[Part 16 # Music Box]
"What I've Done...I'll face myself to cross what I've become
Erase myself And let go of what I've done ... "
เสียงเพลงเมทัลที่แผดเสียงดังออกมาจากลำโพงภายในรถถูกปิดลง พร้อมๆกับเสียงบ่นเบาๆของร่างเล็กที่นั่งอุดหูอยู่เป็นนานสองนาน
"ไม่มีเพลงอื่นดีกว่านี้แล้วเหรอยูชอน..หนวกหูจะตาย~"
คนตัวเล็กทำหน้ามุ่ย พลางก้มลงไปรื้อซีดีแผ่นใหม่ที่กองสุมกันอยู่ในที่เก็บของหน้ารถ
"มันคงไม่มีแบบที่นายชอบหรอก..ป๊าฟังแต่พวกเพลงแบบนี้แหละจุนซู..นายไม่ต้องหาหรอก"
ร่างสูงละสายตาจากท้องถนน แล้วหันมาพูดกับอีกฝ่ายที่ก้มหน้าก้มตาหาเพลงโปรดอย่างจริงจัง
จุนซูกับยูชอนอยู่ในรถสปอร์ตสีดำคันหรูที่เพ้นท์ลายด้านข้างเป็นภาพกราฟิก รวมไปถึงการตกแต่งที่ดูเหมือนรถของพวกแก๊งซิ่งยังไงอย่างงั้น
...รถคันนี้เป็นรถของป๊าอีริคที่เพิ่งยกให้ยูชอนหมาดๆเมื่อครั้งกลับจากไปค่ายที่ทะเล เมื่ออีริครู้ว่ารถเวสป้าคันโปรดของลูกชายหายไป
อีริคจึงสั่งให้ลูกน้องเลือกรถคันที่มีอยู่ที่บ้านส่งตรงมาให้ถึงบ้านพักริมทะเล ด้วยเหตุผลที่สำคัญเหนืออื่นใด
นั่นก็คือ ไม่อยากให้หนูจุนซูต้องลำบากเดินมาโรงเรียนทุกวัน...(ไม่ได้จะห่วงยูชอนเลยซักนิดใช่มะ -*-)
"เดี๋ยวค่อยไปหาซื้อใหม่ละกัน..พรุ่งนี้วันเสาร์ เราลองไปเดินเลือกดูก็ได้นี่..อย่าหน้างออย่างงี้สิ..ไม่น่ารักเลย.."
มือหนาเอื้อมไปลูบหัวอีกฝ่ายที่เริ่มจะหน้างอ เมื่อไม่เจอเพลงโปรดของตัวเองในกองซีดีซักที
และเมื่อได้ยินอย่างงั้น เจ้าตัวเล็กเลยหันมาทำท่าดีใจ เอามือเกาะเข้าที่แขนแกร่งพลางเอาหัวซบอย่างอ้อนๆ
"งั้นพรุ่งนี้เราไปสวนสนุกกันด้วยน้ายูชอน แล้วก็~ไปดูหนังด้วย.." จุนซูถือโอกาสอ้อนขอไปเที่ยวเป็นการใหญ่
"ไปทั้งสวนสนุกทั้งดูหนังเลยเหรอ..จะทันเหรอจุนซู" ร่างสูงยิ้มบางๆเมื่อรู้สึกถึงแรงกอดที่ต้นแขน
ทั้งที่อยากจะหันไปหอมแก้มแดงๆนั่นใจจะขาด แต่ติดว่าขับรถอยู่หรอกนะ...ไม่งั้นชั้นจะฟัดนายให้หนำใจไปเลย เจ้าตัวเล็ก
"ทันสิ~ถ้าไม่ทันก็ไปแค่สวนสนุกก็ได้..นะน้าายูชอนน้าา~" คนตัวเล็กที่กลัวจะไม่ได้ไป เพิ่มดีกรีความอ้อนโดนการถูหัวกับแขนไปมา
"ถ้าพาไปแล้วจะได้อะไรล่ะ..หืมส์" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น พร้อมๆกับรถที่หยุดลงตรงหน้าประตูโรงเรียนของร่างเล็กพอดี
ใบหน้าคมหันมาหาอีกฝ่ายที่ซบหัวกับแขนของตน พลางเอ่ยถามด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์
มือหนาเอื้อมไปยังเบาะข้างๆ ก่อนจะโน้มตัวร่างเล็กที่ยังไม่ได้ทันตั้งตัวเข้ามาในอ้อมกอด
"แล้ว...แล้วยูชอนอยากได้อะไรล่ะ~" >///<
คนตัวเล็กที่หน้าแดงไปถึงไหนต่อไหน เมื่อรู้สึกได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจของอีกฝ่ายที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้แค่คืบ
"นายคิดว่าชั้นอยากได้อะไรล่ะ..จุนซู"
สันจมูกโด่งไล้ไปตามแก้มใสเบาๆอย่างทะนุถนอม พร้อมกับรั้งเอวบางเข้ามาใกล้อีก
เสียงทุ้มที่ฟังดูเซ็กซี่ของร่างสูงทำให้คนตัวเล็กในอ้อมกอดยิ่งเขินมากขึ้นไปอีก จุนซูพยายามดันตัวอีกฝ่ายออกแต่ก็ไม่เป็นผล
"ยูชอน~นี่มันหน้าโรงเรียนน้า..อย่าทำอย่างงี้สิ" ใบหน้าหวานพยายามเบี่ยงหลบอีกฝ่ายที่แอบหอมแก้มเขาไปแล้วตั้งหลายครั้ง
และก่อนที่ริมฝีปากหนาจะได้สัมผัสกลีบปากบางนั้น .........ก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
..ก๊อกๆๆ!!..
เสียงเคาะกระจกจากประตูฝั่งของร่างเล็กดังขึ้น ทำให้ทั้งสองร่างที่กำลังสวีทกันอยู่ในรถต้องรีบผละออกจากกันด้วยความตกใจ
ด้านนอกปรากฏร่างชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งยืนเกาะกระจกรถอยู่ด้วยหน้าตายียวนกวนสุดชีวิต(ในมุมมองของปาร์ก)
โดยที่รอบๆรถมีกลุ่มเพื่อนนักเรียนโรงเรียนซองนัมยืนมองอยู่ห่างๆ เป็นจำนวนมาก
"ชางมิน~~"
จุนซูรีบเปิดประตูลงจากรถ ก่อนจะเดินลงไปหาเพื่อนรัก ด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ ทำให้ร่างสูงที่นั่งค้างอยู่ ต้องลงจากรถตามมาอย่างช่วยไม่ได้
"นายนี่มันตัวขัดขวางความสุขในชีวิตชั้นจริงๆสิ..ให้ตายเหอะ" ยูชอนบ่นเบาๆ แต่ก็ดังพอที่จะเรียกรอยยิ้มเยาะเย้ยจากชางมินได้เล็กน้อย
"ก็นี่มันหน้าโรงเรียนนะครับ..ไม่ใช่สวนสาธารณะที่จะให้มาจอดรถนั่งจู๋จี๋กันน่ะ"
ชางมินพูดเสียงเรียบ พลางเหลือบตามองไปยังร่างเล็กที่อายหน้าแดง หลบอยู่ด้านหลังของเขา
"ไปกันเถอะชางมิน เข้าโรงเรียนกันนะ" จุนซูเขินเอามากๆ เพราะไม่คิดว่าจะมีคนเห็นเขากับยูชอนกำลังจู๋จี๋กัน
ร่างเล็กรีบดึงแขนเพื่อนรักทำท่าจะเดินเข้าไปในโรงเรียน แต่ก็ถูกแขนแกร่งของอีกคนรั้งไว้ซะก่อน
"จุนซู..เดี๋ยวตอนเย็น ชั้นมารับนะ"
ใบหน้าคมโน้มลงประทับจูบเบาๆที่แก้มใสอย่างที่ไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัว ก่อนจะเดินขึ้นรถแล้วขับออกไป
โดยทิ้งให้ร่างเล็กอายจนแทบจะละลายตายอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางสายตาของคนนับร้อย..
"ให้ตายสิ..หมอนี่มันหน้าด้านจิงๆ" ชางมินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพาจุนซูเดินเข้าโรงเรียนไป
.
.
.
...ครืดดด...ครืดดด...
เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง ทำให้ร่างเล็กที่กำลังง่วนอยู่กับการผสมแป้งในวิชาคหกรรมต้องวางมือลง
มือเล็กคว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับ พลางส่งสายตาเป็นเชิงให้ชางมินที่ยืนอยู่ข้างๆเอาตัวบังเขาไว้ไม่ให้อาจารย์เห็น
"ฮัลโหล~หม่ามี๊เหรอคับ"
เสียงหวานตอบรับปลายสายด้วยความสดใส พลางก้มลงพูดคุยกันอยู่ซักพัก โดยมีชางมินคอยเหลือบมองอาจารย์และจุนซูสลับไปมาเป็นระยะๆ
แต่คิ้วหนาก็เริ่มขมวดเข้าหากัน เมื่อสังเกตได้ว่า ร่างเล็กพูดเสียงเบาลงเรื่อยๆ พร้อมๆกับสีหน้าของเจ้าตัวที่ดูแย่ลงเรื่อยๆเช่นกัน
"คับหม่ามี๊..แล้วเจอกันคับ" จุนซูวางสาย พร้อมกับสีหน้าที่ดูแย่สุดๆ จนชางมินต้องเอ่ยปากทัก
"เป็นอะไร..มีอะไรรึป่าว จุนซู" ชายหนุ่มลูบหัวเพื่อนตัวเล็กเบาๆ พลางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
ซึ่งก็ได้รับกลับมาแค่เพียงการส่ายหน้าเบาๆอย่างเชื่องช้าของร่างเล็กเท่านั้น...
จุนซูคว้ากะละมังผสมแป้งมาคนต่ออย่างเหม่อลอย..ชางมินจึงหันไปเตรียมส่วนผสมบ้าง.......จนกระทั่ง...
"ฮึกกก..." เสียงสะอื้นที่จู่ๆก็ดังขึ้นมา ทำให้ร่างสูงต้องหันมามองคนข้างๆด้วยความตกใจ
น้ำตาหยดเล็กๆไหลเปรอะเปื้อนใบหน้าหวานเป็นทาง ร่างเล็กที่กำลังคนแป้งอยู่พยายามปาดน้ำตาที่ไหลออกมาให้หมดไป
"จุนซู เป็นอะไรไปน่ะ" ชางมินรีบวางมือจากงานตรงหน้าก่อนจะดึงตัวเพื่อนรักมาใกล้ๆ
"นายเป็นอะไร..ร้องไห้ทำไม" ร่างสูงปาดน้ำตาบนใบหน้าหวานพลางเอ่ยถาม
"ฮึกก...ชางมิน~~" คนตัวเล็กร้องไห้โฮ ก่อนจะโผเข้ากอดคนตรงหน้าแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดัง
ทำให้เพื่อนในห้องและอาจารย์ที่กำลังยืนคุมการทำอาหารอยู่หันมามองด้วยความตกใจ..
"เอ่อ..อาจารย์ครับ คิมจุนซูเค้าแป้งเข้าตาน่ะครับ เดี๋ยวผมพาเค้าไปล้างหน้าก่อนนะครับ.."
ชางมินรีบขออนุญาตอาจารย์ก็จะกึ่งจูงกึ่งลากจุนซูออกไปจากห้อง
.
.
"เป็นอะไรน่ะจุนซู..บอกมาสิ..นายร้องไห้ทำไม"
ร่างสูงถามเพื่อนรักที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างไม่ลืมหูลืมตา...ถ้านายไม่พูด ชั้นก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะปลอบนายยังไงน่ะ
"ฮึกก..หม่ามี๊จะมารับชั้น...ฮึกกก..หม่ามี๊บอกว่าครบ 5 เดือนแล้ว...เค้าจะมาพาชั้นกลับบ้าน...ฮือออออออ"
จุนซูร้องไห้โฮ พลางโผเข้ากอดเพื่อนรักที่นั่งอยู่ด้วยกันตรงบันไดเล็กๆหลังตึกเรียน
...เย็นวันอาทิตย์นี้ คุณแม่จะบินกลับจากฝรั่งเศส แล้วมารับเขาที่อพาตเมนต์และขนของทั้งหมดกลับบ้าน
ตามสัญญาที่จุนซูให้ไว้ในตอนแรก ว่าจะออกมาใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านเวลา 5 เดือนเท่านั้น...
....ทำไมเวลามันผ่านไปเร็วอย่างนี้นะ....
"ชั้นไม่อยากกลับ ชางมิน...ฮึกก...ชั้นอยากอยู่กับยูชอน...ชั้นไม่อยากไป..ฮืออ"
คนตัวเล็กซุกหน้าลงกับอกของเพื่อน พลางร้องไห้คร่ำครวญ ซึ่งชางมินก็ได้แต่ลูบหลังปลอบเบาๆ พร้อมกับคิดหาทางช่วยไปด้วย
"นายลองขอคุณป้าดูแล้วรึยัง..ชั้นว่ามันน่าจะต่อรองกันได้นะ" ร่างสูงเสนอความเห็น
"ไม่ได้หรอก..นายก็รู้..หม่ามี๊พูดคำไหนต้องคำนั้น หม่ามี๊ไม่ยอมแน่ๆถ้าชั้นจะขออยู่ต่อ..ฮึกก..ชั้นจะทำยังไงดี ชางมิน"
"ชั้นไม่อยากบอกยูชอน..ฮึกก..ชั้นไม่รู้จะพูดยังไง.." จุนซูยังคงร้องไห้ไม่หยุด
"ชางมินชั้นจะทำยังไงดี...ทำยังไงดี~"
.
.
.
ตอนกลางคืน..
"วันนี้นายดูเหม่อๆนะจุนซู..ไม่สบายรึป่าว" ร่างสูงพูดพลางเอามือลูบหัวคนตัวเล็กที่นอนใจลอยอยู่บนตักเขา
...ตั้งแต่กลับมาจากโรงเรียน..จุนซูก็ดูไม่ร่าเริง เหม่อๆ ซึมๆ แถมยังตาบวมอีกต่างหาก...
แต่พอเขาถาม เจ้าตัวเล็กก็เอาแต่บอกว่าไม่เป็นอะไร แถมยังหาทางเปลี่ยนเรื่องซะอีก.....และครั้งนี้ก็เช่นกัน
"พรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวสวนสนุกกันจริงๆใช่มั๊ยยูชอน" ร่างเล็กเอ่ยพร้อมกับชันตัวลุกขึ้นสบตาคนตรงหน้า
ดวงตาที่เคยฉายประกายสดใส ดูหม่นหมองและเศร้าศร้อย จนคนที่มองอยู่สังเกตได้
"บอกชั้นได้มั้ยจุนซู..นายเป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนี้ หืมส์" เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างห่วงใย พลางยกมือขึ้นลูบแก้มใสเบาๆ
...การกระทำอันแสนอ่อนโยนและกระแสความห่วงใยที่สัมผัสได้ แทบจะทำให้จุนซูน้ำตาไหล...
....จะเป็นยังไง ถ้าไม่ได้อยู่ข้างๆยูชอน....
....จะเป็นยังไง ถ้าต้องขาดอ้อมกอดที่อบอุ่นอันนี้ไป....
ร่างเล็กโผเข้ากอดอีกฝ่ายแน่น พลางซุกหน้าลงกับไหล่กว้าง
"ผมรักยูชอนนะ"
ถึงแม้ช่วงนี้จะพูดคำๆนี้ออกมาบ่อยเหลือเกิน...แต่ก็ยังอยากจะบอก
บอกให้รู้...อยากให้ยูชอนรู้ ว่าเขาเองก็รักยูชอนไม่น้อยไปกว่าที่ยูชอนรักเขาเลย
แต่สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ ก็คงจะเป็นอย่างที่ชางมินว่า ....ใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุดสินะ
"ยูชอน..พรุ่งนี้เราไปสวนสนุกกันนะ"
จุนซูซุกหน้าเข้ากับอกของอีกฝ่าย พลางโอบรัดเอวหนาไว้แน่นราวกับหาที่พึ่ง
..เขายังไม่อยากบอกอะไรยูชอนตอนนี้...มันเจ็บปวดเกินไปที่จะต้องเอ่ยคำว่าลา
"ได้สิ...พรุ่งนี้เราจะไปสวนสนุกกัน"
ร่างสูงได้เพียงแต่โอบกอดคนรักไว้อย่างอ่อนโยน ถึงแม้จะสงสัยซักแค่ไหนว่าจุนซูเป็นอะไร
แต่ถ้าเจ้าตัวเล็กไม่อยากตอบ เขาก็จะไม่ฝืน ...
...ชั้นจะอยู่เคียงข้างนาย...จะโอบกอดนายไว้ตลอดไป..จุนซู...
.
.
.
.
"กว้างจังเลย~~" เสียงคนตัวเล็กเอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้น เมื่อก้าวเข้ามาใน Lotte world
สวนสนุกขนาดใหญ่ที่ดังที่สุดในเกาหลี ...ที่ๆเจ้าตัวใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก ว่าจะต้องมาให้ได้ซักครั้ง
จุนซูตั้งใจไว้ว่า วันนี้เขาจะต้องใช้เวลาที่มีอยู่ทั้งหมดสร้างความทรงจำที่ดีที่สุดระหว่างเค้ากับยูชอน
เพื่อว่า เมื่อจากกันไป จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง ...
ถึงแม้ว่าวันต่อไปเค้าอาจต้องนั่งร้องไห้อยู่เพียงลำพัง แต่อย่างน้อย ก็จะมีความทรงจำที่ดีที่สุด คงอยู่ในใจของเขาตลอดไป..
"เราไปเล่นม้าหมุนกันนะ" มือเล็กดึงแขนอีกฝ่ายไปยังเครื่องเล่นขนาดใหญ่ที่อยู่ไกลออกไปเล็กน้อย
ร่างสูงคลี่ยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นจนน่าเอ็นดูของคนรัก..
จุนซูที่ร่าเริง สดใสคนเดิมที่เคยรู้จัก...บางทีเรื่องที่เจ้าตัวเล็กกังวลอยู่เมื่อวาน มันอาจจะดีขึ้นแล้วล่ะมั้ง
จุนซูและยูชอนตระเวนเล่นเครื่องเล่นที่มีอยู่ตามจุดต่างๆรอบสวนสนุก เริ่มจากม้าหมุน เรือผจญภัย รถบั๊มพ์ ไวกิ้ง
ไล่จนไปถึงเครื่องเล่นน่าหวาดเสียวอย่างรถไฟเหาะ ที่เจ้าตัวเล็กชอบใจนักชอบใจหนาจนต้องขอเล่นใหม่อีกรอบ
ทั้งคู่เดินออกมานอกอาคาร ก่อนจะมาหยุดลงที่หน้าปราสาท Magic castle
ดวงตาเรียวจับจ้องสิ่งๆหนึ่งอยู่เป็นเวลานาน จนร่างสูงที่เดินกุมมืออยู่ข้างๆ ต้องหันกลับมามอง
จุนซูดึงแขนยูชอนให้ทรุดนั่งลงมองอะไรบางอย่างที่วางขายอยู่หน้าร้านขายของที่ระลึก

กล่องดนตรีรูปเจ้าชายและซินเดอเรลล่ากำลังเต้นรำอยู่หน้าปราสาทคริสตัลถูกมือเล็กหยิบขึ้นมาดูด้วยความสนใจ
"น่ารักจังเลยยูชอน..ดูสิ" จุนซูยื่นไปให้อีกฝ่ายที่อยู่ข้างๆดู
"นายชอบซินเดอเรลล่าเหรอจุนซู" ร่างสูงหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเห็นท่าทางสนอกสนใจเกินเหตุของคนตรงหน้า
...เด็กผู้ชายที่ไหนจะชอบซินเดอเรลล่ากัน....นี่คงจะมีแต่เจ้าตัวเล็กคนเดียวนี่แหละที่ชอบอะไรแบบนี้
"มันเป็นกล่องดนตรีด้วยนะ..ลองฟังสิ"
มือเล็กไขลานที่อยู่ข้างใต้กล่องอย่างเบามือพลางเงี่ยหูฟังเสียงเพลงด้วยท่าทางที่ยูชอนพูดได้คำเดียวว่าน่ารัก
เสียงเพลงบรรเลงดังขึ้นตามจังหวะ พร้อมๆกับที่ซินเดอเรลล่าเต้นรำกับเจ้าชายไปด้วย
ท่วงทำนองที่ไพเราะและดูมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาดราวกับจะหยุดช่วงเวลานี้เอาไว้
ร่างเล็กช้อนสายตาขึ้นสบกับสายตาคมของอีกฝ่ายที่อยู่ใกล้ๆ
ไม่ว่าเมื่อไหร่ ยูชอนก็จะมองเค้าอย่างอ่อนโยนแบบนี้เสมอ
สายตาที่มองมาสัมผัสได้ถึงความรักที่เอ่อล้นอยู่เต็มหัวใจ
มือใหญ่ที่เกาะกุมและโอบอุ้มไว้ยามเหนื่อยล้า
อ้อมกอดที่สัมผัสไม่ว่าจะกี่ครั้งก็รู้สึกได้ถึงไออุ่นจากคนที่เค้ารัก
เสียงทุ้มที่คอยกระซิบข้างหูอยู่ทุกวันด้วยคำว่า รัก
...รัก...
...สิ่งที่ปาร์กยูชอนที่มีให้คิมจุนซูเสมอมา...
...ไม่อยากให้หายไปเลย...
...อยากหยุดเวลาเอาไว้ที่นาทีนี้...ตลอดไป...
.
.
.
ร่างสูงที่กำลังนอนดูรูปถ่ายของวันนี้ในกล้องดิจิตอลชำเลืองมองอีกฝ่ายที่ง่วนอยู่กับกล่องเพลงสีฟ้านั่งอยู่ตรงปลายเตียง
เจ้าตัวเล็กที่ดูจะถูกใจกับเจ้ากล่องเพลงซินเดอเรลล่านี้มาก ถึงขนาดนั่งเล่นตั้งแต่สวนสนุกจนกลับมาถึงบ้านก็ยังไม่ยอมวาง
"ชอบมากเลยเหรอ..." มือหนารั้งคนตัวเล็กขึ้นมานั่งบนตักพลางโอบกอดเอาไว้
ยูชอนซบหัวลงกับไหล่เล็กและจ้องมองไปยังกล่องดนตรีสีฟ้าในมือของอีกฝ่าย ก่อนเอ่ยปากถามต่อไปอีก
"อยากรู้จักว่ามันมีอะไรดี จนทำให้นายเมินชั้นได้ถึงขนาดนี้น่ะ หืมส์"
เสียงทุ้มแกล้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี
จุนซูเอนหลังพิงอกแกร่งพลางเอ่ยขึ้นมา ทั้งที่สายตายังคงจับจ้องกล่องดนตรีอยู่
"ยูชอนรู้มั้ย...เค้าว่ากันว่า เพลงบรรเลงจะทำให้คนที่ได้ฟังรู้สึกมีความสุขและซาบซึ้งไปกับมัน...
ตอนเด็กๆผมเคยมีกล่องดนตรีแบบนี้ด้วยนะ...เวลาที่ผมเหงาหรือนอนไม่หลับ ผมจะเอามาหมุนแล้วนอนฟังมันเล่นไปเรื่อยๆ
....มันเป็นความทรงจำที่ผมไม่เคยลืมเลยนะ...กล่องดนตรี ของขวัญชิ้นแรกที่คุณพ่อซื้อให้ผม.."
"แล้วตอนนี้นายกำลังเหงาอยู่รึเปล่า.." เสียงทุ้มเอ่ยถามพลางกระชับอ้อมกอดเข้ามาแน่น
ความรู้สึกเศร้าศร้อยที่สัมผัสได้จากความรู้สึกของจุนซูที่เกิดขึ้นเมื่อวาน..ยังคงติดค้างในใจเขาอยู่
"ไม่เหงาหรอก..ก็ผมมียูชอนอยู่แล้วนี่นา"
ร่างเล็กหันกลับไปโอบกอดคนรักไว้แน่น พลางเอนหัวกลมๆซบที่ไหล่ของอีกฝ่าย
"...ผมรักยูชอนนะ..."
หากพรุ่งนี้ไม่มีแล้ว
เธอจะรู้บ้างไหมว่ารักเธอแค่ไหน?
ฉันได้พยายามทุกทางเพื่อแสดงความรักต่อเธอทุกวันรึยัง?
เพราะเธอคือหนึ่งเดียวที่สำคัญ
และหากเวลาของฉันบนโลกนี้ได้ผ่านเลย
และเธอต้องจะแสร้งทำเป็นว่าโลกนี้ไม่เคยมีฉันอยู่ไหม?
หากความรักที่ฉันเคยให้เธอแต่ก่อนไม่เพียงพอยืนยาวจนสุดท้าย
หากพรุ่งนี้ไม่มีอีกครั้ง...
ดังนั้นจึงควรบอกให้เธอรู้ว่ารักแค่ไหน...
กระทั่งแค่คำว่า คิดถึงเสมอ...
หากพรุ่งนี้จะไม่มีอีกครั้ง...
If tomorrow never comes...
.
.
.
เช้าวันอาทิตย์..
"หอมจังเลย..วันนี้มีอะไรกิน หืมส์"
วงแขนแกร่งโอบเอวบางจากทางด้านหลัง ใบหน้าคมยื่นมาวางเกยไว้ที่ไหล่เล็กพลางก้มลงมองอาหารเช้าหน้าตาน่ากินที่วางอยู่ในจาน
"สปาเกตตี้ทูน่าของโปรดของยูชอนไง"
ร่างเล็กที่กำลังเตรียมอาหารอยู่หัวเราะออกมาเบาๆด้วยความจั๊กจี๊ เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆที่รดอยู่ตรงซอกคอ
"ยูซู..มากินข้าวกับปะป๊าเร็ว" มือหนาอุ้มเจ้าแมวน้อยขึ้นมาอยู่ไว้โต๊ะ
พร้อมๆกับเขย่าถ้วยใส่อาหารเม็ดไปมา เพื่อเรียกความสนใจจากลูกรักที่เอาแต่จ้องหม่าม๊าของมันที่กำลังตักสปาเกตตี้ลงในจานตรงหน้าของเขา
"ยูซูมากินข้าวมะ" จุนซูนั่งลงที่เก้าอี้วางข้างๆอีกฝ่าย ก่อนจะอุ้มเจ้าแมวน้อยวางลงบนตัก พลางหยิบอาหารเม็ดยื่นให้เจ้าตัวเล็กกิน
...วันนี้ก็เหมือนกับทุกวัน ทั้งจุนซูและยูชอนต่างก็ใช้ชีวิตเหมือนอย่างปกติ...
....ถึงแม้ว่า อีกไม่กี่ชั่วโมง ...เค้าทั้งสอง อาจจะต้องจากกัน...
....จากกันตลอดไป....
"ไม่ไปด้วยกันจริงๆเหรอจุนซู" ร่างสูงที่นั่งผูกเชือกรองเท้าอยู่ตรงประตูทางออกหันมาถามร่างเล็กที่ยืนอยู่ด้านหลัง
"ไม่ล่ะ..ตั้งใจซ้อมนะยูชอน" คนตัวเล็กพยายามคลี่ยิ้มที่สดชื่นที่สุดส่งไปให้อีกฝ่าย
...อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เจอกัน...อยากจะให้ยูชอนจดจำรอยยิ้มนี้ไว้...รอยยิ้มของเขาที่เป็นของยูชอนเพียงคนเดียว...
มือหนารั้งเอวบางเข้ามากอดหลวมๆ ก่อนจะประทับจูบที่แก้มใสเบาๆเหมือนอย่างทุกวัน
แต่ครั้งนี้คงไม่เหมือนกัน เมื่อรู้สึกได้ถึงแรงกอดรั้งของอีกฝ่าย
จุนซูซุกหน้ากับอกแกร่งพลางโอบกอดไว้ราวกับโหยหา ริมฝีปากบางเม้มแน่นเพื่อกลั้นก้อนสะอื้นที่จะแล่นขึ้นมาจุกอก
...ถ้านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ต้องจากลา...ก็อยากจะเก็บสัมผัสของอ้อมกอดนี้ไว้ตลอดไป...
"จูบผมหน่อยได้มั้ย..ยูชอน" ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นสบตากับอีกฝ่ายอย่างเว้าวอน
ทำให้ร่างสูงได้แต่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อได้ยินคำขอของคนตรงหน้า
ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆเมื่อเห็นใบหน้าหวานหลับตาพริ้มราวกับเจ้าหญิงที่รอการจุมพิต
ใบหน้าคมโน้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ สัมผัสอันอ่อนโยนตรงริมฝีปากแผ่ซ่านไปทั่วความรู้สึก
จูบอันแสนหวานและนุ่มนวล ..อ้อมแขนที่อบอุ่นราวกับจะกล่อมให้หลับใหล
สัมผัสที่เน้นย้ำซ้ำๆบนกลีบปากบางอย่างทะนุทนอม...เต็มไปด้วยความรู้สึก
...รัก...
...รักมากเหลือเกิน...
ริมฝีปากหนาผละออกอย่างอ้อยอิ่ง พลางมองสบตาร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ชั่วขณะหนึ่ง..ราวกับจะเห็นความโศกเศร้าและเจ็บปวดในแววตาคู่นั้น
ใบหน้าคมเพ่งมองสิ่งนั้นอย่างค้นหา แต่ก็ทำได้ไม่นาน เมื่อรู้สึกได้ถึงแรงผลักเล็กๆจากอีกฝ่าย
"ไปได้แล้วล่ะยูชอน~เดี๋ยวเพื่อนๆจะรอแย่" จุนซูยิ้มให้คนรักอย่างสดชื่น ทั้งที่ในใจรู้สึกอ่อนแออย่างน่าประหลาด
คนตัวเล็กเขย่งปลายเท้าพลางประทับจูบอย่างแผ่วเบาที่ใบหน้าคม เสียงหวานเอ่ยประโยคสุดท้ายแผ่วเบาราวกับจะร่ำลา
"ผมรักยูชอนนะ.."
"ชั้นก็รักนายเหมือนกัน..จุนซู"
ร่างสูงยิ้มให้อีกฝ่าย ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเดินออกจากห้องไป
ถึงแม้จะรู้สึกสังหรณ์ใจในการจากลาครั้งนี้..แต่เขาก็ยังคงเดินออกไป
เดินออกไป...โดยที่ไม่รู้เลยว่า
เมื่อหันกลับมาอีกครั้ง ทุกอย่างจะไม่เป็นเหมือนเดิม...
################ TBC
อ๊ากกกกกกกกกก *ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง*
ตอนนี้มันแต่งยากจิงๆคับท่านผู้อ่านที่รัก ..บอกแล้วว่าแต่งเศร้าไม่เปน TT^TT
ก็เลยออกมาเน่าอย่างที่เห็น ~~~ > <"
ตอนหน้าจะจบแล้วนะคับ ... ยังไงก็ช่วยติดตามกันด้วยน้า
P.s. ย้ำอีกที~~
เปิดจองรวมเล่มแล้วนะคับผม "With Love...With Yusoo~"
คลิกที่นี้ได้เรย หมดเขตจองวันที่ 15 นะคับผม
อันนี้ภาพสเกตปกอันใหม่คับผม ^^
ชอบมากๆเลย น้องเซียน่าร้ากกกกกกกกก ~~

ขอบคุณที่รักกันนะคับ <(_ _)>
.
.
.
