หลังจากการบรรยายที่แสนน่าเบื่อของอาจารย์ประจำวิชาประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ได้จบลง เหล่าบรรดานักศึกษาปีสุดท้ายสาขาภาพยนตร์ของมหาวิทยาลัยคยองฮี ต่างพากันทยอยเดินออกจากห้องไปเป็นกลุ่มๆ เหลือแต่เพียงชายหนุ่มทั้ง 13 คนที่นั่งประชุมกันอยู่ด้านหลัง โดยมีฮันกยองนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากประเทศจีนเป็นแกนนำในการประชุม...
ในการศึกษาชั้นปีสุดท้ายนี้พวกเขาจะต้องทำโปรเจคใหญ่ เพื่อทำเรื่องขอจบการศึกษา ....
ชายหนุ่มทั้ง 13 คนได้ตกลงกันว่า จะทำภาพยนตร์สั้นจากบทภาพยนตร์ที่เคยได้รับรางวัลมาแล้ว
ของลีทึก ซึ่งมีเนื้อหาเป็นนิยายรักคลาสสิกย้อนยุค ... พวกเขาได้แบ่งหน้าที่กันทำงานในแต่ละฝ่าย
เริ่มจาก ฮันกยอง หัวหน้ากลุ่มที่รับหน้าที่เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ , คังอิน เป็นผู้ช่วยผู้กำกับ ,
ลีทึก เขียนบทภาพยนตร์ , แผนกตัดต่อ เป็น เรียววุกและเยซอง , ซองมินกับดองแฮเป็นฝ่ายคอสตูม ,
ซีวอน ,ฮีชอล และ คยูคยอน เป็นนักแสดงนำ , ชินดง ฝ่ายสวัสดิการ, และฝ่ายตากล้องเป็นหน้าที่ของ
ฮุคแจกับคิบอม... ส่วนในเรื่องของสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำนั้น พวกเขาได้เลือกปราสาทสไตล์ยุโรปที่มีอายุร่วมร้อยปีแต่ยังคงความงดงามอยู่เป็นสถานที่ถ่ายทำ..ซึ่งเจ้าของปราสาทนั้นเป็นญาติกับฮีชอล
ทำให้พวกเขาสามารถขออนุญาตใช้สถานที่ได้ง่ายขึ้น...
และเมื่อพวกเขาไปถึงสถานที่ถ่ายทำก็เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว....พวกเขาก็ได้พบกับปราสาทหินสไตล์ยุโรปที่สวยงามแต่แฝงด้วยบรรยากาศอันน่าประหลาด ... ด้านหน้าของปราสาทมีบ่อน้ำพุขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยทุ่งลาเวนเดอร์ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ ... โดยมีคุณคิม ชายวัยกลางคนผู้ดูแลปราสาทออกมาให้การต้อนรับและนำพวกเขาไปยังห้องพักแต่ละห้องที่ได้จัดเตรียมไว้ ...
ห้องพักของพวกเขาแบ่งเป็น5 ห้อง ห้องละ 3 คน ห้องแรก ฮันกยอง ,คังอิน,ลีทึก .... ห้องที่สอง
ซองมิน ,คยูคยอน,ชินดง ... ห้องที่สาม เรียววุก,เยซอง,ฮุคแจ ... และมี 2 ห้องที่เป็นห้องละ 2 คน คือ
ห้องที่สี่ ซีวอนกับฮีชอล ...ห้องที่ห้า คิบอมกับดงแฮ
ในคืนแรกเนื่องจากความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง...ทำให้พวกเขานอนหลับแทบจะทันทีเมื่อหัวถึงหมอน ...จะมีก็แต่ห้องของคิบอมกับดงแฮเท่านั้นที่นอนไม่หลับ เพราะได้ยินเสียงดังกุกกักจากห้องใต้หลังคาด้านบนตลอดทั้งคืน... ทำให้ทั้งสองนำเรื่องมาถามคุณคิมที่โต๊ะอาหารตอนเช้า แต่ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีอะไร และขอตัวออกไป ... แต่เรื่องที่น่าประหลาดยิ่งกว่านั้น คือทุกคนได้ฝันถึงหญิงสาวในชุดราตรีสีขาวที่ยืนหันหลังอยู่ท่ามกลางสวนลาเวนเดอร์... ทำให้ซองมินที่ขวัญอ่อนกว่าใครเพื่อนเกิดอาการผวา ทำท่าจะขอกลับ ... แต่ทุกคนก็ช่วยกันปลอบและขอร้องให้อยู่ทำงานด้วยกันต่อไปจนเสร็จสิ้นการถ่ายทำ....
การถ่ายทำในตอนเช้าผ่านไปได้ด้วยดี ทั้ง 13 คนช่วยกันทำงานในแต่ละฝ่ายอย่างเต็มที่ ...
ทำให้การถ่ายทำเป็นไปอย่างรวดเร็วและเรียบร้อย... จะมีก็แต่ซองมินที่รู้สึกว่ามีคนจ้องมองมายัง
พวกเค้าอยู่ตลอดเวลา...
ในเวลาพลบค่ำ...ขณะที่กำลังฉากทำฉากสุดท้ายของวันนี้อยู่ใน...อยู่ๆก็มีเสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้หญิงดังขึ้น บนยอดหอคอยของปราสาทอันเป็นที่ตั้งของห้องใต้หลังคา...
ทำให้ชายหนุ่มทั้ง 13 คนรีบวิ่งขึ้นไปดูด้วยความรวดเร็ว...และพวกเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบเข้ากับ ร่างไร้วิญญาณของคุณคิมนอนตายจมกองเลือดอยู่ภายในห้องนั้น .... ฮีชอลกับซองมินหวีดร้องด้วยความหวาดกลัวและล้มสลบลงไป ... ส่วนอีก 11 คนที่เหลือตกอยู่ในอาการตะลึง พูดอะไรไม่ออก
ฮันกยอง ตั้งสติได้ก่อนคนแรกรีบสั่งให้คยูคยอนกับซีวอนพาคนที่เป็นลมลงไปปฐมพยาบาลด้านล่างโดยมีดงแฮตามไปดูแล ... จากนั้นพวกเขาอีก 8 คนที่เหลือก็ได้พยายามโทรศัพท์แจ้งตำรวจและติดต่อรถพยาบาล ... แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะโทรศัพท์มือถือไม่มีสัญญาณและโทรศัพท์ในปราสาทก็ไม่สามารถใช้การได้ ... คังอินตัดสินใจที่จะขับรถออกไปตามรถพยาบาลและเรียกตำรวจ
โดยมีเรียววุก ชินดงและเยซอง ขอติดรถไปด้วย ... ชายหนุ่มทั้ง 4 คนขับรถออกไปพร้อมๆกับที่
ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าลงพอดี... แต่เมื่อไปถึงหน้าประตูเหล็กบานใหญ่ พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะขับรถออกไปได้ เพราะประตูปิดสนิท ... พยายามจะดึงเท่าไร่ก็ดึงไม่ออก อีกทั้งความสูงของกำแพงและประตูก็ไม่สามารถที่จะปีนออกไปได้เลย ทำให้พวกเขาต้องกลับเข้ามาที่ปราสาทอีกครั้ง...
ความมืดเริ่มโรยตัวเข้ามาอย่างช้าๆ...ชายหนุ่มทั้ง 13 คนตกอยู่ในอาการวิตกและหวาดกลัว...ทั้งหมดรวมตัวกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ... เรียววุกกับเยซองที่นั่งนานๆแล้วเบื่อจึงขอออกไปเดินเล่นหน้าปราสาท โดยที่ไม่ฟังคำห้ามปรามของฮันกยอง....
จนเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน...นาฬิกาไขลานโบราณบานใหญ่ได้ถูกตีดังขึ้น...เรียววุกกับเยซองก็ไม่กลับเข้ามาซักที ชินดงกับฮุคแจ จึงได้ออกไปตามแล้วก็พบเข้ากับสภาพอันน่าสยดสยองของเพื่อน
ทั้งสอง....เยซองที่ร่างกายท่อนล่างพาดอยู่กับขอบน้ำพุ ส่วนบริเวณหัวจนถึงเอวนั้นจมอยู่ในน้ำพุที่เยียนเย็บราวกับคนถูกจับกดน้ำ ... โดยมีเรียววุคที่นอนตายอยู่ข้างๆในสภาพที่ศีรษะถูกจับหักไปด้านหลังจนสุด ...... ชินดงกับฮุคแจ ที่เห็นภาพนั้น จึงร้องตะโกนเสียงดังลั่น ทำให้เพื่อนๆที่เหลือลุกวิ่งจะออกมาดู ...แต่ประตูไม้สลักบานใหญ่ก็ปิดเข้ามาเองอย่างรวดเร็ว เพียงแค่พวกเขาก้าวเท้าออกไป
และเมื่อจะวิ่งหนีออกไปทางหน้าต่าง...หน้าต่างทุกบานก็ถูกปิดเข้ามาเอง ... ทำให้พวกเขาทั้ง 9 คน
ไม่สามารถออกไปจากตัวปราสาทได้ และชินดงกับฮุคแจก็ไม่สามารถเข้ามาได้เช่นกัน...
ทั้งสองคนที่อยู่ด้านนอกวิ่งมาที่ประตูกระจกบานใหญ่บริเวณด้านข้างของปราสาทและพยายามใช้หินเขวี้ยงกระจกให้แตก แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น... ทั้ง 9 คนที่อยู่ด้านในจึงพยายามช่วยกันทุบกระจกเพื่อเปิดทางให้คนข้างนอกในเข้ามา .... แต่แล้วทุกคนก็ได้แต่ตกตะลึง เมื่อวิญญาณผู้หญิงใส่ชุดราตรีสีขาวปรากฏร่างอยู่ด้านหลังของชินดงกับฮุคแจ
หญิงสาวในชุดราตรีสีขาวแบบเดียวกับที่ทุกคนฝันเห็นเมื่อคืน...เพียงแต่ในตอนนี้มันเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงฉาน... ผมหน้าม้ายาวปกคลุมใบหน้าบางส่วน ... ใบหน้าหวานที่ยังคงเค้าความงามอยู่นั้น เต็มไปด้วยรอยกรีดเป็นแผลเหวอะวะ... ดวงตาสีดำสนิทแดงก่ำเบิ่งออกกว้างจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาอันเคียดแค้น... ริมฝีปากบางแสยะยิ้ม พร้อมๆกับร่างที่พุ่งตัวเข้าคว้าคอของฮุคแจเข้ามาไว้ในมือ ... ทุกคนตกอยู่ในอาการตะลึง เมื่อเห็นร่างของฮุคแจลอยอยู่กลางอากาศ โดยมีผีสาวบีบคอไว้แน่น... ฮุคแจดิ้นทุรนทุราย แกว่งเท้าไปมาในอากาศ โดยพยายามเอาแกะมือของผีสาวออก แต่ก็ไม่เป็นผล ทั้งยังถูกบีบคอแรงขึ้นไปอีก.... เลือดเริ่มไหลซึมออกจากปากฮุคแจทีละน้อย
ดวงตาเล็กๆเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ... ฮุคแจหันหน้าไปทางเพื่อนๆที่อยู่ด้านใน และนั้นก็เป็นภาพสุดท้ายที่เขาได้เห็นในโลกนี้....
ร่างไร้วิญญาณของฮุคแจร่วงลงไปกองกับพื้น ... ก่อนที่ผีสาวจะหันหน้ามายังชินดงที่แข้งขาอ่อนจนล้มลงไปนั่งกับพื้น... ชายหนุ่มเห็นผีสาวเบนเป้าหมายมายังตนก็รีบลุกขึ้นทุบกระจกบานใหญ่
อย่างบ้าคลั่ง โดยมีเพื่อนๆช่วยกันทุบจากด้านในอีกแรง ... แต่ก็ไม่ทันการณ์ เมื่อมือหุ้มหนังอันขาวซีดของผีสาวได้เอื้อมมากระชากผมของชินดงอย่างแรงจนร่างของเขาผงะไปด้านหลัง...ก่อนที่จะกระแทกหัวของชินดงฟาดเข้ากับกระจกอย่างแรงซ้ำไปซ้ำมา.... ฮีชอลและซองมินกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นสภาพหน้าของชินดงที่ยุบไปทีละน้อย เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกจากทางปากและจมูก... มือหนาเกาะกระจกแน่น พลางส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ....
ผีสาวยังคงกระแทกหน้าของชินดงเข้ากับกระจกอย่างแรงและเร็วขึ้นทุกทีๆ ... มือหนาตะเกียดตะกายกระจกที่เต็มไปด้วยเลือดของตัวเอง ก่อนจะค่อยๆแผ่วลงๆ และหยุดไปในที่สุด...พร้อมๆกับวิญญาณผีสาวที่ค่อยๆเลือนหายไป...
ทั้งหมดอยู่ในอาการช็อคเมื่อเห็นเพื่อนตายไปต่อหน้าต่อตา... ฮีชอลและซองมินกอดกันร้องไห้ ... ส่วนคนที่เหลือต่างยืนๆอยู่เงียบๆด้วยหัวใจที่เจ็บปวด ... คังอินที่นิสัยเป็นคนใจร้อนอยู่แล้ว เมื่อตั้งสติได้ก็ร้องโวยวายเสียงดังจะหาทางออกไปจากที่นี่ ทำให้ฮันกยองและซีวอนต้องช่วยกันห้าม
แต่คังอินก็ไม่ฟัง จึงทำให้เกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรงขึ้น ... ลีทึกจึงต้องเข้ามาลากตัวคังอินขึ้นไปสงบสติอารมณ์บนห้องพัก ...
เสียงนาฬิกาไขลานถูกตีดังขึ้นอีกครั้ง...พร้อมๆกับเสียงเอะอะโวยวายจากห้องพักของคังอินและลีทึกดีดังขึ้นเรื่อยๆ...ในตอนแรกอีก 7 คนที่เหลือ ก็นึกว่าแค่ทะเลาะกันเสียงดังเท่านั้น...แต่เมื่อ
ได้ยินเสียงกรีดร้องของลีทึกที่ดังขึ้น ทำให้ต้องรีบวิ่งขึ้นไปดู... ก็พบเข้ากับภาพของคังอินกำลังใช้
ดาบซามูไรที่แขวนประดับไว้แทงเข้าที่หัวใจของลีทึก... เลือดกระเด็นเปรอะไปทั่วห้อง ข้าวของกระจัดกระจายไปทั่วห้อง และในมือของลีทึกก็มีดาบอีกเล่มที่เปื้อนเลือดอยู่เหมือนกัน ....
.... ทั้งคู่อยู่ในสภาพไร้สติราวกับโดนควบคุม ดวงตาเหลือกเห็นแต่ตาขาว โดยมีวิญญาณของผีสาวยืนหัวเราะอยู่ใกล้ๆด้วยความสะใจ.... ขณะที่ฮันกยองกับซีวอนกำลังจะเข้าไปแยกตัวทั้งคู่ออกจากกันนั้น ดาบในมือของลีทึกก็ตวัดเข้าฟันคอของคังอินจนขาดกระเด็นพร้อมๆกับร่างของลีทึกที่ทรุดร่วงลงไป
วิญญาณของผีสาวหัวเราะเสียงดังออกมาด้วยความสะใจ...ก่อนจะพุ่งตรงมายังที่ๆชายหนุ่มทั้ง 7 คนยืนอยู่... แต่ก็ไม่เร็วเท่าฮันกยองที่สั่งให้ทุกคนวิ่งหนี ...ทั้งหมดวิ่งไปตามทางเดินอย่างรวดเร็ว
โดยมีผีสาวไล่ตามอย่างไม่ลดละ...พวกเขาวิ่งไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมายจนกระทั่งมาถึงห้องใต้หลังคา
เมื่อพวกเขาเปิดประตูเข้าไปแทนที่จะพบกับร่างไร้วิญญาณของคุณคิมที่นอนตายอยู่...แต่ภาพที่พวกเขาเห็นกลับเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งกับหญิงสาวสองคนกำลังทะเลาะกันอยู่ โดยที่ไม่รับรู้การมาของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย... และที่น่าตกใจไปกว่านั้น หญิงสาวหนึ่งในนั้น เป็นคนเดียวกับผีสาวที่ไล่ตาม
ฆ่าพวกเขาอยู่..... ทั้งสามคนทะเลาะกันอย่างรุนแรง จับใจความได้ว่า ชายหนุ่มคนนั้นเป็นสามีของผู้หญิงชุดขาว และชายคนนั้นได้มาลักลอบมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นบนห้องใต้หลังคาแห่งนี้ ...
แต่ผู้หญิงชุดขาวคนนั้นก็มาเห็นเข้า ทำให้เกิดการทะเลาะกันใหญ่โต....หญิงสาวในชุดขาวกระชากตัวผู้หญิงอีกคนเข้ามาตบแล้วกระหน่ำทุบตีอย่างรุนแรง...ทำให้ชายหนุ่มรีบเข้ามากระชากตัวเธอออกไป จนทำให้ร่างของเธอกระแทกเข้ากับข้างฝา ... เธอรู้สึกโกรธมาก จึงคว้ามีดปอกผลไม้ที่วางอยู่บนจาน หมายจะแทงใส่ชายหนุ่ม...แต่อีกฝ่ายไหวตัวทันจึงกลับกลายเป็นเธอซะเองที่ถูกชายหนุ่มแทงด้วยดาบซามูไรที่ตกแต่งอยู่ตรงผนังห้อง... เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมาจากตัวของหญิงสาว...
...ชุดราตรีสีขาวเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด...ชายหนุ่มกระหน่ำฟันร่างของเธอไม่ยั้งด้วยความโกรธ...
เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของเธอดังไปทั่ว ... เธอค่อยๆขาดใจตายอย่างช้าๆ .
โดยที่ดวงตาเหลือกลานที่เต็มไปด้วนเลือดแดงก่ำของเธอจ้องมองชายหนุ่มด้วยความโกรธแค้น ....พร้อมๆกับที่พวกเขาทั้ง 7 กลับมาสู่โลกปัจจุบัน... ห้องใต้หลังคาที่มีร่างไร้วิญญาณของ
คุณคิมนอนอยู่... คิบอมที่เหลือบไปเห็นกระดาษวางอยู่บนโต๊ะ จึงเดินไปหยิบมาอ่าน...
....จดหมายนั้นเป็นจดหมายลาตายของคุณคิม .... เนื้อความในจดหมายกล่าวถึงเหตุฆาตกรรมในอดีตและคำขอโทษต่อพวกเขาที่ไม่สามารถจะปกป้องพวกเขาจากวิญญาณร้ายของหญิงชุดขาวได้....
คุณคิมรู้ดีอยู่แล้วว่า ในวันนี้เป็นวันครบรอบวันที่หญิงสาวถูกฆาตกรรม และเธอจะออกมาอาละวาดไล่ฆ่าผู้ชายทุกคน... คุณคิมที่ไม่สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้จึงเลือกที่จะฆ่าตัวตาย ... ท้ายจดหมายก็ยังได้บอกวิธีการปลดปล่อยวิญญาณของหญิงสาว นั่นคือการหาศพให้เจอแล้วทำลาย ... ซึ่งคุณคิมที่เฝ้าเสาะหามาตลอด 10 ปีเต็มก็ยังไม่มีทางหาเจอ ...
พวกเขาทั้ง 7 คนจึงตกลงกันว่าจะแยกย้ายกันออกไปตามหาศพของหญิงสาวตามที่ต่างๆ
ในปราสาท...โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม 3 คน ฮันกยอง,ซีวอน,ฮีซอล และ กลุ่ม 4 คน คิบอม,ซองมิน, ดงแฮและคยูกยอน ... ทั้งสองกลุ่มต่างช่วยกันหาศพของหญิงสาวในที่ๆคิดว่าจะมีศพอยู่
แต่ก็ไม่พบอะไรเลย... จนกระทั่งเสียงนาฬิกาไขลานบานใหญ่ถูกตีดังขึ้นอีกครั้ง ... วิญญานของผีสาวก็ได้ปรากฏตัวขึ้นในห้องที่กลุ่มของคิบอมกำลังหาศพอยู่.... เธอตรงเข้าทำร้ายทั้ง 4 คน ทำให้ทุกคนได้รับบาดเจ็บ แต่พวกเขาต่างก็ช่วยกันปกป้องเพื่อนของตัวเองไม่ให้ถูกทำร้าย...
ทางด้านกลุ่มของฮันกยองที่ตามหาดูทุกห้องแล้ว แต่ก็ไม่พบ จึงมานั่งพักเหนื่อยกันที่ห้องนั่งเล่นอันเป็นที่ตั้งของนาฬิกาบานใหญ่... ฮีซอลที่ฉุกคิดได้ว่า ผีสาวจะออกมาปรากฏตัวทุกครั้งที่นาฬิกาถูกตีบอกเวลาดังขึ้น... ทั้งสามจึงไปสำรวจนาฬิกาบานนั้น และก็พบเข้ากับช่องเล็กๆ จึงได้แงะเข้าไปดูก็พบกับซากโครงกระดูกในขุดราตรีสีขาวเปื้อนเลือดอยู่ในนั้น... พร้อมๆกับเสียงร้อง
ขอความช่วยเหลือของดงแฮที่ถูกบีบคออยู่ที่ชั้นบน โดยที่อีกสามคนที่เหลืออยู่ในอาการบาดเจ็บ
ไม่สามารถช่วยอะไรได้... ซีวอนกับฮันกยองจึงช่วยกันลากศพของหญิงสาวออกมา โดยมีฮีชอล
จุดไฟในเตาผิง ... ทั้งสามคนช่วยกันโยนศพของหญิงสาวเข้าไปในเตาผิงที่อยู่ในห้องนั่งเล่น...
วิญญาณของผีสาวหยุดบีบคอของดงแฮพลางกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ...
แล้วไปปรากฏร่างในห้องนั่งเล่นที่ชายหนุ่มทั้งสามคนอยู่... โดยมีอีก 4 คนที่เหลือตามลงมาดูด้วย...
ซากศพของหญิงสาวค่อยๆมอดไหม้เป็นเถ้าถ่านทีละน้อย...พร้อมๆกับวิญญานที่แตกสลายไปอย่างช้าๆ... ประตูและหน้าต่างทุกบานถูกเปิดออก ... ดวงอาทิตย์ค่อยๆโผล่ขึ้นจากขอบฟ้า ...
พร้อมๆกับฝันร้ายของทุกคนที่กำลังจะหายไป
END
--------------------------------------------------------------------------------
เป็นหนังผี นำแสดงโดยเอสเจ ทั้ง 13 คน คับ --- คนเยอะมากมาย
มันคือ การบ้านวิชา scipt writing & storyboard ของผมเอง 555+

