินแล้ว"
องค์หญิงเงยหน้าขึ้นสบตาคนรัก มือเล็กเอื้อมไปลูบหน้าอีกฝ่ายเบาๆ พร้อมกับส่งยิ้มให้
"ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาพรากท่านไปจากข้าอีก ...ข้าจะปกป้องท่านอย่างสุดกำลัง แม้ว่าจะต้องสุญเสียชีวิตนี้ไปก็ตามที..ข้ารักท่านนะองค์หญิง"
"ข้าก็รักพระองค์"
.
.
.
ตัดมาอีกคู่หนึ่ง
"แจจุง เจ้าเป็นยังไงบ้าง" แม่ทัพยุนโฮรีบเข้าไปประคองร่างบางที่เดินเซๆมานั่งที่ขอนไม้ข้างกองไฟ
"สีหน้าเจ้าดูไม่ดีเลยแจจุง" ร่างสูงรินน้ำให้อีกฝ่ายดื่ม ก่อนเอาผ้าชุบน้ำค่อยๆเช็ดหน้าให้ร่างบางเบาๆ
"ข้าไม่เป็นไรยุนโฮ..แค่เหนื่อยก็เท่านั้นเอง ได้พักซักครู่คงจะหาย" พ่อมดขาวแจจุงพูดด้วยน้ำเสียงอิดโรย
"ในเกวียนมันหนาว ท่านนอนพักที่นี่เถอะ"
ไม่ต้องรอคำตอบใดๆ แม่ทัพหนุ่มก็จัดแจงคลี่ผ้าผืนใหญ่คลุมร่างของตัวเองและอีกฝ่ายเอาไว้ พลางโน้มตัวร่างบางให้เอนตัวมาซบที่ไหล่
พ่อมดแจจุงหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน...อ้อมกอดอันอบอุ่นนี้ให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด หรือจะเป็นเพราะไออุ่นของคนที่โอบกอดเค้าไว้อยู่กันนะ
.
.
.
ในป่าลึกระหว่างทางกลับเมืองดงบังชินกิ เกวียนเล็กๆแลดูเก่าจากภายนอกกำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้าๆโดยมีชายหนุ่มทั้งสองนั่งเทียมม้าเกวียนอยู่ด้านนอก
"ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นเลยนะฝ่าบาท..ท่านว่า เจ้าพ่อมดดำจะรู้ตัวแล้วรึยังว่าเราพาตัวองค์หญิงมา" แม่ทัพยุนโฮเอ่ยถามคนข้างๆ
"มีเหรอที่มันจะไม่รู้ตัว..ถึงจะชั่วช้าเพียงใดแต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เจ้าพ่อมดดำนั่น ก็มีฝีมือไม่เป็นรองใคร..ข้าก็ได้แต่หวังว่า จะไม่มีการปะทะกันอย่างรุนแรงก็เท่านั้น"
องค์ชายมิกกี้เอ่ยตอบพลางทอดสายตามองเข้าไปในเกวียนที่มีร่างเล็กนั่งเฝ้าพ่อมดขาวแจจุงที่กำลังหลับอยู่
"เด๋วข้ามานะ" ร่างสูงเอ่ยแก่แม่ทัพหนุ่มและเดินเข้าไปในเกวียนพลางทรุดตัวลงนั่งข้างๆร่างเล็กที่นั่งทำหน้าตาไม่สบายใจอยู่
"ท่านยังไม่นอนอีกเหรอองค์หญิง" ร่างสูงโอบเอวคนตัวเล็กเข้ามาใกล้พลางเอื้อมมือเรียวมาปัดผมที่ปรกอยู่บนหน้าของร่างเล็กออกแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอันห่วงใย
"ข้านอนไม่หลับองค์ชาย..ข้ากลัวว่าพ่อมดดำจะตามเรามา" องค์หญิงเอนตัวไปซบอยู่ที่อกขององค์ชายอย่างหาที่พึ่งพิง ใบหน้าหวานยังไม่คลายความกังวล
ร่างสูงคลี่ยิ้มเบาๆแล้วช้อนคางคนตรงหน้าให้มองขึ้นมาสบตา พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
"อย่ากังวลไปเลยองค์หญิง..จงจำเอาไว้ว่าท่านมีข้าอยู่ข้างกายเสมอ" ร่างสูงประทับรีฝีปากลงที่หน้าผากมนเบาๆและส่งยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน
"ข้ารักท่านนะ องค์ชาย" ร่างเล็กมองสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาเปลี่ยนไปด้วยรัก...คนๆนี้ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ทำให้ข้าอุ่นใจได้เสมอ
....ข้าเชื่อท่านองค์ชาย ข้าเชื่อว่าท่านจะปกป้องข้าได้ ข้าจะไม่เสียดายเลยหากจะต้องตายไปถ้ามีท่านอยู่ข้างกาย.....ข้ารักท่านเหลือเกิน
.
.
.
....กึกกก!!...
อยู่ๆเกวียนก็หยุดลง บรรยากาศรอบตัวดูเงียบสงบและวังเวงอย่างน่าประหลาด องค์ชายมิกกี้จึงเดินออกมาข้างนอกเกวียนเพื่อมาดูเหตุการณ์ภายนอก
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือ ร่างของชายฉกรรจน์จำนวนไม่ต่ำกว่าสิบคนยืนขวางทางอยู่หน้าเกวียน ตรงกลางของกลุ่มคนลึกลับนั้นปรากฏร่างของพ่อมดดำลีโซแมนยืนอยู่
เคียงข้างซ้ายขวาด้วยคังอินทหารคนสนิทและองครักษ์ชางมินที่ยืนนิ่งสงบอยู่
แม่ทัพยุนโฮและองค์ชายมิกกี้กระชับดาบในมือแน่น สายตาจับจ้องไปยังกลุ่มคนที่อยู่รายรอบ ถึงแม้ว่าจำนวนคนจะน้อย แต่มองดูแล้วก็รู้ได้ว่าเป็นผู้มีฝีมือเก่งกาจมากมาย
แต่ถึงยังไงก็จะสู้ จะปกป้องเจ้า จะปกป้องคนรักของข้า
... แจจุง /องค์หญิง ข้าจะปกป้องเจ้าเอง ....
##################### TBC

