* เค้าว่าคนเมาจะตื่นเช้า เห็นจะจริง 555+ (อัพฟิกตอน 6.45)
Note: อีกหนึ่งเวอร์ชั่นของ Do you believe in Destiny ? คับผม
จากเวอร์ชั่นแรกที่มันสั้นๆ (ลืมมันไปซะ55) มาจนถึงเวอร์ชั่นสองที่ลงในรวมเล่ม ที่เป็นเวอร์ชั่นของยูชอน
ตอนนี้ก็เวอร์ชั่นสามตามคำสัญญาแล้วนะคับ ^^ ขอโทษที่ให้รอนานนะคับผม (ใครรอ 55)
ถือว่าเปน SF พิเศษสำหรับตอบแทนที่ทุกคนคอยสนับสนุนผลงานของผมตลอดมา ทั้งเข้ามาดู มาเม้นท์ ขอบคุณมากจิงๆคับ
หวังว่าคงจะชอบกานน้า >///<
(อย่า งง เพราะมันคล้ายกับที่รวมเล่มนะคับ เพราะมันเปนเหตุการณ์เดียวกัน แต่เกิดกับอีกคนเนอะ ^^)
ข้อแนะนำในการอ่าน : ถ้ามีหนังสือตอนพิเศษนี้อยู่กับตัวท่าน กรุณาอ่านควบคู่กันไป จะเข้าใจมากขึ้น
แต่ถ้าไม่มีก็อ่านไปเลยได้คับผม เพราะมันก็จะเข้าใจเหมือนกัน 555+ (พูดเพื่ออะไร -*-)
----------------------------------------------------------------
"แม้เส้นขนานสองเส้น ก็ยังมีโอกาสบังเอิญมาพบกันได้"
"ในโลกเรา ไม่มีความบังเอิญ จะมีก็แต่ พรหมลิขิต"
...พรหมลิขิต...
Destiny...พรหมลิขิต ปาฏิหาริย์ หรือเพียงแค่ ความบังเอิญ
...Do you believe in Destiny ??...
เสียงร้องแสดงความยินดีดังก้องไปทั่วทางเท้าระหว่างทางเดินมายังห้องพัก
เหล่าสมาชิกวงดงบังชินกิโค้งให้แก่ผู้ที่เข้ามาแสดงความยินดีเหล่านั้น หัวหน้าวงยูโนวยุนโฮกำรางวัลที่เพิ่งได้รับมาไว้ในมือแน่น ...
ใบหน้าของสมาชิกทุกคนในวงเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความปลาบปลื้มใจกับอีกรางวัลหนึ่งที่ได้รับ ...
และที่ดูจะดีใจยิ่งกว่าใคร ก็คือ คนตัวเล็กที่เดินตามมาทีหลังสุด
...ผมโค้งให้สตาฟและเพื่อนๆที่เข้ามาแสดงความยินดีกันอย่างไม่ขาดสาย วันนี้วงของเราได้รับรางวัลอีกแล้ว
มันเป็นรางวัลจากความพยายามของพวกเราทั้งห้าคน ผมภูมิใจแล้วก็ดีใจกับมันมากๆ...
ผมเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวที่มีสมาชิกคนอื่นยืนอยู่ก่อนแล้ว ก่อนจะคว้าโทรศัพท์เครื่องโปรดที่กำลังแผดเสียงร้องลั่นขึ้นมารับ
"Happy Birthday Junsu~~!!"
เสียงตะโกนดังออกมาจากโทรศัพท์หลังจากที่ผมกดรับสาย ..คุณพ่อ คุณแม่ แล้วก็พี่จุนโฮ โทรมาอวยพรวันเกิดให้ผม
ผมไม่รู้หรอกว่า ผมยิ้มเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันนี้ แต่ว่าในตอนนี้ผมยิ้มกว้างกว่าครั้งไหนๆ..
วันเกิดของผมที่มีแฟนทำป้ายผ้าอวยพรขนาดใหญ่มาติดไว้ในงาน
วันเกิดของผมที่มีคุณพ่อ คุณแม่กับพี่มาให้กำลังใจและโทรมาอวยพร
วันเกิดของผมที่มีสมาชิกในวงอยู่กันพร้อมหน้า
วันนี้ ผมมีความสุขจัง ^^
.
.
.
คุณเคยคิดไหมว่า...
"เบื้องบนอาจจะสร้างใครบางคนให้มาคู่กับคุณ"
..เค้าคนนั้น...ตอนนี้จะอยู่ที่ไหน?..
...เค้าอาจจะอยู่อีกซีกโลก...
..หรืออาจเป็นคนใกล้ตัวที่เดินผ่านไปมาทุกวัน..
...รอเวลาที่โชคชะตาจะนำพาให้มาพบกัน...
... Destiny ...
คุณเชื่อเรื่องพรหมลิขิตรึเปล่า...ผมเชื่อนะ
ผมเชื่อว่า การที่พวกเราดงบังชินกิทุกคนได้มาเจอกัน มันเป็นพรหมลิขิต
พวกเรามาจากที่ต่างกัน ครอบครัวต่างกัน สังคมต่างกัน ..แต่ก็ยังมาเจอกันได้
..คุณคือว่านี่เป็นพรหมลิขิตรึเปล่า..
อ๊าาาา~~
ผมเผลอร้องออกมาด้วยแบบตกใจสุดๆ ตอนผมเดินเข้าไปในห้องประชุม..
แทนที่จะเป็นการประชุมสรุปงานเหมือนครั้งก่อนๆ แต่วันนี้ผมเห็นปาร์ตี้ฉลองวันเกิด ...วันเกิดของผม
พวกสตาฟ เพื่อนๆในวง รวมไปถึงพวกเอสเจอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ...
ผมดีใจจัง ดีใจจนอยากจะร้องไห้เลยล่ะ จะมีวันเกิดครั้งไหนของผม พิเศษไปกว่าวันนี้อีกมั้ยนะ...
ผมรู้สึกว่าหน้าของผมมันร้อนๆ ..นี่ผมกำลังจะร้องไห้ใช่มั้ย
ไม่เอานะ ..ผมไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าคนอื่น มันน่าอายจะตายไป >//<
ผมขอตัวออกมาข้างนอก แล้วพอนั่งลงปุ๊บ น้ำตามันก็ไหลออกมาเอง แบบที่กลั้นไม่อยู่
ยูชอนบอกว่า การที่คนเราร้องไห้ออกมาคือการแสดงความรู้สึก
แต่ผมไม่ชอบร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นนี่นา...ผมไม่ใช่ยูชอนซักหน่อย ="=
อยู่ๆผมก็รู้สึกเหมือนมีคนเอามือมาลูบหลัง ผมหันไปมอง
ให้ตายซิ ..ยูชอนตามออกมาทำไมกัน ผมไม่อยากให้ใครเห็นผมตอนร้องไห้
ผมยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกเร็วๆ แล้วทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ยูชอนยิ้มบางๆให้ผม...ผมชอบรอยยิ้มแบบนั้นของเขาจัง
ยูชอนนั่งลงข้างๆผม เขาไม่พูดอะไรเลย
แต่ทำไมผมถึงรู้สึกอบอุ่นนะ ผมรู้สึกดีเวลามียูชอนอยู่ใกล้ๆ
..ความรู้สึกแบบนี้ มันคืออะไร..
.
.
.
ดีจริงๆ ที่ได้อยู่โลกใบนี้ ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ฉันจึงได้พบกับเธอ
baby Im with you when I think of you
ไม่ว่าเมื่อไหร่ฉันก็จะไม่ลืมวันนี้ มันจะหลงเหลืออยู่ห้องหัวใจฉัน
แน่นอนว่าสักวันหนึ่งเราสองคนจะได้กลับมาเจอกัน
ถึงตอนนั้นอยากให้มองฉันด้วยรอยยิ้มแห่งความรักนั้นอีกครั้ง
baby Im with you . when I think of you
baby Im with you . when I think of you
เอาละ!! พักกันได้แล้ว!!
เสียงโปรดิวเซอร์ชาวญี่ปุ่นดังเข้ามาในห้องอัดเสียง ...ตอนนี้ พวกเราอยู่ที่ญี่ปุ่นในค่ำคืนวันคริสมาสต์ ...
ชางมินดีใจจนเผลอร้องออกมา เมื่อมองเห็นอาหารสำหรับเลี้ยงฉลองมากมายวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ
พวกเราร่วมฉลองคืนวันคริสต์มาสต์กันพร้อมๆกับทีมงานชาวญี่ปุ่น เหล่าสมาชิกในวงทยอยกันนั่งลงบนเก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมไว้ ...
น่าแปลก ...ทั้งที่ไม่ได้นัดหมาย แต่พวกเราก็นั่งเรียงตามลำดับเหมือนทุกๆครั้ง นั่นก็คือ เริ่มจากยุนโฮ ชางมิน แจจุง ยูชอน แล้วก็ผม
มันอาจจะเป็นสัญชาตญานหรือเป็นความเคยชิน ที่เราต้องนั่งหรือยืนเรียงกันแบบนี้
แต่ว่า ผมก็รู้สึกดี ที่ได้อยู่ข้างๆยูชอน ...
งานเลี้ยงของพวกเราดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ตอนที่ผมกำลังคุยกับผู้จัดการเรื่องฟุตบอลอยู่
พี่ยุนโฮก็มัวแต่ห้ามพี่แจจุงไม่ให้กินสาเก ส่วนชางมินก็กำลังคุยเรื่องเกมกับสตาฟ
ยูชอนชวนผมให้ออกไปเดินเล่นข้างนอก..แน่นอนว่าผมต้องไป
ผมอยากเห็นบรรยากาศคริสต์มาสในญี่ปุ่น มันจะต่างกับที่เกาหลีรึเปล่า
แต่ผมว่ามันต้องไม่น่าเบื่อแน่ๆ ก้อผมมากับยูชอนนี่นะ ^^
คริสต์มาสที่ญี่ปุ่นสวยมากๆเลย สองข้างทางประดับประดาด้วยแสงไฟส่องสว่างตลอดทาง ...
ต้นคริสมาสต์เล็กๆ ถูกประดับตกแต่งอยู่บริเวณหน้าร้านขายของ ผู้คนเดินสวนกันไปมาด้วยสีหน้ามีความสุข
ผมชอบบรรยากาศแบบนี้จัง ...
ผมเล่าเรื่องปาร์ตี้วันคริสมาสต์ที่บ้านของผมให้ยูชอนฟัง มันสนุกมาก
มีคุณพ่อ คุณแม่ ผม แล้วก็พี่ยุนโฮ พวกเรากินข้าวด้วยกัน แล้วก็ร้องคาราโอเกะ ..ผมแอบคิดถึงพวกเขานะ
แต่ว่าคริสมาสต์ปีนี้ผมก็มีความสุขมากๆเลยเหมือนกัน
เพราะได้อยู่ฉลองกับพวกทีมงานที่สนิท กับเพื่อนๆในวง รวมไปถึงการที่ได้อยู่กับยูชอนด้วย
เราสองคนหยุดยืนอยู่ตรงต้นคริสมาสต์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้าห้างแห่งหนึ่ง ...
บริเวณนั้นผู้คนไม่พลุกพล่านมากนัก เพราะนี่ก็เป็นเวลาค่อนคืนแล้ว ทั้งผมกับยูชอนนั่งลงบนม้านั่งที่อยู่ในบริเวณนั้น ...
พวกเรานั่งคุยกันอยู่เงียบๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผมซะมากกว่าที่เป็นฝ่ายพูด ...
ทั้งที่ยูชอนเองก็พูดมากไม่แพ้ใครในวง ...แต่ในเวลานี้ เขากลับเป็นฝ่ายนั่งฟังผมด้วยหน้าตามีความสุข
ยูชอนถอดผ้าพันคอของเค้าใส่ให้ผมอีกชั้น ตอนที่เขาเห็นผมเอามือจับผ้าพันคอของตัวเองให้แน่นเข้ามาอีก เพราะอากาศเริ่มเย็นลงแล้ว
...ยูชอนเอาใจใส่ผมอยู่เสมอ...
ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับยูชอน...ดวงตาของยูชอนเต็มไปด้วยความรู้สึก
ดวงตาของเค้าเศร้า บางทีก็ดูสดใส แต่ในตอนนี้ ผมเห็นความอบอุ่นในดวงตาคู่นั้น
...สายตาอันอบอุ่นของยูชอนที่มองผมตลอดมา...
ยูชอนโน้มหน้าเข้ามาใกล้ผม ผมรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นๆที่ริมฝีปาก
...ยูชอนจูบผม ?
..หัวใจของผมเต้นแรงซะจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ผมไม่รู้ว่าผมควรจะทำยังไงหรือทำอะไรดี
เมื่อยูชอนถอนริมฝีปากออก ผมเอาแต่จ้องหน้าเค้า .. ผมอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ผมก็ไม่สามารถพูดมันออกมาได้
หน้าของผมร้อนผ่าว ผมต้องกำลังหน้าแดงสุดๆ ..อาาา มันน่าอายชะมัด
ผมตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินหนีจากเขา แต่ยูชอนกลับรั้งเอาตัวผมไปกอดเอาไว้
...ผมทำอะไรไม่ได้เลย ...ผมไม่มีแรงที่จะขัดขืนด้วยซ้ำ...เพราะผมกำลังตื่นเต้นจนแทบจะลืมหายใจ
ยูชอนเริ่มพูดความรู้สึกในใจทั้งหมดที่เขามีให้ผมตลอดเวลา ตั้งแต่ที่ได้เจอกัน
เขาบอกผมว่า เขาเฝ้ามองผมมาตลอด...ความรู้สึกของเขาที่มีให้กับผม มันอาจจะมากกว่าคำว่าเพื่อนรึเปล่าเขาก็ไม่รู้ ...
เขารู้แต่ว่า เขาอยากจะกอดผมไว้ อยากจะอยู่ข้างๆผม อยากเดินทางตามหาความฝันไปกับผม และอยากจะอยู่อย่างนี้ตลอดไป ...
ตอนที่ได้ฟังทุกคำที่ยูชอนพูด สมองของผมว่างเปล่าไปหมด
ผมรู้สึกได้แต่เพียงไออุ่นจากอ้อมกอดของยูชอนเท่านั้น
..เมื่อไหร่กันที่รู้สึกว่าอ้อมกอดนี้อุ่นยิ่งกว่าใครคนไหน..
..เมื่อไหร่กันที่คนๆนี้เอาใจใส่แล้วมองดูผม..
..เมื่อไหร่กันที่ได้อยู่ใกล้แล้วมีความสุข..
..เมื่อไหร่กันที่รู้สึกว่าผมคงขาดคนๆนี้ไม่ได้..
ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับยูชอนอีกครั้ง ผมรู้สึกได้ว่าหน้าของผมร้อนมากขึ้นทุกที
ผมบอกกับยูชอน
..บางทีเราสองคนอาจจะรู้สึกเหมือนกัน..
..ผมคิดแบบนั้นจริงๆ..
ตอนที่จะเริ่มเดินทางสายใหม่ไปพร้อมกัน
ความฝันนั้นราวกับแสงส่องสว่างยามฟ้าสาง
เพราะว่าหากเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าแล้ว สามารถเจอเธอได้
ถึงแม้ว่าจะห่างจากกัน หัวใจก็จะอยู่ข้างๆเธอเสมอ
ความปรารถนาของฉัน คือการได้ข้ามสะพานไปสู่อนาคตนี้
จนสามารถถึงที่หมายนั้น ใช่ ก็เพราะว่ามีเธออยู่ไง
ตอนอัดเสียงเพลงนี้ในห้องอัด ...อยู่ๆยูชอนก็เอื้อมมือมากุมมือผมไว้
...สายตาของเค้าที่มองมาบอกถึงอะไรบางอย่าง...ความรู้สึกที่เราสองคนเท่านั้นที่รู้
ผมยิ้มให้เค้า แล้วบีบมือเค้ากลับไปเบาๆ...ให้เค้ารู้ว่า ผมเองก็รู้สึกเหมือนเขาเช่นกัน
baby Im with you when I think of you
.
.
.
คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายของปี ..ยูชอนบอกว่า เขามีลางสังหรณ์แปลกๆมาตั้งแต่เช้าว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น
เขาจึงขอร้องให้ยูฮวานตามมาดูแลผม เพราะผมต้องไปงานอีกงานหนึ่งตามลำพัง
ยูชอนเป็นห่วงผมมาก จนผมต้องปลอบใจเขา ... แต่สุดท้ายคนที่เจอเรื่องร้ายๆนั้น กลับเป็นยูชอนเอง
หลังจากเลิกงานเคาต์ดาวน์เสร็จ ...พี่แจจุงชวนทุกคนออกไปดื่มต่อ
และแน่นอนว่าไม่มีใครไปด้วย เพราะทุกคนเองก็เหนื่อยจากการทำงานทั้งวัน
สุดท้ายก็มีแต่ยูชอนที่ต้องไปเป็นเพื่อนพี่แจจุงเหมือนอย่างเคย ...ผมไม่อยากให้เค้าไปเลย ผมเองก้อเป็นห่วงเค้าเหมือนกัน
พวกเราสามคนรออยู่ที่บ้าน พี่แจจุงโทรกลับมาบอกว่ามีรถของแฟนเพลงขับตามรถของเขามาอย่างกระชั้นชิด
จนทำให้เสียหลักชนกับต้นไม้ข้างทาง ...แต่ยังดีที่ทั้งสองคนแล้วก็รถไม่ได้เป็นอะไรมาก
พอกลับมาถึงบ้าน ทั้งยูชอนและพี่แจจุงโดนพี่ยุนโฮดุซะยกใหญ่ ...ผมไม่ได้พูดอะไรเลย ผมเป็นห่วงมากกว่าว่ายูชอนจะเป็นอะไรรึเปล่า
ผมช่วยทายาแก้ฟกช้ำที่แขนของยูชอน เขาบอกว่ามันกระแทกกับข้างรถตอนเบรคกระทันหัน
ผมค่อยๆทายาให้เค้า ทั้งที่ผมก็ไม่ใช่คนมือเบาอะไร..ผมกลัวยูชอนจะเจ็บ ผมอยากให้เค้าหายไวๆ
คืนนั้น ยูชอนขอนอนเตียงเดียวกับผม เค้าทำท่าเจ็บซะจนน่าหมั่นไส้ แต่ผมก็ยอมให้เค้านอนด้วย
...ไม่รู้สินะ บางทีมีคนมานอนอยู่ข้างๆ ก็อุ่นดีเหมือนกัน...
.
.
.
แล้วเจอกันนะ..
ผมยิ้มและโบกมือลายูชอนกับยูฮวานที่นั่งอยู่ในรถ...เขามาส่งผมที่ร้านพิซซ่าของคุณพ่อ ...
ในช่วงหยุดปีใหม่นี้ ...บริษัทให้พวกเราหยุดพักผ่อนเป็นเวลาสิบวัน สมาชิกทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านของตัวเอง ...
ยูชอนเองก็จะไปอยู่กับยูฮวานกับคุณแม่ที่บินมาหาจากอเมริกา และช่วงสุดท้ายของวันหยุด ...เราจะไปผ่าตัดสายตาด้วยกัน
ในช่วงวันหยุดนี้ ผมไปเที่ยวกับคุณพ่อ คุณแม่ กับพี่จุนโฮ...แล้วก็ไปสวดมนต์ที่โบสถ์ ...ผมมีความสุขมากๆเลย
แต่ก็เหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง ผมคิดถึงเพื่อนๆในวง อาจเป็นเพราะพวกเราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกวัน จนทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของกันและกัน
... ความสัมพันธ์ที่มีเพียงแต่พวกเราห้าคนเท่านั้นที่จะเข้าใจ ...
ผมกับยูชอนเราคุยโทรศัพท์ด้วยกันทุกวัน..ยูชอนไปเล่นสโนวบอร์ดกับยูฮวาน เขาชวนผมไปด้วย
แต่ผมไม่ไปหรอก เพราะผมอยากให้ยูชอนใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากกว่า ..ยูชอนรักครอบครัวของเขามาก ผมรู้ดี
และแล้ววันที่เราต้องมาผ่าตัดสายตาด้วยกันก็มาถึง ...
ยูชอนตื่นเต้นมาก เขาลุกๆนั่งๆเดินไปเดินมา จนผมหัวเราะไม่ได้ ...ผมรู้ว่าเขากลัวเข็ม ...ยูชอนขี้กลัวจะตาย ^^
ในที่สุดการผ่าตัดสายตาในช่วงเวลาสั้นๆก็เสร็จสิ้น ...
ทั้งผมและยูชอนต่างก็ต้องใส่ที่ครอบตาเพื่อกันเชื้อโรค ...ผมว่าเราทั้งคู่ดูเหมือนอุลตร้าแมน -*-
คืนนั้นเราพักฟื้นอยู่ห้องเดียวกัน ...
ทั้งที่ตาของเรามองไม่เห็น แต่ก็ยังพูดคุยกันได้อย่างสนุกสนานเหมือนเดิม
ผมเล่าเรื่องวันหยุดของตัวเองให้ยูชอนฟัง ผมมองไม่เห็นเค้าหรอก ..แต่ผมรู้ว่า ยูชอนต้องกำลังตั้งใจฟังผมอยู่แน่ๆ
เรานอนคุยกันทั้งคืน ...ยูชอนย้ายตัวเองมานอนเตียงเดียวกับผม...
ผมไล่เค้ากลับไปนอนเตียงตัวเอง ...ก็เตียงโรงพยาบาลมันเล็กจะตาย ผมไม่อยากนอนเบียด
แต่สุดท้ายยูชอนก็ยอมไม่ทำตาม -*-
ผมกับยูชอนนอนคุยกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งผมเริ่มไม่ได้ยินเสียงของยูชอน
ผมรู้สึกว่า เขาดึงผมเขาไปกอด ...ไออุ่นและลมหายใจของยูชอนใกล้ซะจนผมสัมผัสได้ ...
...ผมซุกหน้าลงกับอกของเค้า แล้วค่อยๆหลับไป...
...คืนนี้ผมคงจะหลับฝันดี...
ยามที่ได้กอด
ยามที่ได้ยินคำว่า "รัก"
ยามที่ได้ประสานมือกันไว้
เสียงหัวใจมันบอกก้อง
"นายคือ พรหมลิขิต..ของชั้น"
Destiny...โชคชะตาที่นำพาให้ได้มาพบกัน...
...Do you believe in Destiny ??...
######### end ##########
จบแล้ว TT^TT
เวอร์ชั่นนี้อาจไม่หวานหรือโรแมนติกเท่าอันก่อนๆ แต่ผมก็พยายามอย่างดีที่สุดแล้วนะคับ ~~
แบบว่าเขียนเปนปาร์กอารมณ์แอบรักน้องเซีย ง่ายกว่าเปนจุนซูผู้ใสซื่อตั้งเยอะ -*-
หวังว่าคงจะชอบกันนะคับผม ขอบคุณมากมายที่ติดตาม คงยังไม่ลืมผมใช่มั้ย(แอบอ้อน^^)
รักคนอ่านมากมายคับ >O<~

