2008/Aug/02

# Part 5 #


"เลิกกันเถอะครับยูชอน .. เพื่อคุณ และ ก็เพื่อตัวผมเอง"

ใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ดวงตาคู่สวยที่มีน้ำตาไหลทะลักออกมาอย่างไม่ขาดสาย
ภาพความเจ็บปวดของแจจุงที่แม้เวลาจะผ่านมาแล้ว 3 เดือนเต็ม แต่ยูชอนก็ไม่อาจจะลบเลือนมันไปจากใจได้เลย

ร่างสูงถอนหายใจออกมาแรงๆ พลางยกบุหรี่ในมือขึ้นมาสูบ สายตาคมเหม่อมองไปไกลอย่างไร้จุดหมาย
ถึงแม้ว่าเขาจะย้ายออกมาอยู่กับจุนซูเป็นการถาวร และเลิกกับแจจุงไปนับตั้งแต่วันนั้น
แต่สุดท้ายแล้ว ทุกครั้งที่เขาต้องอยู่คนเดียวโดยไม่มีจุนซูอยู่ใกล้ๆ หรือไม่มีเรื่องอะไรให้ทำ เขาก็มักจะนึกถึงแจจุง
.. นึกถึงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและเสียใจของแจจุง ....... จากการกระทำของเขาเอง

 

"ทำไมมานั่งอยู่คนเดียวตรงนี้ล่ะ ไม่เห็นปลุกกันบ้างเลย~"
เสียงเล็กที่ฟังดูงัวเงียอยู่ดังขึ้นจากด้านหลัง เรียกให้ยูชอนหลุดจากภวังค์ความคิด
ร่างสูงดับบุหรี่ในมือ พลางหันไปมองอีกฝ่ายที่เพียงแค่มาถึง ก็ทำให้โลกของเขาดูสดใสขึ้นมาแทบจะทันที

"นายเองต่างหาก จะรีบตื่นทำไมแต่เช้าหืมส์ วันนี้วันหยุดนะ ตื่นสายๆก็ได้นี่"
ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเอ็นดู ก่อนจะเลื่อนมือหนาไปขยี้ผมนุ่มให้ยุ่งเหยิงมากขึ้นกว่าเดิมอย่างหมั่นเขี้ยว
จนร่างเล็กต้องยกมือขึ้นมาปัดป้อง พลางทำหน้างอนเข้าใส่ ซึ่งก็น่ารักซะจนยูชอนต้องคว้าตัวมากอดไว้บนตัก

"จะบ้ารึไงยูชอน~ วันนี้เราต้องไปเยี่ยมแทบินที่โรงบาลนะ นายลืมไปแล้วใช่มั้ยเนี่ย ~
นี่ล่ะน้า เอาแต่สุบบุหรี่ แถมยังไม่ยอมกินปลาอีกต่างหาก ถึงได้หลงๆลืมๆเป็นตาแก่อย่างนี้น่ะ~"
นิ้วเล็กจิ้มกลางหน้าผากของอีกฝ่ายเล่นเบาๆ พลางเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงน่ารัก เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากร่างสูงที่กอดเขาอยู่
ปฏิเสธไม่ได้เลยซักครั้งว่า เค้ามีความสุขและสบายใจมากมายขนาดไหนแค่ได้อยู่ใกล้ๆจุนซูแบบนี้

"หล่อขนาดนี้ ว่าชั้นเป็นตาแก่ได้ไงหืมส์ จุนซูนี่ไม่ไหวเลยน้า สายตาแย่แล้วนะเนี่ย" ยูชอนหยอกกลับ เรียกให้ร่างเล็กต้องเบิกตาโตเข้าใส่

"อย่างยูชอนเนี่ยนะหล่อ หน้าผากกว้างจนจะเอาไปทำสนามฟุตบอลได้อยู่แล้วอย่างงี้นะเรียกว่าหล่อ"

"ก็หล่อพอที่จะเป็นแฟนคิมจุนซูละกันล่ะ" ร่างสูงแกล้งต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่าย พลางทอดสายตามองอาการน่ารักๆของคนในอ้อมกอดอย่างเอ็นดู

"โห~ คิมจุนซูนี่ต้องบ้าแน่ๆเลยเนอะที่เอานายเป็นแฟนเนี่ย ถ้าเป็นชั้นนะจะหาแฟนให้ได้หล่อๆแมนๆอย่างโรนัลโด้ ไม่ยอมเอาปาร์คยูชอนเป็นแฟนหรอก"
จุนซูลอยหน้าลอยตาตอบได้อย่างน่าหยิก จนอีกฝ่ายอดไม่ไหวต้องจับร่างเล็กกดลงกับโซฟานุ่ม ก่อนก้มลงกอดรัดฟัดเหวี่ยงหยอกเล่นอย่างหมั่นเขี้ยว
เรียกเสียงหัวเราะดังลั่นจากคนตัวเล็กที่ดิ้นพราดๆเมื่อถูกจี้เอวซ้ายทีขวาที พร้อมๆกับโดนหอมแก้มแรงๆซ้ายทีขวาทีไปด้วย

"อ๋าา~ ไม่เอาแล้วยูชอน ฮะฮะฮะ~จั๋กจี๋นะ~~"

"บอกก่อนสิว่า ปาร์กยูชอนหรือโรนัลโด้ใครหล่อกว่ากัน"

".. โรนัลโด้ .. อ๋า ~~~ ยูชอนอย่าแกล้งสิ ไม่เอานะ~~"

"ตอบมาดีๆก่อนเร็ว"

"..ยะ ยูชอน ยูชอนหล่อที่สุดในโลกเลยย ~~ .. อื้ออ พอได้แล้วนะ คนขี้โกงงง~~~"


เสียงหัวเราะสดใสในยามเช้า ทำให้ร่างสูงลืมเลือนความทรงจำที่เฝ้าครุ่นคิด ไปแทบจะทั้งหมด

... ให้ชั้นได้อยู่กับนายอย่างนี้ตลอดไปนะจุนซู ... ชั้นขอแค่นี้จริงๆ ...


.
.
.


"เหม่ออีกแล้วนะแจจุง.."
เจ้าของร้านดอกไม้หน้าสวยเอ่ยทักร่างบางที่นั่งเหม่ออยู่ตรงเคาร์เตอร์คิดเงินทั้งที่ยังจัดดอกไม้ค้างไว้
หลังจากที่เลิกกับยูชอนแล้ว แจจุงก็ดูซึมเศร้าและเงียบลงมากขึ้นกว่าเดิม
พอถามอะไรไป ก็มีแต่เพียงรอยยิ้มเศร้าๆตอบกลับมาเท่านั้น

"ถ้าไม่ไหวก็กลับบ้านไปพักก่อนได้นะ วันนี้ที่ร้านคนคงไม่เยอะหรอก พี่ดูคนเดียวได้"
ฮีชอลลูบผมอีกฝ่ายเบาๆ เรียกรอยยิ้มบางๆเป็นการขอบคุณจากแจจุง

"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่ได้เป็นอะไรจริงๆครับพี่ฮีชอล มันก็ผ่านมานานมากแล้วนะครับ ผมลืมมันไปแล้วล่ะครับ"
ร่างบางพูด พลางก้มหน้าก้มตาจัดดอกไม้ต่อ ท่ามกลางสายตาจ้องจับผิดจากเจ้าของร้านคนสวย
จริงอยู่ที่แจจุงเข้มแข็งมากกว่าฮีชอลที่คิด แต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ท่าทางเข้มแข็งที่แสดงออกมาของแจจุงนั้น
เป้นเพียงภาพหลอกตากลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริงรึเปล่า

"ไม่เป็นไรอะไรกัน พี่เห็นเราเหม่ออยู่ทุกวันน่ะ จะหลอกใครก็หลอกได้นะแจจุง แต่หลอกตัวเองไม่ได้หรอก"
ฮีชอลเอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างเป็นห่วง ก่อนจะเผลอเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงกระแทกกระทั้นเมื่อเอ่ยถึงคู่กรณีอีกคน
"ไอ้ผู้ชายเฮงซวยพรรณนั้นน่ะ ลืมๆมันไปซะเถอะ อย่าไปคิดถึง อย่าไปเสียอกเสียใจกับมันให้มากนักเลย
แจจุงของพี่ยังมีโอกาสได้เจอคนดีๆอีกเยอะ ลืมๆไอ่บ้านั่นไปเถอะ ไอ่ผู้ชายหลายใจอย่างนั้น!!"

ร่างบางยิ้มกว้างกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางเป็นเดือดเป็นแค้นของคนที่เป็นทั้งพี่และเป็นทั้งเจ้านายที่เขารัก
แจจุงยอมรับว่าเขาเสียใจกับความรักครั้งนี้มาก มากอย่างถึงที่สุด และถึงตอนนี้เขาจะทำใจกับมันได้แล้ว
แต่ในบางครั้งเขาก็อดคิดถึงมันไม่ได้อยู่ดี .. คิดถึงวันเก่าๆ คิดถึงยูชอน ... คิดถึงและเจ็บปวดไปพร้อมๆกัน


"นี่~ อีตาชางมินอะไรนั่นก็ดีนะแจจุง ที่คอยมาช่วยดูแล ช่วยปลอบตอนเราอกหักน่ะ เท่ห์สุดๆยังกะพระเอกหนังเกาหลีแน่ะ"
ฮีชอลพูดพาดพิงไปถึงคนร่างสูงที่คอยดูแลเทคแคร์ให้กำลังใจแจจุงอยู่ตลอดเวลา เมื่อทราบข่าวว่าร่างบางเลิกกับยูชอนแล้ว
และเป็นเพราะกำลังใจจากชางมินนี่แหละเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แจจุงเข้มแข็งและทำใจได้เร็วมากขึ้น

"ผมกับชางมินเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยมแล้วนะครับ จะเป็นแฟนกันได้ยังไง"
ร่างบางเกือบจะหัวเราะออกมาเมื่อได้ฟังความคิดแผลงๆของอีกฝ่าย
ซึ่งนั่นก็ทำให้ฮีชอลพอใจ เมื่อคำพูดล้อเล่นของเขา ทำให้ได้เห็นแจจุงดูสดใสมากขึ้นกว่าที่เคย

"แหม เป็นเพื่อนกันก็เป้นแฟนกันได้ ~ ดูอย่างพี่สิ...."


... กริ๊งง~ กริ๊งง~ ...

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นขัดจังหวะการพูดของเจ้าของร้านคนสวย
ประตูกระจกใสถูกเปิดเข้ามา ตามด้วยร่างเล็กที่ทำให้รอยยิ้มของแจจุงเลือนหายไปแทบจะในทันที

"เอ่อ ขอโทษนะฮะ คือผมอยากได้กระเช้าดอกไม้เยี่ยมไข้คนป่วยนะฮะ"
ใบหน้าน่ารักพร้อมกับรอยยิ้มสดใสเป็นมิตรถูกส่งมายังแจจุงที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด
หัวใจของร่างบางดูเหมือนจะหยุดเต้นทันทีที่คนตัวเล็กเหยียบย่างเข้ามา รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา เมื่อได้เห็นอีกฝ่ายใกล้ๆ

... คิมจุนซู ...

... จุนซูที่ยูชอนรัก ...


"เอ่ออ..."

จุนซูยิ้มเก้ออย่างงงๆ เมื่อเห็นคนจัดดอกไม้หน้าหวานนิ่งเงียบไป โดยไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
ร้อนถึงฮีชอลที่ยังไม่รู้ว่าคนตัวเล็กเป็นใคร พอๆกับที่ไม่รู้ว่าแจจุงเป็นอะไร ต้องเดินออกมาจากหลังเคาร์เตอร์เพื่อรับหน้าแทน

"ไม่ทราบว่าต้องการดอกไม้แบบไหนเหรอครับ แล้วก็พอจะทราบมั้ยครับว่าคนป่วยแพ้ดอกไม้ชนิดไหนบ้างรึเปล่า ทางเราจะได้จัดให้ตามเหมาะสมนะครับ"
เจ้าของร้านคนสวยเอ่ยถามอีกฝ่ายที่กำลังเผลอเอียงคอใช้ความคิดด้วยท่าทางน่ารัก จนฮีชอลนึกชมในใจว่าคนๆนี้ดูน่ารักไม่ใช่น้อย

"แพ้เหรอฮะ~ ผมเคยได้ยินว่าเค้าแพ้อะไรซักอย่างเนี่ยแหละฮะ งั้นซักครู่นะครับ"
มือเล็กล้วงเอาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงออกมากดเบอร์ ทำให้แจจุงที่แอบมองอยู่ต้องภาวนาไม่ให้ทุกอย่างเป็นแบบที่เขาคิด

"ฮัลโหล~ ยูชอนเหรอ แทบินเค้าแพ้ดอกไม้อะไรอ่ะ ชั้นจำไม่ได้"

.. ยูชอน ? ... เจ้าของร้านคนสวยได้ยินอีกฝ่ายเรียกคนที่ปลายสายจึงขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ พลางหันกลับไปมองแจจุงที่ทำหน้าซีดอยู่ด้านหลัง

"แล้วดอกอะไรที่มันสีม่วงๆล่ะ มันก็มีสีม่วงอยู่เต็มร้านน่ะ! บอกว่าให้ลงมาดูด้วยกันก็ไม่ยอมมา ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ~"
คนตัวเล็กโวยวายกับปลายสายเสียงเบาด้วยความเกรงใจคนในร้าน ก่อนจะกดตัดสายหันมายิ้มแหยะๆกับฮีชอลที่มองเขาอย่างแปลกใจ
และเพียงไม่กี่อึดใจ .. ความสงสัยของฮีชอลก็คลี่คลายลงแทบจะทันที


... กริ๊งง~ กริ๊งง~ ...

ประตูร้านถูกเปิดเข้ามาพร้อมๆกับร่างสูงที่เรียกสายตาสามคู่ให้หันไปมองอย่างต่างอารมณ์

แจจุงแทบจะหยุดหายใจไปในทันที เมื่อเห็นหน้าของอดีตคนรัก ความเจ็บปวดที่อกแล่นขึ้นมาอีก
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามายืนเคียงข้างคนตัวเล็ก และพูดคุยด้วยท่าทางสนิทสนม
ร่างบางพยายามหยุดน้ำใสๆที่เริ่มเอ่อล้นอยู่ในขอบตาที่ร้อนผ่าว มือบางกำช่อกุหลาบในมือแน่นราวกับเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ

"แทบินเค้าแพ้ดอกไม้อะไรอ่ะ ใช่ดอกนั้นรึเปล่ายูชอน~" จุนซูเอ่ยถามอีกฝ่ายโดยไม่ได้สังเกตท่าทางอึดอัดใจของร่างสูงที่กำลังทำตัวไม่ถูก
และพยายามหลบสายตาของฮีชอล พร้อมๆกับที่แอบมองไปยังแจจุงที่ยืนก้มหน้าก้มตาอยู่

... เพราะจุนซูที่อยู่ๆก็นึกไว้ว่าต้องซื้อของขวัญไปเยี่ยมคนป่วย แถมยังมานึกขึ้นได้ตอนขับผ่านร้านดอกไม้ที่แจจุงทำงานอยู่
แล้วยังรบเร้าให้เขาจอดบอกว่าจะซื้อร้านนี้ ทั้งที่ยูชอนพยายามโน้มน้าวอีกฝ่ายอย่างสุดความสามารถ แต่จุนซูก็ไม่ยอมฟัง
จนต้องยอมปล่อยให้คนตัวเล็กลงมาซื้อ ... ทั้งที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาในร้าน เพราะกลัวจะต้องเจอกับแจจุง
... แต่ก็เป็นอย่างงี้ไปจนได้ ...

"นี่~เหม่ออะไรน่ะ ชั้นถามว่าใช่ดอกนั้นรึเปล่าอ่ะยูชอน" จุนซูมองคนรักที่เงียบไปอย่างไม่เข้าใจ
มือเล็กจึงดึงแขนอีกฝ่ายลากเข้าไปดูดอกไม้สีม่วงที่วางอยู่ ซึ่งดอกไม้ที่ว่านั่นก้ออยู่ใกล้ๆกับที่แจจุงยืนพอดี

"ดอกนี้หรือดอกนี้อ่ะยูชอน~" ท่าทางดูเหมือนเด็กขี้อ้อนของจุนซูที่ทำกับยูชอนนั้น ทำให้แจจุงเจ็บจี๊ดขึ้นมาในอก
พาลนึกไปถึงเหตุการณ์เก่าๆ ภาพความหวานของทั้งคู่ที่เขาเคยเห็น .. แจจุงยอมรับว่าจุนซูน่ารักเอามากๆ และก็ดูเหมาะสมกับยูชอนดี
แต่ทำไม เพียงแค่มองดูอยู่ตรงนี้ หัวใจของเขาก็บีบรัดอย่างเจ็บปวดจนอยากจะหายไปจากที่ตรงนี้

"ดะ..ดอกนี้ แทบินแพ้ลาเวนเดอร์น่ะ" ร่างสูงตอบกลับอย่างใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เมื่อเผลอสบตาเข้ากับแจจุงเพียงเสี้ยววินาที
ความรู้สึกผิดทะลักทะลายขึ้นมาเต็มอก ยิ่งเห็นร่างกายซุบผอมและท่าทางที่ไม่สดใส ดูซีดเซียวของแจจุง เขาก็แทบอยากจะดึงอีกฝ่ายเข้ามากอด
พร้อมกับเอ่ยขอโทษเป็นพันๆครั้ง ... แต่มันก็คงจะไม่สาสมกับสิ่งที่เขาได้ทำลงไป

"เค้าแพ้ดอกนี้น่ะฮะ ~ ผมไม่รู้ว่ากระเช้าเยี่ยมคนป่วยต้องเป็นแบบไหน ใช้ดอกอะไร คุณพอจะแนะนำให้ได้บ้างมั้ยฮะ"
จุนซูหันมาคุยกับฮีชอลที่สีหน้าเปลี่ยนไปแทบจะในทันที เมื่อเห็นร่างสูงก้าวเข้ามา เจ้าของร้านคนสวยแทบจะเข้าไปทำร้ายอีกฝ่ายให้สมกับความแค้น
แต่ติดเข้ากับสายตาของแจจุงที่มองมาอย่างขอร้องนั่นเสียก่อน จึงได้แต่หงุดหงิดพาลโมโหจุนซูที่ไม่รุ้เรื่องอะไรเลยไปด้วย

"ดอกอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ ... เอ่ออ .. ก็ใช้ดอกสีสดใสหน่อยน่ะครับ เวลาคนป่วยมองจะได้สดชื่น" ฮีชอลตอบไปส่งๆ ก่อนจะพูด พลางจิกตาใส่ยูชอนอย่างอาฆาตเเค้น
"แต่ถ้าคนป่วยเจ็บจนอาการหนักมากๆแล้วเนี่ย ต่อให้ดอกไม้สวยหรูแค่ไหน ก้คงไม่ช่วยให้หายดีขึ้นได้หรอกนะครับ ดีไม่ดีจะอาการทรุดหนักกว่าเดิม!"

"เอ๋~..เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะฮะ.." จุนซูที่ได้ยินประโยคจิกด่าของอีกฝ่ายไม่ถนัดเพราะมัวแต่เลือกดอกไม้อยู่หันมาถามเจ้าของร้านคนสวยที่จ้องยูชอนจนแทบจะกินหัว

"อ่อ.. ไม่ได้ว่าอะไรนี่ครับ แล้วตกลงอยากได้แบบไหนล่ะครับ ทางเราจะได้จัดให้ถูก"

"เอาที่คุณคนนั้นกำลังจัดได้มั้ยฮะ ผมว่าสวยมากๆเลย ~ ดีมั้ยยูชอน" คนตัวเล็กเอ่ยถามคนรักที่กำลังอึดอัดกับสายตาของฮีชอลจนแทบจะระเบิด
ร่างสูงจึงหันมาคุยกับจุนซูเพื่อช่วยคลายความอึดอัด พลางยิ้มให้คนตัวเล็กอย่างอ่อนโยน "ตามใจสิ แล้วแต่จุนซูเลยละกัน"

"งั้นเอาอันนี้เลยได้มั้ยฮะ"

"ไม่ได้หรอกครับ! ของมันมีเจ้าของอยุ่แล้วน่ะครับ ถ้าคุณเอาไปเจ้าของเค้าคงเสียใจแย่ เอาอันอื่นเถอะนะครับ อย่าไปแย่งของที่มีเจ้าของเค้าเลย!"
ฮีชอลเผลอกระแทกเสียงพูดจาประชดประชันคนตัวเล็กด้วยความโมโห เมื่อเห็นหน้าของแจจุงเศร้าลงทันทีที่เห็นยูชอนยิ้มให้จุนซู
ทำเอาคนตัวเล็กหน้าเหวอไปเมื่อได้ยิน "เอ่อ .. ผมไม่ได้จะแย่งนะฮะ ผมอยากได้แบบนี้ จัดให้อีกกระเช้าหนึ่งไม่ได้เหรอฮะ"

"เอ๊ะ!! คุณ ..."

"ดะ .. ได้ครับ เอาอันนี้ไปก่อนเลยก็ได้ครับ เดี๋ยวผมจัดให้คนที่สั่งไว้ใหม่ทีหลังก็ได้ครับ"
แจจุงพูดตัดบท เมื่อเห็นว่าฮีชอลชักจะควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ร่างบางดึงแขนเจ้าของร้านหน้าสวยไว้ ก่อนจะส่ายหน้าเป็นเชิงห้ามปราม

"เชิญนั่งรออยู่ที่โซฟาด้านข้างนั้นก่อนนะครับ ถ้าเสร็จแล้วเดี๋ยวผมจะเอาไปให้"
ร่างบางรวบรวมความกล้าอย่างถึงที่สุด สบตากับคนตัวเล็กพลางฝืนยิ้มให้บางๆ โดยไม่มองคนตัวสูงที่ยืนอยุ่ใกล้ๆเลยแม้แต่น้อย
จุนซูที่ได้ยินดังนี้ก็คลี่ยิ้มกว้างออกมาให้อีกฝ่ายพลางเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะลากยูชอนเดินไปนั่งรออยู่ที่โซฟาทางด้านข้างของร้าน

"แจจุง! ไปตามใจมันทำไม แล้วก็ไอ่ยุชอนนั่นอีก พี่ล่ะอยากจะเอาหนามกุหลาบฟาดใส่หน้าให้หายแค้น"
ฮีชอลบ่นเสียงดังใส่แจจุงที่พยายามเร่งจัดดอกไม้ทั้งที่มือยังสั่นๆ พลางคว้าดอกไม้บนโต๊ะขึ้นมาช่วยจัด

"ช่างเถอะครับ ยังไงเรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว" ร่างบางหลุบตาลงต่ำ "เค้าก็ดูเหมาะกันดีไม่ใช่เหรอครับ"

"แจจุง!"

"ไม่มียูชอนของผมอีกต่อไปแล้วล่ะครับ เรื่องของผมกับยูชอนมันจบไปจริงๆ"
แจจุงมองไปยังคนทั้งสองที่นั่งเล่นกันอยู่ที่โซฟา พลางยิ้มออกมาอย่างเศร้าศร้อย จนฮีชอลต้องเอื้อมมือมาปลอบ

"ถึงแม้ว่าจะยากแค่ไหน ผมก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ครับ"


.
.
.


"เซอร์ไพรต์ !!!!~~"

เสียงตะโกนดังลั่นพร้อมๆกับร่างสูงที่เปิดประตูพรวดพราดเข้ามา ทำเอาคนป่วยที่กำลังนั่งกินข้าวต้มอยู่บนเตียง แทบสำลัก

"อ๊อกก ... แค่กก แค่กก .. อะ ไอ้บ้ายูชอน .. แค่กก แค่กก "
แทบินยกนิ้วขึ้นชี้หน้าตัวต้นเหตุที่ยืนหัวเราะท้องแข็งอย่างอาฆาต พลางสำลักหน้าดำหน้าแดง
ก่อนหัวเราะออกมาอย่างสะใจ เมื่อเห็นอีกฝ่ายโดนร่างเล็กที่เดินตามเข้ามาฟาดแรงๆเข้าที่กลางหลัง

.. ผัวะ !~ ..

"โอ๊ย~~!!!"

"ไปแกล้งแทบินทำไมน่ะยูชอน! ถ้าตกใจจนหัวใจวายตายไป จะทำยังไง!~" 
จุนซูตวาดแว้ดใส่คนตัวโตที่เล่นไม่รู้จักเวลา ก่อนจะเดินเข้าไปหาเพื่อนสนิทสมัยมหาลัยกลุ่มเดียวกันกับเค้าและยูชอน

"กลับมาไม่โทรกันบ้างเลยนะจุนซู ผอมลงเยอะเลยนะเนี่ย" คนป่วยเอ่ยทักเพื่อนตัวเล็กที่กำลังวางกระเช้าดอกไม้เอาไว้บนหัวเตียง

"โทรหาแล้ว แต่นายเปลี่ยนเบอร์นี่นา นี่ถ้าไม่รู้จากดองวอนว่า นายขาหักมารักษาตัวอยู่ที่โรงบาลของหมอนั่น ชาตินี้ชั้นคงจะไม่ได้เจอกับนายแน่ๆ"
จุนซูพูดพลางทรุดตัวลงนั่งกับขอบเตียงของคนป่วย ก่อนจะหันไปหาคนรักที่ยืนเงียบไปนาน

"นี่ยูชอน มันไม่ได้เจ็บขนาดนั้นซักหน่อย เลิกทำหน้าตาแบบนั้นได้แล้วน่า"
มือเล็กเอื้อมมือไปดึงเเขนอีกฝ่ายที่สำออยทำท่าเจ็บซะเต็มประดาเข้ามากอดไว้หลวมๆพลางเอียงหัวถูกับไหล่เป็นเชิงง้อ
ดวงตาใสแป๋วมองอ้อนร่างสูงที่ทำแก้มป่องแกล้งงอนเหมือนเด็กๆ "ชั้นขอโทษก็ได้ อย่างอนเลยน้าา~"

"แต่ชั้นเจ็บนี่.."

"แล้วจะให้ทำยังไงถึงจะหายล่ะ.."

"..หอมแก้มก่อนสิ.."

"บ้า~ เกรงใจแทบินบ้างสิ~"

"เออ!เกรงใจชั้นหน่อยเหอะ! เลิกหวานกันได้แล้ว เห็นแล้วชั้นเลี่ยนว่ะ หมั่นไส้ หงุงหงิงกันอยู่ได้"
น้ำเสียงประชดประชันของคนป่วยดังแทรกขึ้นมา เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากอดีตคู่รักตัวอย่างประจำรุ่น

... ทั้งสามพูดคุยไต่ถามสารทุกข์สุกดิบตามประสาเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันเป็นเวลานาน
ตั้งแต่จุนซูไปฝรั่งเศส แทบินกับยูชอนก็ไม่ค่อยจะได้เจอกันเท่าไหร่นัก เพราะต่างก็งานยุ่งกันทั้งคู่
และด้วยความเป็นคนพูดตรงไปตรงมาโดยไม่ได้คิดอะไร จึงทำให้แทบินเผลอถามถึงแจจุงที่ยูชอนเคยพามาทำความรู้จักเมื่อปีก่อน

"แล้วไปไงมาไงนายสองคนถึงกลับมาเลิฟๆกันเหมือนเดิมได้ล่ะเนี่ย
เออ~แล้วแฟนใหม่นายล่ะยูชอน คนที่นายพอมางานเลี้ยงรุ่นด้วยคราวนั้นน่ะ เลิกกันไปแล้วเหรอวะ"

คนตัวเล็กชะงักไปเมื่อได้ยินคำพูดจากคนป่วย พร้อมๆกับยูชอนที่หน้าซีด ใบ้รับประทานไปแทบจะในทันที

"แฟนใหม่ ? หมายความว่ายังไงยูชอน" จุนซูมองหน้าอีกฝ่ายที่เงียบไปอย่างจับผิด และดูไม่พอใจนัก
ร้อนถึงแทบินที่เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองพลาดไปแล้ว ต้องเข้ามากอบกู้สถานการณ์ เพราะรู้ดีว่า เวลาจุนซูโมโห มันน่ากลัวขนาดไหน
"เอ่ออ ชั้นจำผิดน่ะจุนซู สงสัยเป็นเจ้าดองวอนน่ะที่พาแฟนมาด้วย ไม่ใช่ยูชอนหรอก"

"อย่ามาช่วยกันโกหกนะแทบิน! บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะยูชอน แฟนใหม่อะไร ไหนนายบอกว่าสามปีที่ผ่านมานายไม่เคยคบใครไง
แล้วนี่แทบินพูดถึงน่ะหมายถึงใคร!~" ร่างเล็กจ้องอีกฝ่ายอย่างคาดคั้นต้องการคำตอบ

"เอ่อ .. แฟนใหม่อะไรกันจุนซู เจ้าแทบินน่ะจำผิด วะ .. วันนั้นที่ชั้นพาไปก็มินจูไง ... นายก็รู้ว่าหมอนั่นชอบดองวอน
พอรู้ว่าชั้นจะเลี้ยงรุ่น มันก็เลยรบเร้าให้ชั้นพามันไปด้วย ไม่ใช่แฟนใหม่อะไรซักหน่อย แกนี่พูดมั่วจริงๆเลยว่ะแทบิน"
ร่างสูงอ้างชื่อญาติสนิทของตนที่ตอนนี้ไปเรียนต่อที่อเมริกามาแถเอาตัวรอด โดยพยักเพยิดให้แทบินช่วยเสริมอีกทาง

"อ๋อ !~ ใช่ๆ ชั้นลืมไป ก็น้องมินจูน่ารักนี่หว่า ใครจะเชื่อว่าเป็นพี่น้องกะนาย"
ชายหนุ่มหัวเราะกลบเกลื่อนเรียกให้ยุชอนต้องหัวเราะตามไปด้วยอย่างเนียนๆ
ก่อนจะเฉไฉเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น โดยทำเป็นไม่สนใจสายตาจ้องจับผิดของจุนซู


.
.
.


ดูเหมือนความสงสัยของร่างเล็กจะดูไม่คลี่คลายลงเลยแม้แต่น้อย
หลังจากที่ทั้งแทบินกับยูชอนเปลี่ยนมาคุยเรื่องอืนให้จุนซูเบี่ยงความสนใจไปได้บ้าง
แต่พอได้มาอยู่ตามลำพังสองคนกับยุชอนแล้ว คนตัวเล็กก็อดนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกไม่ได้อยู่ดี

"ถามจริงๆเถอะนะยูชอน นายมีอะไรปิดปังชั้นอยู่รึเปล่า"
จุนซูเอ่ยถามอีกฝ่ายที่กำลังขับรถอยู่ด้วยสีหน้าจริงจัง เรียกให้ร่างสูงต้องเบนสายตาจากท้องถนนเหลือบมองคนรักอย่างหวั่นใจ

"นายยังคิดมากเรื่องที่ไอ่แทบินมันพูดอยู่อีกเหรอ มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดน่ะจุนซู อย่าคิดมากไปเลยน่า เดี๋ยวแก่เร็วไม่รู้ด้วยน้า"
ยูชอนแกล้งพูดล้อเล่นหวังให้อีกฝ่ายสบายใจ แต่มันก็ไม่ทำให้ร่างเล็กหัวเราะตามแต่อย่างใด

"ยูชอน ... นายก็รู้ใช่มั้ยว่าชั้นไม่ชอบคนโกหก ชั้นจะเสียใจมาก ถ้ามีคนมาโกหกชั้น
และถ้าคนๆนั้นเป็นนาย ชั้นก็จะยิ่งเสียใจมากเข้าไปอีก ... นายไม่มีอะไรปิดบังชั้นจริงๆใช่มั้ย"

จุนซูก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมเขาถึงรุ้สึกไม่สบายใจและกังวลเสียมากมายกับคำพูดของแทบินเมื่อตอนบ่่าย
ทั้งที่มันอาจเป็นความจริงอย่างที่ทั้งสองคนนี้พูด แต่เขาก็อดสงสัยในท่าทางแปลกๆของยูชอนไม่ได้

ร่างสูงตัดสินใจเลี้ยวรถจอดเข้าที่ข้างทาง ก่อนดึงมือเล็กมากุมไว้ พลางสบตาอีกฝ่าย
เมื่อเห็นว่าคนรักดูกังวลและไม่สบายใจเอามากๆ ซึ่งเขาเองก็ไม่อยากให้จุนซูรู้สึกอย่างนั้น

"เชื่อใจชั้นนะจุนซู .. ชั้นจะไม่มีวันทำให้นายเสียใจเด็ดขาด .. เชื่อชั้นเถอะนะ"

น้ำเสียงมั่นคงของยูชอนกับแรงบีบที่มือเบาๆ ทำให้จุนซูรู้สึกคลายกังวล
ร่างเล็กโผเข้ากอดอีกฝ่าย พยายามลบความกังวลและความหวั่นไหวในใจให้หายไป

"อย่าคิดมากเลยนะจุนซู ชั้นไม่เคยรักใครนอกจากนายจริงๆ"
ร่างสูงก้มลงจูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ พลางกระชับเอวบางเข้ามากอดไว้เเน่น
... เขาได้แต่ภาวนาไม่ให้จุนซูได้รู้ความจริง เพราะเค้าไม่อยากทำให้คนที่เขารักต้องเสียใจอีกเป็นครั้งที่สอง ...


TBC

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ความลับไม่มีในโลกangry smile
#1  by  lunar (202.151.4.101) At 2008-09-23 08:45, 

<< Home


Fz* Do you Belive in Destiny ?? ... ... Junsu&Yuchun... Born 2 love ... ...Thx for your visit my blog ^^...
View full profile