กลางดึกคืนนั้น..
"เปรี้ยง!!!" เสียงสายฟ้าฟาดลงบนต้นไม้ใหญ่ข้างๆเกวียน ลมพายุพัดทั้งๆที่ไม่มีเค้าลางมาก่อน ..เวทพายุ...
"กรี๊ดดดด!!!!!!!!!!!" เสียงหวีดร้องของเจ้าหญิงดังออกมาจากข้างในเกวียน องค์รักษ์ชางมินรีบพุ่งตัวเข้าไปในเกวียนอย่างรวดเร็ว
ชายผู้ใส่หน้ากากครึ่งหน้าด้านบนกำลังจับองค์หญิงเซียเป็นตัวประกัน องค์หญิงคนสวยดูตื่นตระหนกและหวาดกลัวเป็นอย่างมาก...
"ปล่อยองค์หญิงเดี๋ยวนี้!!" ชางมินตวาด สองมือจับดาบแน่นอยู่ในท่าที่จะจู่โจมเข้าทุกเมื่อ
แต่ชายลึกลับนั้นเพียงแต่ยิ้มเหยียดแล้วพูดด้วยเสียงอันแหบแห้งตอบกลับมาว่า "องค์หญิงน่ะข้าไม่ต้องการหรอก..ที่ข้าอยากได้คือ แหวนอัคนี ต่างหาก"
...มันรู้ได้ยังไง..ชางมินคิดในใจ..แหวนอัคนี แหวนประจำราชวงค์โทโฮชินกิ มูลค่าประมาณค่าไม่ได้ มีอำนาจพิเศษสามารถชุบชีวิตคนตายได้..
ของหมั้นที่องค์หญิงจะต้องเอาไปให้คิงของราชวงค์ดงบังชินกิ เพื่อเป็นเครื่องบรรณาการ ...เจ้านี่เป็นใครกันแน่ ใช้เวทพายุได้อีกตังหาก...
"แหวนอยู่ที่ข้า..ปล่อยองค์หญิงซะ..แล้วออกไปสู้กันข้างนอก" ชายลึกลับปล่อยองค์หญิงแล้วกระโจนอกไปนอกเกวียน ชางมินจึงกระโดดตามไปด้วย
นอกเกวียน..เหล่าทหารหลวงกำลังสู้อยู่กับเหล่าชายใส่หน้ากากมากมาย ดูท่าทางเราจะเสียเปรียบ..ชางมินคิดวิตกในใจ..
"ยินดียิ่งนักที่ได้สู้กับท่าน ชางมิน เดอะเกรท วอร์ริเออร์ ออฟ โทโฮชินกิ" ชายลึกลับแสยะยิ้ม พร้อมกลับพุ่งเข้าจู่โจม..
เสียงดาบฟาดฟันกันดังสนั่น..เสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า แถมลมพายุก้อพัดแรงจนตัวเกวียนแทบจะพัง..องค์หญิงเซียหวาดวิตกเป็นอย่างมาก..
เมื่อโผล่หน้าออกจากหน้าต่างไปดูก็เห็นเหล่าทหารต่อสู้กลับศัตรูมากมาย ล้มตายไปต่อหน้าต่อตาก็หลายคน ..
..ไหนจะชางมินที่สู้อยู่กับไอ่ตัวหัวหน้านั่นอีก..แล้วข้าเองจะมัวนิ่งเฉยอยู่อย่างนี้รึ..(ความแมนแอบโผล่ยามคับขัน)
องค์หญิงเซียรีบเข้าไปค้นหาดาบในหีบเก็บของท้ายเกวียน..เมื่อเจออันขนาดเหมาะมือแล้ว..เจ้าหญิงก็กระโดดลงจากเกวียนทันที..
ชางมินที่กำลังสู้อยู่กับหัวหน้าโจรใส่หน้ากากต้องตกใจแทบสิ้นสติ..องค์หญิงท่านลงมาทำไม ท่านน่ะเคยจับดาบซะที่ไหนกัน จะไปสู้กับใครที่ไหนได้
"องค์หญิงหลบไป..ขึ้นไปบนเกวียน!!!" ชางมินตะโกน ตัวเขาเองแค่รับมือกับหัวหน้าโจรก็แทบจะไม่ไหว..ไหนจะลมพายุที่ต้องทำให้หมดแรงและเสียสมาธิอีก
องค์หญิงเซียเมื่อลงจากเกวียนมาก้อทำอะไรไม่ถูก..ได้แต่ยืนหันรีหันขวาง..ด้านหลัง สมุนโจรคนหนึ่งกำลังพุ่งดาบเข้าใส่..
"องค์หญิงระวัง!!!!"ชางมินตะโกน เขาแทบจะหยุดหายใจเมื่อเห็นภาพนั้น ...
"ฉึก!!!" ทหารนายหนึ่งพุ่งเข้ามาเอาตัวบังองค์หญิงเซียไว้ ..เขารับดาบไปเต็มๆ..สิ้นใจตายคาที่...
...องค์หญิงตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ถึงกับปล่อยดาบหลุดจากมือตกลงพื้น .. โจรคนนั้นกำลังจะเงื้อดาบขึ้นมาฟันองค์หญิงอีกครั้ง..
"ฉึก!!!" ลูกธนูพุ่งมาจากด้านหลัง ผ่านองค์หญิงไปปักลงที่กลางหน้าผากของโจรคนนั้น...เลือดพุ่งกระฉูด กระเด็นใส่หน้าองค์หญิงเล็กน้อย
"กรี๊ด!!!!" องค์หญิงกำลังจะเป็นลม แต่เจ้าของธนูนั้นโผเข้ามารับร่างองค์หญิงไว้ได้พอดี ..
...ภาพสุดท้ายที่องค์หญิงเห็นก่อนสิ้นสติ คือแววตาอันอ่อนโยน ภายใต้ผ้าคลุมหน้าที่ปิดไว้เหลือแต่ตา...
"..ด้วยพลังแห่งข้า.........." เสียงร่ายมนตร์ดังขึ้น ร่างๆหนึ่งกำลังยืนสงบนิ่งท่ามกลางพายุรุนแรง มือสองข้างเหยียดออกไปด้านหน้า
ทันใดนั้น..ก็มีแสงสีขาวสว่างจ้าสาดไปทั่วบริเวณ ลมพายุเงียบสงบ ทุกสิ่งกลับเป็นปกติ ทุกคนตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนที่จะหันมาสู้กันอีก....
องค์รักษ์ชางมินกำลังตกที่นั่งลำบาก..ทั่วตัวเขามีบาดแผลมากมาย..หัวหน้าโจรคนนี้เก่งเหลือเกิน..ดูท่าเขาจะรับมือไม่ไหว
...ไม่ได้สิ เพื่อปกป้ององค์หญิงข้าต้องสู้..ชางมินฮึดสู้ขึ้นอีกครั้ง..เกือบจะชนะได้อยู่แล้ว แต่ก็ตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเมื่อเจอเข้ากับเวทสะกดนิ่ง..ไอ่โจรขี้โกง
ขณะที่ชางมินกำลังถูกฟันเข้านั้น..ร่างของหัวหน้าโจรผู้นั้นจู่ๆก็ถูกใครบางคนฟันจากทางด้านหลังจนขาดเป็นสองท่อน...
....ชายชุดดำ คนที่สาม ....
เหล่าลูกน้องกระจอกเมื่อเห็นหัวหน้าของตนตายอย่างน่าสยดสยอง จึงรีบหนีไป...สถาณการณ์คลี่คลายลง
เหลือเพียงแต่ ชายชุดดำ ทั้งสามที่ยังคงเป็นปริศนา ... ยังคงยืนอยู่ตรงหน้าคนหนึ่ง ...อีกคนประคององค์หญิงไว้..ส่วนอีกคนกำลังใช้เวทรักษาคนเจ็บ..
"พวกท่านเป็นใครกัน" ชางมินถามชายชุดดำคนที่เพิ่งมาช่วยเขาตรงหน้า
"พวกเราเป็นคนที่ คิง ออฟ ดงบังชินกิ ส่งมาอารักขาคณะเดินทางของพวกท่าน" เขาตอบพร้อมกับประคองชางมินขึ้นมา
"พวกนั้นเป็นใครกัน" ชางมินถามด้วยความสงสัย เมื่อเขาได้มานั่งพักอยู่ๆข้างๆองค์หญิงที่นอนหมดสติอยู่
"ก็แค่พวกโจรกระจอกชอบปล้นของน่ะ..อย่าใส่ใจเลย" ชายชุดดำเอ่ยขึ้น พร้อมกับพูดตัดบทด้วยประโยคถัดไป..
"เดี๋ยว พวกข้าสองคนจะล่วงหน้าไปก่อนเพื่อเคลียร์ทางให้ .. ทางนี้เจ้านี่จะคอยอยู่ดูแลพวกเจ้าเอง" ว่าแล้วก็ชี้ไปยังชายชุดดำที่กำลังรักษาคนเจ็บอยู่
"แค่เขาคนเดียวก็พอ" ชายชุดดำทั้งสองก็วิ่งหายไปพร้อมกับแสงพระอาทิตย์ยามเช้าที่มาเยือน...
.............................................................................
"องค์หญิงทรงรู้สึกตัวแล้วเหรอกระหม่อม" องค์รักษ์ชางมินที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างกายไม่ห่างรีบพุ่งเข้าไปหาเมื่อเห็นองค์หญิงเซียค่อยๆลืมตาขึ้น
"ชางมิน...เกิดอะไรขึ้น...แล้ว..แล้วทหารเป็นยังไงบ้าง..ข้าเห็นคนตาย..แล้วก็นักธนูชุดดำ" องค์หญิงผุดลุกขึ้นอย่างตื่นตระหนก
"ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วกระหม่อม..คนของเราตายไปหก..ดีที่คนของดงบังชินกิมาช่วยเราไว้" ชางมินรายงาน
..ยังไม่ทันจะพูดต่อก็มีร่างๆหนึ่งเข้ามาในเกวียน ชายคนหนึ่งในชุดคลุมสีขาวรูปร่างผอมบาง ใบหน้าเรียวภายใต้กรอบแว่นสีเทา แลดูสวยยิ่งกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก
"ข้า พ่อมดขาว แจจุง เดอฟิลล่า เดอะ เกรท วิซซาร์ด ออฟ ดงบังชินกิ ขอคารวะ องค์หญิงซีอา นานีย่า" ร่างบางตรงหน้าก้มหัวทำความเคารพ
"ท่านคือพวกชายชุดดำที่มาช่วยเราเมื่อคืนเหรอ" องค์หญิงเซียตรัสถาม ..เธอรู้สึกถูกชะตากับคนตรงหน้านี้เหลือเกิน..
พ่อมดขาวแจจุงยิ้มเบาๆ แล้วเอ่ยว่า "พวกข้าเป็นคนที่ คิง ออฟ ดงบังชินกิ ส่งมาให้อารักขาท่านน่ะ" ..ชางมินชักสีหน้าเล็กน้อยกับวาจาของพ่อมดตนนี้..
"ท่านไม่ควรจะพูดเป็นกันเองเช่นนั้นกับองค์หญิง..องค์หญิงไม่ใช่คนธรรมดาที่ท่านจะพูดจาเช่นนี้ด้วยได้" ชางมินพูดหน้าเครียด...
"ไม่เป็นไรๆ..เค้ามาช่วยเรานะชางมิน..ไปพูดกับเค้าอย่างนี้ได้ยังไง...ข้าต้องขอโทษด้วยจริงๆ" องค์หญิงดุชางมิน แล้วหันมายิ้มหวานให้พ่อมดขาว
"ข้า..เอ้ย!..หม่อมชั้นต่างหากที่ต้องขอโทษพระองค์..หม่อมชั้นไม่ค่อยถนัดกับคำราชาศัพท์เท่าไหร่น่ะ" พ่อมดขาวแจจุงพูดแบบอารมณ์ดี
"งั้นพูดกับข้าแบบธรรมดาก็ได้..ข้าไม่ถือหรอก" องค์หญิงน้อยผู้ใจดีเอ่ยขึ้น แต่ก็มีเสียงคัดค้านขององค์รักษ์หนุ่มดังขึ้นมา..
"ไม่ได้นะกระหม่อม......" "เงียบไปเลยนะชางมิน..ลงไปดูความเรียบร้อยข้างล่างเถอะ..ข้าอยากคุยกับพ่อมดแจจุงซักหน่อย" องค์หญิงพูดตัดบท
...ชางมินจึงทำอะไรไม่ได้..ได้แต่ก้มหัวรับบัญชาแล้วเดินลงจากเกวียนไป...
.....ให้ตายสิ เจ้าพ่อมดนั่นเสียมารยาทกับองค์หญิงจริงๆ...องค์หญิงก็เหลือเกินไปให้ท้ายเจ้านั่นได้ยังไง..ชางมินหงุดหงิด
ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะขององค์หญิงกับเจ้าพ่อมดนั่นดังแว่วมาจากข้างในเกวียนยิ่งทำให้หงุดหงิดเข้าไปใหญ่..คุยถูกคอกันเหลือเกินนะ..
...มาถึงแล้วสินะ เมืองดงบังชินกิ ...
ประตูเมืองบานยักษ์ถูกเปิดออก ขบวนราชรถขององค์หญิง ซีอานานีย่า ก็เคลื่อนเข้าไปด้านใน...
ประชาชนเต็มสองฝั่งข้างทาง ต่างมาเฝ้ารอรับเสด็จว่าที่องค์ราชินีคนใหม่ของเมือง....
"องค์หญิงโผล่หน้าออกไปสิ..ประชาชนมารอรับองค์หญิงอยู่นะ" พ่อมดขาวแจจุงแนะนำ หลังจากที่หดหัวกลับเข้ามาในเกวียนเรียบร้อยแล้ว
"จะดีเหรอท่านแจจุง" องค์หญิงเซีย ไม่มั่นใจนัก ...ต่างบ้านต่างเมืองนี่นะ...
"ทำเถอะฝ่าบาท..ประชาชนอยากเห็นหน้าราชินีคนใหม่จะแย่อยู่แล้ว"
พ่อมดขาวแจจุงถือวิสาละจุงมือองค์หญิงไปข้างหน้าต่าง มืออีกข้างก็เปิดผ้าม่านขึ้น เพื่อให้คนภายนอกเห็นองค์หญิงที่อยู่ข้างในรถ...
ใบหน้างดงามเนียนใส พร้อมกับรอยยิ้มแสนหวาน ต่างเป็นที่ประทับใจแก่ผู้คนที่มาเฝ้ารอรับเสด็จยิ่งนัก .. องค์หญิงโบกมือให้อย่างเป็นกันเอง
"องค์หญิงจงทรงพระเจริญ!!!" เสียงตะโกนโห่ร้องอย่างยินดีดังไปตลอดระยะทางจนถึงวัง สร้างความยินดีแก่องค์หญิงยิ่งนัก
"องค์หญิงถึงวังแล้ว..ทรงเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเถิด..คิง รออยู่ด้านใน" พ่อมดขาวแจจุงบอกพลางเดินออกไปรอด้านนอกเกวียน
เมื่อองค์หญิงเซียคนสวยเปลี่ยนเครื่องแต่งการเสร็จ จึงก้าวลงมาจากขบวนรถ ภาพที่เห็นตรงหน้าคือ ราชวังขนาดใหญ่สไตล์ยุโรป สวยงามราวกับสรวงสรรค์
องค์หญิงค่อยๆเดินเข้าราชวังไปตามพรมแดงที่ปูลาดเป็นทางยาวเข้าไปในตัวปราสาท สองข้างทางเป็นเหล่าทหารและนางกำนัล พวกขุนนางมารอรับเสด็จ
...งดงามยิ่งนัก...แล้วยังรอยยิ้มแสนหวานที่ทำให้ได้ใจของทุกคนที่พบเห็นนั่นอีก...ว่าที่ราชินีองค์ใหม่ของเมืองดงบังชินกิ
ชางมินที่เดินตามหลังเจ้าหญิงมา เห็นภาพเช่นนี้ก็ดีใจ .. คนที่นี้ต้อนรับองค์หญิงเป็นอย่างดี เห็นที่คงไม่ต้องกังวลอะไร ....
เมื่อเข้าไปในท้องพระโรง..ก็พบเข้ากับเหล่าขุนนางชั้นสูงมากมายเรียงแถวต้อนรับอยู่ทั้งสองฝั่ง ตรงหน้าเป็นบัลลังค์ที่ว่างเปล่า...
ทันทีที่เจ้าหญิงเดินเข้ามาอีกไม่นาที เสียงหนึ่งที่คุ้นหูก็ดังขึ้น "กษัตริย์ มิกกี้ วานาบีที่ 3 เดอะ คิง ออฟ ดงบังชินกิ เสด็จ!!!"
เจ้าหญิงตื่นเต้นมาก..ว่าที่สวามีของข้าจะเป็นตาแก่ลงพุงรึป่าวนะ..แต่ไม่ทันจะทำอะไร ร่างสูงร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ทำเอาเจ้าหญิงถึงกับตะลึง
พระพักตร์เรียวงาม คมคาย..ผิวขาวเนียนดูสุขภาพดี..ริมฝีปากอวบอิ่ม....และนัยน์ตาสีน้ำตาลที่แสนจะคุ้นเคยนั่น...
ทำให้คนตรงหน้าดูราวกับเป็นรูปสลักของศิลปินชื่อดังในตำนาน..เสียเพียงแต่สีหน้าเรียบเฉยนั้น ทำให้รู้สึกเกรงขึ้นมาทันที
กษัตริย์มิกกี้(ไม่ได้น่าเกรงขามเล้ยย)เดินตรงไปนั่งบนบัลลังค์ดด้วยท่าทางสง่างาม
ด้านขวาของพระองค์ เป็นชายหนุ่มรูปงามในชุดขุนนางท่าทางเข้มแข็ง ถือดาบเล่มโตในมือ ยืนก้มหน้าลงเล็กน้อย
มองมาด้านซ้าย องค์หญิงก็ตกใจนิดๆ พ่อมดขาวแจจุงในชุดขุนนางเต็มยศแต่ก็ยังคงสีขาวอยู่ ส่งยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง
พิธีการต้อนรับเริ่มขึ้น..และสิ้นสุดลง..ตลอดพิธีการนั้น องค์หญิงไม่ได้เห็นรอยยิ้มจากสีหน้าเรียบเฉยของคิงคนสำคัญเลยสักนิดเดียว...
....................................................................
"ให้ตายสิชางมิน..เหนื่อยเป็นบ้าเลย" องค์หญิงเซียเมื่อได้เข้ามาในห้องพักที่ได้จัดเตรียมไว้ ก็ล้มตัวลงนอนพร้อมกับบ่นดังๆ
"องค์หญิงคงอยากพักผ่อน..เช่นนั้นกระหม่อมขอทูลลา" ชางมินที่อยากให้องค์หญิงพักผ่อนเตรียมทูลลา
"เดี๋ยวก่อนสิ..อยู่คุยกับข้าก่อน" องค์หญิงลุกขึ้นดึงมือองค์รักษ์หนุ่มไว้ ..ชางมินจึงหันมายืนฟังองค์หญิงพูดด้วยสีหน้าเอ็นดู
"จะว่าไปเมืองนี้ก็น่าอยู่เหมือนกันนะชางมิน ทั้งประชาชน ทั้งขุนนางก็ดูเหมือนจะชอบข้า" ..ก็องค์หญิงออกจะน่ารัก..ชางมินคิดในใจ
"แต่เสียอย่างเดียว..ท่านคิงนั่น เย็นชาชะมัด เขาไม่ยิ้มให้ข้าเลยซักนิด ..เสียดายหล่อซะป่าว มนุษย์สัมพันธ์ติดลบ แย่สุดๆเลย" องค์หญิงเซียทำหน้ายุ่ง
...ชางมินยิ้มให้อย่างเอ็นดู... "ท่านเพิ่งเจอเค้าแค่ครั้งเดียว อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจเลย เขาอาจจะดีก็ได้" ต้องพูดแบบนี้สินะ พูดตามหน้าที่...
"ไม่รู้สิ..ให้แต่งงานกับแจจุงซะยังจะดีกว่า ใจดีกว่าตั้งเยอะ" องค์หญิงคิดอะไรแผลงๆ
"ไม่ได้นะกระหม่อม..ทรงพูดอะไรน่ะ" ชางมินตกใจ องค์หญิงเซียเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะชอบใจ
"ข้าล้อเล่นหรอกน่า..แจจุงน่ะเหมือนเป็นพี่ข้า .. ข้ารู้สึกแบบนั้นนะ" องค์หญิงเซียพูดยิ้มๆ
"ดีใจจัง..ที่องค์หญิงเห็นข้าเหมือนพี่" เสียงโผล่มาก่อนตัว พ่อมดขาวแจจุงอยู่ๆก็หายตัวมาโผล่อยู่ตรงหน้าประตู ทำเอาชางมินตกใจ
"เจ้าเสียมารยาทจริงๆแอบฟังคนอื่นคุยกันได้ยังไง" ยังไงๆก็ไม่ถูกชะตากับเจ้านี่
"ข้าเพียงแต่จะมาแจ้งให้ทราบ...ท่านมิกกี้ เชิญองค์หญิงไปเข้าเฝ้า ที่ลานดาว ตอนนี้พะย่ะค่ะ" พ่อมดขาวแจจุงทำความเคารพองค์หญิง
พร้อมบอกจุดประสงค์การมา ... องค์หญิงได้ยินดังนั้นจึงลุกขึ้นจากเตียงแล้ว แล้วเดินตามแจจุงไป ชางมินที่กำลังจะขยับตามต้องชะงัก
เมื่อแจจุงหันมาพูดด้วยสีหน้ากวนๆว่า "...ให้เสด็จไปเพียงลำพัง..."
..........................................................................
ลานกว้างบนยอดหอคอยสูงถูกประดับประดาด้วยโคมสวยงาม ร่างสูงสง่างามยืนอยู่ตรงระเบียงที่ยื่นออกไป ฉากหลังเป็นทะเลดาวที่แสนสวยงาม
.....งดงามราวกับภาพวาด...... องค์หญิงน้อยรำพึงในใจ...องค์ชาย แท้จริงแล้วท่านเป็นคนยังไงกันนะ..
ดูเหมือนร่างสูงจะรู้สึกตัวว่ามีคนยืนอยู่ด้านหลัง..จึงหันหลังกลับมาประจัญหน้ากับคนร่างเล็กตรงหน้า..
..สีหน้าเรียบเฉยนั่นไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย..ท่านยิ้มไม่เป็นหรือไงกันนะ..องค์หญิงเซียเริ่มหงุดหงิด...
ผ่านไปเป็นเวลานาน ก็ได้แต่ยืนจ้องหน้ากันอยู่เช่นนั้น..ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมา องค์หญิงเซียเริ่มหมดความอดทน..จึงพูดขึ้นก่อนว่า
"ไม่ทราบว่า..พระองค์เรียกหม่อมชั้นมาเข้าเฝ้าด้วยสาเหตุใดเพคะ" วาจาอ่อนหวานยิ่งนัก
"ข้าเพียงอยากจะพบกับเจ้าเท่านั้น" ประโยคสั้นๆแต่ตีความหมายได้หลายอย่างพูดออกมาจากปากขององค์ชายที่สีหน้าเรียบเฉยนั้นยังคงไม่เปลี่ยน
.....องค์หญิงเซียคนช่างพูด เจอไม้นี้เข้าไป ก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ .... จึงเงียบไปซักพัก แล้วเอ่ยถามว่า
"ถ้าเช่นนั้น..หม่อมชั้นขอเอ่ยถามอะไรบางอย่าง" เมื่อเห็นองค์ชายพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงอนุญาติ องค์หญิงเซียจึงเอ่ยถามว่า
"เหตุใด..พระองค์จึงต้องเอาเงื่อนไขการแต่งงานมาแลกกับความช่วยเหลือด้านกำลังทหาร..พระองค์มีเหตุผลอะไรถึงต้องทำเช่นนี้" ถามจริงจัง
องค์ชายมิกกี้จ้องหน้าคนถามซักพักแล้วจึงเอ่ยเสียงเรียบขึ้นว่า "ข้ามีเหตุผลของข้า..ท่านไม่จำเป็นต้องรู้"
"แต่มันเกี่ยวพันกับทั้งชีวิตของข้านะฝ่าบาท..ฝ่าบาทจะทรงทำเช่นนี้ไม่ได้" องค์หญิงเซียเดือด..ตอบแบบนี้ได้ไง
"รึเจ้าจะให้เรายกเลิกความช่วยเหลือด้านกำลังทหารนั่น..แล้วส่งตัวเจ้ากลับไป" องค์ชายถามเสียงเย็น
องค์หญิงเซียรู้แก่ใจว่า ทำเช่นนั้นไม่ได้ เพื่อบ้านเมืองแล้วพระองค์จะต้องเสียสละ...เจ้าหญิงก้มหน้าลงมองพื้น
"ข้าเพียงแต่ไม่อยากแต่งงานกับคนที่ข้าไม่ได้รัก" องค์หญิงน้อยพูดเบาๆเหมือนพึมพำกับตัวเอง..แต่ทำเอาคนที่ได้ยินถึงกับหัวใจหวั่นไหว
"ถ้าเช่นนั้นก็คงต้องเสียใจด้วย..เพราะเช่นไรแล้ว ท่านต้องแต่งงานกับข้า ..ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง"
วาจาเรียบเฉยดูเย็นชาถูกถ่ายทอดออกมาจากคนตรงหน้า...องค์ชายทำไมท่านถึงเย็นชากับข้าขนาดนี้..
มือแข็งแกร่งค่อยๆช้อนคางขององค์หญิงขึ้นสบตา ..ดวงตาของท่านช่างดูเย็นชาซะเหลือเกิน องค์ชาย...
"ข้าจะทำให้เจ้ารักข้าให้ได้" ประโยคที่ไม่คิดว่าจะหลุดออกจากปากคนตรงหน้า ทำเอาองค์หญิงน้อยถึงกับตกใจ...
ประโยคที่ออกมาจากปากองค์ชาย..ด้วยน้ำเสียงราบเรียบและสีหน้าเรียบเฉยนั้น..ทำให้องค์หญิงคิดได้แต่เพียงว่าเจ้าชายต้องการจะเอาชนะเท่านั้น
ดวงตาคู่สวยสบตาอันเย็นชาด้วยความอวดดี....ริมฝีปากสวยเหยียดยิ้ม...เสียงเล็กๆที่ออกมาจากปากสวย เปล่งออกมาอย่างถือดี
"ข้าจะไม่มีวันรักคนเย็นชาเช่นพระองค์" ..มือแกร่งปล่อยคางเรียวลงมาช้าๆ..สีหน้าเรียบเฉยนั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง..
ถ้าเพียงแต่ องค์หญิงจะสังเกตเห็น แววตาแห่งความโศกเศร้า ที่ทอดมองลงมาในเวลาไม่กี่วินาที...
.........................................................
ร่างสูงสง่าเดินเข้ามาในห้องบรรทม ชายหนุ่มสองคนรออยู่ในห้องนั้นอยู่แล้ว คนนึงยืนเก๊กอยู่ริมหน้าต่าง อีกนั่งกัดแอปเปิ้ลอยู่บนโซฟาพระที่นั่ง
องค์ชายมิกกี้ค่อยๆทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา..พ่อมดขาวแจจุงที่นั่งอยู่ก่อนแล้วก็ไม่คิดจะลุกเอาซะเลย...เจ้าบ้านี่มันจะมากเกินไปแล้วนะเนี่ย..ยุนโฮคิดในใจ
..ตัวเขา แจจุง และองค์ชายมิกกี้ เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ..สนิทกันยิ่งกว่าพระญาติคนไหน..สามารถตายแทนกันได้ด้วยซ้ำ..
ทั้งสามเติบโตมาด้วยกัน..เรียนวิชามาด้วยกัน..แจจุงเป็นจอมเวทที่แข็งแกร่ง(แต่ติ๊งต๊องไปหน่อย)...ตัวเขาเองเป็นแม่ทัพผู้มีฝีมือ...
...และองค์ชาย ผู้มากความสามารถ ทั้งด้านการรบและพลังเวทอันแข็งแกร่ง ..รัชทายาทเพียงหนึ่งเดียวของเมืองเห็นการต่อสู้นี้
เมื่อองค์ชายขึ้นครองราช ก็ได้แต่งตั้งให้ พ่อมดขาวแจจุงเป็นหัวหน้าพ่อมดและเสนาธิการฝ่ายซ้าย ส่วนตัวเขาเองได้เป็นแม่ทัพใหญ่และเสนาธิการฝ่ายขวา
องค์ชายยังคงเป็นเช่นเดิม..ให้ความสนิทสนมกับพวกเราเช่นเดิม..เสียแต่นิสัยที่เย็นชาและแข็งกระด้างนั้นก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปด้วย..
ทั้งเขาและแจจุงรู้ดีว่า องค์ชายใจดียิ่งกว่าใคร ช่างอ่อนโยนและมีความเมตตายิ่งกว่าผู้ใด เพียงแต่ไม่รู้จักจะแสดงออกมาก็เท่านั้น..
ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชานั้น..พระองค์ก็ทรงเป็นแค่เพียงชายหนุ่มธรรมดาที่แสดงความรู้สึกไม่เก่งเท่านั้นเอง...
"เป็นไงบ้างล่ะท่านคิง..ไปพบองค์หญิงมาเป็นยังไงบ้าง" พ่อมดขาวแจจุงยื่นหน้าไปใกล้ๆแล้วถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น
....ยุนโฮได้ฟังถึงกับปวดหัว..เมื่อไหร่เจ้าจะเลิกเรียกองค์ชายด้วยสรรพนามแปลกๆนั่นซักทีนะ แจจุง...
"เขาบอกว่าข้าเป็นคนเย็นชา" องค์ชายมิกกี้ทำหน้ากลุ้มใจ..หน้ากากอันเย็นชานั้นถูกถอดออกเมื่ออยู่ต่อหน้าสหายคนสนิททั้งสอง
"ฮ่าๆๆๆๆ" พ่อมดขาวแจจุงหัวเราะถูกใจ พร้อมกับตบไหล่องค์ชายเบาๆ...มากไปไหมแจ แบบว่าไม่ได้เคารพกันเล้ยยยยย
"คิดแล้วเชียวว่าต้องเป็นแบบนี้..ท่านนี่ก็เหลือเกิน สงสัยมัวแต่เก็กหน้าอยู่ล่ะสิท่า ฮ่าๆๆๆ"
"องค์ชายน่าจะบอกความรู้สึกของตัวเองและเหตุผลที่แท้จริงของการแต่งงานไปนะกระหม่อม" แม่ทัพยุนโฮที่เงียบอยู่นานเอ่ยแนะนำ
"ข้า..ข้าไม่รู้จะพูดยังไง" องค์ชายมิกกี้ทำหน้าไม่มั่นใจ..พ่อมดแจจุงเห็นเข้าก็ยิ้มด้วยความเอ็นดู..พระองค์ยังไร้เดียงสายิ่งนักเรื่องความรัก
"ค่อยๆเปิดใจให้เขา..แสดงความอ่อนโยนที่ท่านมีให้แก่นาง..เป็นตัวท่านที่เป็นท่าน..ไม่ใช่คิงที่เย็นชา..ทำเช่นนั้นแล้ว องค์หญิงจะรักท่านแน่นอน"
พ่อมดขาวผู้เชี่ยวชาญด้านความรักแนะนำ...องค์ชายที่เป็นองค์ชายผู้อ่อนโยน ไม่ใช่คิงที่มีแต่ความเย็นชาแบบนี้...
"ข้าที่เป็นข้า..เช่นนั้นรึ" องค์ชายทำหน้าสงสัย..ตัวเขาเองก็ลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นเช่นไร..
เท่าที่จำได้ ตั้งแต่ขึ้นเป็นคิง ด้วยภาระหน้าที่และเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ หน้ากากเห็นความเย็นชาก็ยิ่งฝังรากลึกลงบนตัวเขา...
มีเพียงเวลาที่อยู่กับสองคนนี้เท่านั้น..ที่เขารู้สึกผ่อนคลายลง..
"อย่าคิดมากไปเลยฝ่าบาท..เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์" แม่ทัพยุนโฮพูดพร้อมกับมองไปนอกหน้าต่าง
.....ซักวันองค์หญิงซีอา จะต้องมองเห็นความดีของพระองค์แน่นอน........
################## TBC

