
[Fic] .. We ? ..
Paring : Yoochun x Junsu x Jaejoong
Note : มาด่าปาร์ก(ในฟิก)ให้หายจิตตกกันดีกว่าคับพี่น้อง 555 *หัวเราะเลว*
อย่าเครียดกันไปเลย ก็แค่รักโปรโมตแหละเนอะ เห้นๆกันอยู่ ~
แต่งไปด้วย ดูบอลแมนยู-เชลซีไปด้วย ออกมาแปลกๆโปรดให้อภัยด้วยนะค้าบบ >///<
(อ๊ากก เลือกยากมาก ~~ จะเชียร์ แลมพารด หรือ โรนัลโด้ ดี TTT^TTT)
----------------
# Part 3 #
[i]ถ้าสิ่งที่โหยหาและต้องการที่สุดในชีวิต มาอยู่ตรงหน้า ...
... มันคงจะไม่แปลก ถ้าเราจะเอื้อมสุดแรง เพื่อคว้าสิ่งนั้นมาครอบครอง[/i]
"ฮัลโหล..แจจุงเหรอ"
เสียงสูงกรอกเสียงไปตามสายอย่างแผ่วเบา พร้อมๆกับที่เคลื่อนตัวออกมายืนอยู่ตรงระเบียงด้านนอก
เพื่อไม่ให้รบกวนร่างเล็กที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงนุ่ม
("ยูชอน!คุณอยู่ที่ไหน..ผะ..ผมเป็นห่วงคุณแทบแย่ ฮึก เมื่อคืนคุณไม่กลับบ้าน
โทรไปก็ปิดมือถือ .. ฮึกก .. ผม .. ผมกลัวว่าคุณจะเป็นอะไรไป")
น้ำเสียงสั่นเครือที่ตอบกลับมา ทำให้ยูชอนรู้สึกวูบในอก ร่างสูงเผลอกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ก่อนปลอบเอ่ยอีกฝ่ายให้คลายความกังวล
"ผมขอโทษนะ ... ผมไม่เป็นอะไรหรอก แจจุงอย่าห่วงเลย ...
เมื่อคืนผมอยู่ทำงานดึกมาก ง่วงแล้วก็เลยขับรถกลับไม่ไหว ...
เลยนอนค้างที่ออฟฟิตน่ะ .. อย่าร้องไห้เลยนะ ผมไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ"
("ฮึกก .. ดีแล้วล่ะที่คุณไม่ได้เป็นอะไร .. แล้วนี่จะกลับมาก่อนรึเปล่าครับ หรือจะทำงานต่อเลย"
"อืมม.. คงจะทำงานเลย แจจุงกำลังจะไปทำงานแล้วใช่มั้ย"
("ครับ ยูชอนรักษาตัวด้วยนะ แล้วตอนเย็นเจอกันนะครับ")
"อื้ออ แล้วเจอกันครับ"
ยูชอนกดวางสาย ก่อนถอนหายใจออกมายาว ด้วยความรู้สึกอึดอัดและสับสนที่แน่นอยู่ในอก
ร่างสูงหันหลังพิงเข้ากับราวระเบียง พลางทอดสายตามองเข้าไปในห้อง บนเตียงนุ่มที่มีคนตัวเล็กหลับตาพริ้มอยู่
.. เขาเองก็ไม่อยากที่จะโกหกแจจุง พอๆกับที่ไม่อยากจะเสียจุนซูไป และถ้าเป็นแบบนั้น เขาควรจะทำตัวอย่างไรดี ...
.
.
.
ริมฝีปากอิ่มกดจูบลงบนหัวไหล่มนของคนตัวเล็กที่หลับตาพริ้มอยุ่ด้วยท่าทางน่าเอ็นดู
มือหนาคว้าเอวบาง ดึงร่างเปลือยเปล่านั้นเข้ามากอดฟัดอย่างมันส์เขี้ยว จนอีกฝ่ายต้องครางออกมาเบาๆด้วยความรำคาญ
"อื้ออ~~~"
"ตื่นได้แล้ว~~"
ยูชอนกระซิบเบาๆข้างใบหูนิ่ม แต่กลับถูกมือเล็กดันใบหน้าออกห่าง ก่อนจะหันไปฟุบหน้าลงกับหมอนด้วยความง่วงสุดขีด
"จุนซู~สายแล้วนะ ตื่นไปทำงานได้แล้ว"
ร่างสูงสอดแขนเข้าไปใต้เอวบาง พลางรั้งตัวอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นมา กึ่งนั่งกึ่งนอนพิงอก
มือหนาจับเอาใบหน้าหวานที่ยังตาปรือมาจ้องตรงหน้า ก่อนกดจูบหนักๆลงบนริมฝีปากบาง
"อื้ออ~~ จานอนนน~~ไม่ไป~~"
คนตัวเล็กดิ้นไปมาในวงแขนแกร่ง ก่อนจะซบหน้าลงกับไหล่กว้างแบบคอพับคออ่อน
ทำให้ยูชอนต้องถอนหายใจ ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆอย่างยอมแพ้ และค่อยๆวางอีกฝ่ายลงบนเตียงนอนเหมือนเดิม
"ให้ตายสิ~ ยังขี้เซาไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ จุนซู"
.
.
"อื้ออ..หอมจัง มีอะไรให้กินมั่ง~"
น้ำเสียงน่ารักๆที่มาพร้อมแรงกอดรัดจากด้านหลัง ทำให้ร่างสูงที่กำลังทำอาหารเช้าอยู่ต้องยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี
ร่างเล็กวางหัวกลมๆที่ยุ่งจนไม่เปนทรง แปะอยู่บนไหล่กว้าง พลางก้มลงมองสปาเกตตี้หน้าตาน่ากินที่อยู่ในกระทะ
"ตื่นได้แล้วเหรอครับเจ้าหญิง...นี่ชั้นนึกว่านายจะตื่นเอาตอนห้าโมงเย็นนะจุนซู จะได้ทำไอ่นี่เป็นข้าวเย็นไว้เลย"
ยูชอนเอ่ยแซวอีกฝ่ายที่กอดเอวเค้าไว้ไม่ปล่อย .. นี่ก็เป็นนิสัยหนึ่งของจุนซู ที่ว่า ถ้าตื่นนอนใหม่ๆจะขี้อ้อนเป็นพิเศษ
"ก็มันง่วงนี่นา~~เมื่อคืนนายแกล้งชั้นทั้งคืนเลยนี่ ความผิดนายเลยนะยูชอน"
คนตัวเล็กอมลมจนแก้มป่อง ก่อนจะผละวงแขนออก แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตักสปาเกตตี้ใส่จานแล้ว
"แล้วอยากทำตัวน่ารักน่ากอดทำไมล่ะ หืมส์~"
ร่างสูงวางจานสปาเกตตี้ไว้ตรงหน้าจุนซู ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆพร้อมกับจานสปาเกตตี้ของตัวเอง
"แล้วอีกอย่างนะ .. เมื่อคืนนายพูดเองนะว่า 'อย่าไปเลยนะ ยูชอน~' แล้วอย่างงี้ จะมาโทษชั้นคนเดียวได้ไง หืมส์"
จุนซูแทบจะสำลักเมื่อได้ยินคำพูดของคนตรงหน้า ร่างเล็กไอค่อกแค่ก พลางดึงทิชชู่เขวี้ยงใส่อีกฝ่ายแก้เขิน
เรียกเสียงหัวเราะเบาๆดังไปทั่วห้อง สร้างสีสันในช่วงอาหารมื้อเที่ยง
.
.
รถเข็นใส่ของถูกเลื่อนไปข้างหน้าตามทางเดินในซุปเปอร์มาเกต โดยที่ตัวคนเข็นดูจะเหม่อลอยชอบกล
มือบางเลือกสินค้าจากชั้นวางก่อนจะใส่ลงในรถเข็น ด้วยใบหน้าที่ดูจะเศร้าอยู่ตลอดเวลา
..ตึงง!!..
"อ๊ะ..ขอโทษครับ"
แจจุงรีบเอ่ยขอโทษ หลังจากที่เหม่อจนทำเอารถเข็นชนเข้ากับชายคนหนึ่งที่เดินมาจากอีกทาง
"ไม่เป็นไรครับ .. อะ ... แจ ...แจจุง"
"..ชางมิน.."
.
.
"นายดูไม่ค่อยร่าเริงนะ เป็นอะไรรึเปล่า"
ชางมินเอ่ยถามเพื่อนรักหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นเวลานาน ทั้งสองนั่งคุยกันในร้านกาแฟเล็กๆข้างซุปเปอร์มาเกต
"อื้อ..ชั้นไม่เป็นอะไรหรอก ว่าแต่ชางมินสบายดีมั้ย ดูเหมือนว่าเราไม่ได้เจอกันนานมากเลยนะ"
แจจุงยิ้มให้อีกฝ่ายบางๆ พลางเอ่ยถามสารทุกข์สุกดิบตามประสา
"ช่วงนี้ที่บริษัทคงงานยุ่งมากเลยสินะ เมื่อคืนยูชอนก็อยู่เคลียร์งานจนดึก เลยไม่ได้กลับมาบ้าน แล้วนี่ก็ยังทำงานต่ออีก"
ร่างสูงเผลอขมวดคิ้วอย่างข้องใจ เมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย
ชางมินทบทวนในใจว่าเมื่อคืนเขาก็เห็นยูชอนออกไปงานเลี้ยงต้อนรับกับจุนซูตั้งแต่เย็น .. แต่ทำไม ?
"ทำไมเงียบไปล่ะชางมิน มีอะไรเหรอ"
"อ่อเปล่าหรอก! ช่วงนี้ที่บริษัทงานยุ่งจิงๆน่ะแหละ" ชายหนุ่มฝืนยิ้มก่อนจะยกกาแฟมาจิบอย่างครุ่นคิด
... วันนี้ยูชอนไม่มาทำงาน จุนซูเองก็ด้วย ...
.. หรือว่ายูชอนจะไปนอนค้างบ้านจุนซู ... แต่ทำไมต้องโกหกแจจุง ? ...
ชางมินเคยตั้งคำถามกับตัวเองหลายครั้งเกี่ยวกับความสนิทสนมระหว่างยุชอนกับจุนซูที่ดูจะใกล้ชิดสนิทสนมกันเกินเหตุ
ทั้งอาการหยอกล้อของสองคน ทั้งสายตาแปลกๆของยูชอน รวมไปถึงอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้เขารู้สึกตะหงิดๆในใจ
ถึงแม้ชางมินจะรู้ว่าสองคนนี้เคยเป็นเพื่อนกันตอนเรียนมหาลัย แต่เขาก็คิดว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น
"ชางมิน...ชางมิน..." ร่างบางเรียกอีกฝ่ายที่ดูเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่จนตกอยู่ในภวังค์
"หะ...."
"ทำไมนายเงียบไปอีกแล้ว ไม่สบายรึเปล่า" แจจุงยกมือขึ้นทำท่าจะแตะที่หน้าผากของอีกฝ่าย
"อะ..ชั้นไม่เป็นอะไรหรอก เออ..นี่ก็ใกล้จะหมดเวลาพักเที่ยงแล้ว ถ้ายังไงชั้นไปก่อนนะ ไว้วันหลังค่อยเจอกัน"
ร่างสูงยิ้มให้อีกฝ่ายคลายกังวล ก่อนจะรีบลุกขึ้น เมื่อเหลือบไปเห็นนาฬิกาบอกเวลาที่ติดอยู่ตรงผนังร้าน
ทั้งสองบอกลาก่อนอีกซักครู่ ก่อนที่ชางมินจะขอตัวออกไป พร้อมๆกับครุ่นคิดไปตลอดทาง
... ยูชอน จุนซู ชั้นต้องรู้ให้ได้ ว่าพวกนายหายไปไหนกัน ...
.
.
.
แต่ดูเหมือนพระเจ้าจะไม่เข้าข้างชางมิน
เพราะในวันต่อมา เขาก็ได้รับคำสั่งด่วนให้ย้ายไปช่วยดูแลอีกสาขาหนึ่งของบริษัทที่อยู่ตึกข้างๆ
ทำให้ชางมินยุ่งจนลืมเรื่องที่เขาจะตามสืบอดีตของยูชอนกับจุนซู
พร้อมๆกับที่ความสัมพันธ์ของยูชอนกับแจจุงดูเหมือนจะมีระยะห่างออกไปมากขึ้นทุกที
("คืนนี้ผมคงไม่กลับ ต้องเคลียร์โปรเจก ไม่ต้องรอนะครับ / ยูชอน")
ข้อความที่ดูคล้ายๆกันในแต่ละวัน กับการที่ร่างสูงจะไม่กลับบ้านเพราะต้องทำงานดึก ทำให้แจจุงต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ
จากที่เป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว เมื่อมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ยิ่งทำให้แจจุงซึม เอาแต่เงียบและเหม่อลอยอยุ่บ่อยๆ
หลายวันมาแล้วที่ยูชอนไม่กลับบ้าน บางทีก็เกือบจะเป็นอาทิตย์เพราะยูชอนบอกว่าสัมมนาที่ต่างจังหวัด
กว่าจะกลับมาบ้านก็อยุ่ให้เขาได้ชื่นใจแค่วันสองวัน ยุชอนก้อต้องไปนอนค้างที่ออฟฟิตอีก
พอโทรหาก็ไม่รับโทรศัพท์หรือไม่ก็ปิดเครื่องไปเลย ทำให้แจจุงเป็นห่วงที่อีกฝ่ายดูจะโหมงานหนักมากจนเกินไป
ร่างบางล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง ก่อนจะคว้าเอาหมอนที่ร่างสูงเคยหนุนนอนมากอดไว้แน่
ดวงตาคุ่สวยมองปฏิทินที่แขวนตั้งอยู่บนโต๊ะทำงาน ทำให้ใบหน้าหวานดูเศร้ามากเข้าไปอีก
แต่แจจุงก็ได้แต่บอกตัวเองว่าเขาไม่ได้เป็นอะไร ... เขาคงคิดถึงยูชอนมากไป มันก็เท่านั้นเอง
.
.
"บ้านช่องก็มี ทำไมไม่รู้จักกลับ ห๊ะ~ยูชอน"
คนตัวเล็กแว้ดใส่อีกฝ่ายที่เขามาคลอเคลียไม่หยุด จนทำให้จุนซูที่กำลังตั้งใจดูทีวีอยู่เริ่มจะรำคาญ
ยูชอนยิ้มกริ่มจะก่อนก้มลงหอมแก้มใสเบาๆ เรียกอาการค้อนจากร่างเล็กในอ้อมกอด
วงแขนแกร่งรัดเอวบางแน่น แถมยังลูบๆกอดๆหอมๆไปตามตัวอีกฝ่าย ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนตัวเล็กไปในที่สุด
"วุ่นวายจริงๆ!~"
จุนซูกระแทกเสียงใส่อีกฝ่ายแบบประชด เรียกรอยยิ้มกว้างของคนตัวโตที่นอนเอนหลังอยู่
ร่างสูงคว้าเอามือเล็กไปจูบเบาๆ ก่อนจะยกมาแนบที่ข้างแก้ม ทำเอาคนตัวเล็กเขินจนหายหงุดหงิดไปเล็กน้อย
ยูชอนมองใบหน้าหวานจากมุมเงยที่ดูน่ารักไปอีกแบบ
ขนตายาวเรียงตัวสวย จมูกเล็กได้รูป กับอาการเผลอกัดริมฝีปากล่างตอนกำลังลุ้นผลบอลในทีวี
ความสดใส น่ารัก เป็นธรรมชาติของจุนซู ที่ไม่ว่ามองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ
ถึงแม้ว่าจุนซูจะเอาแต่ใจซักแค่ไหน แต่เค้าก็พร้อมที่จะเอาใจและอยากจะดูแลร่างเล็กอยู่เสมอ
ยูชอนนึกย้อนกลับไปยังอดีตตั้งแต่ช่วงปีหนึ่งที่เค้าทั้งสองเพิ่งจะได้พบกัน
จุนซูที่ถูกเลี้ยงมาแบบโดนตามใจตั้งแต่เด็ก และทำอะไรไม่เป็นเลย
จนทำให้เพื่อนร่วมห้องอย่างเค้า ต้องคอยดูแลเอาใส่ใจอยู่ตลอด
จากความผูกพันแบบเพื่อน และความใกล้ชิด รวมไปถึงอะไรหลายๆอย่าง ก็เปลี่ยนมาเป็นความรัก
... รัก .. รักมาก .. ทั้งรัก ทั้งหลงใหล ...
"หลับไปแล้วรึไง~"
มือเล็กยกขึ้นมาดีดหน้าผากของอีกฝ่ายที่เอาแต่นอนนิ่งมองหน้า จนจุนซูรู้สึกเขิน
ยูชอนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งข้างๆร่างเล็กที่อยู่ในชุดนอนหลวมๆดูน่ารักเหมือนเด็กๆ
ก่อนจะรั้งร่างอีกฝ่ายเข้ามากอดไว้แน่น อย่างที่จุนซูไม่ทันได้ตั้งตัว
"ชั้นรักนายนะจุนซู"
"ทำไมอยู่ๆก็มาพูดแบบนี้ล่ะ" คนตัวเล็กเผลอยิ้มออกมาก่อนจะซบหน้าลงบนไหล่กว้าง พลางกอดอีกฝ่ายกลับ
"ไม่รู้สิ ก็แค่อยากจะบอก รัก รัก รัก ชั้นรักนาย ได้ยินรึเปล่า~"
"ได้ยินแล้ว คนบ้า ~~"
"แล้วนายรักชั้นรึเปล่า"
"รักสิ .. ไม่งั้นจะยอมให้กอดอย่างงี้เหรอ~"
"แต่ชั้นอยากได้ยิน"
"ชั้นรักนาย ยูชอน ... ชั้นรักนาย"
.
.
.
ในช่วงเย็นหลังเลิกงาน ยูชอนที่อยู่เคลียร์งานต่อจนมารู้ตัวอีกทีก็มืดแล้ว จึงรีบเก็บของเตรียมตัวจะกลับ
ร่างสูงยืนอยู่หน้าลิฟท์ พลางทบทวนรายการอาหารเย็นยาวเหยียดที่จุนซูสั่งไว้ก่อนจะกลับบ้านไป
..ตึ้งง!!~..
ประตูลิฟท์ถูกเปิดออก ก่อนที่ยูชอนจะก้มหน้าก้มตาก้าวเข้าไปข้างใน แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงเรียกเอาไว้
"เฮ้ย! ยูชอน" ชางมินที่เพิ่งเดินออกจากลิฟท์มา เอ่ยทักอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ
เมื่อเห็นว่า นี่ก็ดึกมากแล้ว แต่ยูชอนยังไม่กลับอีก ... หรือเรื่องที่แจจุงว่า โหมงานหนัก จะเป็นเรื่องจริง
"ดึกป่านนี้แล้ว ทำไมนายเพิ่งจะกลับ"
"ชั้นอยู่เคลียร์งานต่อนิดหน่อยน่ะ ไม่เจอกันนานเลยนะ งานยุ่งมากเลยล่ะสิ"
ร่างสูงตอบ พลางเอ่ยถามข่าวคราวของอีกฝ่าย ที่ถูกย้ายไปทำงานอีกตึกหนึ่ง ทำให้ไม่มีเวลาได้เจอกันบ่อยนัก
"อื้อ ยุ่งมากๆเลยล่ะ คนดูแลคนเก่าทำไว้ซะเละ นี่ก็ต้องรื้อระบบมาทำใหม่หมด แย่ๆๆๆ"
ชางมินบ่นเป็นหมีกินผึ้ง เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากคนฟัง มือหนาเอื้อมมาตบบ่าอีกฝ่ายเป็นเชิงปลอบใจ
"เอาน่า ระดับนายแล้ว แค่นี้ชิวๆ ~ เออ ว่าแต่คืนนี้ไปหาอะไรกินกันมั้ย ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึงว่ะ"
ยูชอนชวนอีกฝ่ายไปดื่ม ซึ่งเขาก็กะว่าจะพาจุนซูไปด้วยอีกคน
"บ้ารึไง! วันนี้ยังไงชั้นก็ต้องไปบ้านนายอยู่ดี นี่ก็ชั้นก็แวะมาเอาของขวัญที่ชั้นฝากคุณฮันซื้อ แล้วเดี๋ยวก็กะจะไปที่บ้านนายเลย"
"ของขวัญ ? ของขวัญอะไรวะ ?" ยูชอนงงหนัก
"ก็ของขวัญวันเกิดแจจุงไง นายอย่าบอกนะ ว่ามัวแต่ทำงานจนลืมวันเกิดแฟนตัวเองน่ะ"
คำพูดของชางมินทำให้ร่างสูงนิ่งไป ยูชอนยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูวันที่ ก่อนจะเอามือตบหน้าผากตัวเองดังๆ
"โอ..ชั้นลืมไปได้ยังไงวะเนี่ย ตาย ตายๆ แล้วนี่จะไปหาซื้อของขวัญให้แจจุงที่ไหน ดึกป่านนี้แล้ว"
ยูชอนเครียดหนัก จนชางมินต้องเอ่ยปลอบ
"อย่าทำหน้าเครียดอย่างนั้นดิวะ บางร้านยังไม่ปิด แกลองหาดูละกัน ..
ไอ่เรื่องลืมน่ะ ที่จริงชั้นก้ลืม แต่พอดีตั้งเวลาไว้ในมือถือน่ะ เลยจำได้"
ชายหนุ่มพูดพลางหัวเราะเบาๆ เพราะอยากให้เพื่อนรักรู้สึกดีขึ้น ก่อนจะเอามือดันหลังอีกฝ่ายเข้าลิฟท์ไป
"ถ้ายังไงนายก็รีบซื้อ แล้วก็รีบกลับซะล่ะ ไว้เจอกันนะเพื่อน"
"อื้อ .. แล้วเจอกัน"
.
.
หลังจากแวะซื้ออาหารเย็นไปให้จุนซูเสร็จ
ยูชอนก็รีบตัวกลับบ้านทันที โดยอ้างว่า เจ้าของตึกนัดต่อสัญญาประจำปี
ก่อนที่ร่างสูงจะขับตระเวนไปทั่วเมืองเพื่อหาซื้อของขวัญวันเกิดให้แจจุง
ซึ่งก็ได้มาเป็นสร้อยทองคำขาวมีจี้รูปดาวเล็กๆประดับอยู่
เมื่อร่างสูงกลับมาถึงบ้านก็เจอเข้ากับแจจุงที่อยู่กับชางมินพอดี
ทั้งสามจึงจัดปาร์ตี้เล็กๆเพื่อฉลองวันเกิดให้กับแจจุง ที่ดูจะสดชื่นขึ้นมาทันทีที่เห็นยุชอนกลับมา
"Happy Birthday to you ...
Happy Birthday to you ...
Happy Birthday to jaejoong ...
Happy Birthday to you ... "
"อธิษฐานด้วยสิแจจุง"
ใบหน้าหวานที่กำลังจะก้มลงเป่าเทียนหยุดชะงัก ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอย่างสดชื่นให้คนรัก
ก่อนจะหลับตาอธิษฐานสักครู่ แล้วเป่าเทียนบนเค้กจนดับ
ทั้งสามนั่งพูดคุยกันตามประสาเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันมานานอย่างสนุกสนาน
ก่อนที่ชางมินจะขอตัวกลับ เมื่อเห็นว่าดึกเอามากๆแล้ว
จึงเหลือแต่เพียงแจจุงกับยูชอนที่ช่วยกันทำความสะอาดห้อง และช่วยกันล้างจาน
ซึ่งตลอดเวลาของงานเลี้ยงจนมาถึงในตอนนี้ รอยยิ้มบางๆก้ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหวานตลอดเวลา
"ยิ้มทั้งวันเลยน้า มีความสุขมากๆเลยใช่มั้ย"
ร่างสูงเอ่ยแซวคนรักที่กำลังยิ้มไปล้างจานอย่างมีความสุข พลางรับจานที่ล้างเสร็จแล้วมาเก็บบนชั้น
"มีความสุขมากเลยล่ะครับ ผมนึกว่าคุณจะลืมวันเกิดผมไปซะแล้ว"
แจจุงส่งยิ้มกว้างให้อีกฝ่าย ที่สะอึกไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
"ลืมอะไร ผมจะลืมวันเกิดแจจุงได้ยังไง หืมส์"
มือหนาเอื้อมไปลูบผมนิ่มเบาๆด้วยความเอ็นดู ทำให้แจจุงต้องยิ้มอย่างมีความสุขออกมาเป็นครั้งที่ร้อยของวัน
ร่างสูงเอนหลังนอนบนเตียง พลางเอาหัวเกยไว้ที่ตักเล็ก
และเอื้อมมือไปเล่นจี้ที่ห้อยลงมาจากสร้อยของแจจุงที่เขาเป็นคนซื้อให้
โดยที่แจจุงเองก็เอามือลูบผมเขาเบาๆราวกับจะกล่อมให้หลับ
ทำให้ยูชอนอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเขาเล่นแบบนี้กับจุนซูที่กำลังตั้งใจดูบอลอยู่ คงโดนวีนใส่จนหูชาไปแล้วแน่ๆ
... ไม่เหมือนกันเลยซักนิด ...
... แต่เค้าก็รักในตัวตนของคนทั้งคู่ ...
... จุนซูที่เหมือนเด็ก ขี้อ้อน ขี้งอน เอาแต่ใจ ... กับแจจุงที่อ่อนโยน เรียบร้อย ชอบเอาอกเอาใจ ...
... เพราะไม่อยากให้ทั้งสองคนต้องเสียใจ เพราะไม่อยากเสียใครไป เขาถึงเลือกที่จะโกหก ...
... แต่ที่ทำอยู่ทั้งหมดนี้ จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับพวกเราทั้งสามคนจริงๆน่ะเหรอ ? ...
"คิดอะไรอยู่เหรอครับ"
แจจุงเอ่ยถามอีกฝ่ายที่ดูจะนิ่งๆจมอยุ่ในคิดของตัวเอง ทำให้ร่างสูงต้องยิ้มออกมาบางๆเพื่อกลบเกลื่อน
"ก็กำลังคิดว่าคุณอธิษฐานอะไรตอนเป่าเทียนเมื่อกี้ บอกหน่อยได้มั้ย"
ยูชอนลุกขึ้นมานั่งจ้องอีกฝ่าย ด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็นเหมือนเด็กๆ เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากร่างบาง
"ผมอธิษฐานให้ เราสองคนรักกันมากๆ แล้วก็ได้อยู่ด้วยกันตลอดไป"
.. วูบหนึ่งที่ยูชอนรู้สึกชาเข้าไปในอก เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ..
ยิ่งมองใบหน้าหวานที่ดูจะยิ้มแย้มมีความสุข เขาก็ยิ่งรู้สึกผิดรุนแรงมากเข้าไปทุกที
ร่างสูงรั้งตัวคนตรงหน้าเข้ามากอด พลางลูบผมนิ่มอย่างเบามือ ราวกับจะปลอบโยนทั้งตัวเขาและตัวแจจุง
"ถึงคุณไม่อธิษฐาน เราก็ต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป นะแจจุง"
# TBC #
--------------------------
Fz*Talk
เปนพารทที่ใช้เวลาพิมพ์ยาวนานมากเลยทีเดียว 555
ท่อนแรกที่มีแค่ 10 กว่าบรรทัดนั่น ใช้เวลาทั้งครึ่งแรกพิมพ์เลยนะคับ 55 มัวแต่ดูบอล T^T
ครึ่งแรกทั้งแลมพารดทั้งโรนัลโด้ยิงได้ทั้งคู่เลย โฮกก ไม่มีใจจะแต่งต่อเลยทีเดียว ~
สรุปว่า เลิกแต่งแล้วมานั่งดูบอลอย่างเต็มตัว 555 ~ สุดท้ายแมนยูก้อชนะ โฮกกกก มีความสุข อิอิ
เรื่องนี้จะพยายามเอาให้จบก่อนวันเกิดปารกคับ สัญญา ~
เพราะหลังจากนั้นผมก็เปิดเทอมแล้ว คงไม่ว่างเปนแน่แท้
น่าจะซัก 7-8 ตอนนี่ล่ะคับ ไม่น่าจะเกินนั้น (ยังไม่ได้คิดตอนจบเลย ขอบอก 555)
ขอบคุณทุกๆคอมเมนต์ที่ให้กำลังใจกันมาตลอด
ดีใจนะคับที่ชอบกัน >///<~
ยูซูไฟต์ติ้งเน้ !!
ปล. รวมเล่นโอนได้ถึงวันที่ 1 มิถุนายนนี้นะคับผม ^____________^~

