[SF] Spy Kiss XD [Yoosu]

posted on 09 Apr 2013 11:07 by funkyboyz in Super-ShortFic
ไม่ได้อัพบลอกนานมากก ตั้งแต่เดือนพฤศจิกา โฮกกกก
วันนี้เลยขออัพเดทซักหน่อยเนอะ กันโดนตัด account 555
แต่เอาฟิกเก่ามาลง กร๊ากก *โดนตบ*
 
เป็นฟิกในโปรเจค Antique ที่ทำร่วมกับ B*LOEF ที่รัก เมื่อนานมาแล้ว ><
ขออนุญาตเอามาลงในเพื่อนๆที่ไม่ได้อุดหนุนโปรเจค ได้อ่านกันนะคับ
 
*******************************************
 
Title :: Spy Kiss XD
Author :: Fz*FunkyBoyZ 
Pairing :: Yoochun x Junsoo
[Antique Project by B*LOEF]

-------------------------------
 
อีกสิบสองวินาทีจะเก้าโมง...
 
สิบเอ็ด...
สิบ...
เก้า...
“Shit!! จะมาทำความสะอาดอะไรกันตอนนี้วะ!”
แปด...
เจ็ด...
หก...
“ขอทางหน่อยครับ!”
ห้า...
สี่...
สาม..
สอง..
หนึ่ง...
 
…ผลัวะ!!!...
 
“ปาร์คยูชอน คุณมาสาย..”เสียงต้อนรับราวกับพนักงานเซเว่นดังขึ้นทันทีที่ชายหนุ่มสุดหล่อหน้าตาทรมานใจสาวก้าวเท้าเข้าไปในห้อง 
“แต่นี่มันเก้าโมงเป๊ะเลยนะครับสารวัตร” ยูชอนยก charriol สีดำเรือนโปรดขึ้นมาดูพลางทำหน้างงใส่อีกฝ่าย
“นาฬิกาที่ใส่ถึงจะแพงแค่ไหน ก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอกนะผู้กอง ถ้ามันเดินไม่ตรงกับเวลาของกรมตำรวจน่ะ” สารวัตรคังชี้นิ้วนำสายตาไปยังนาฬิกาแขวนผนังที่ติดอยู่ทางด้านหลัง ซึ่งกำลังบอกเวลา 9 นาฬิกา 30 นาทีพอดิบพอดี
“ในรอบ 4 เดือนที่คุณย้ายเข้ามาทำงานในแผนกเรา คุณมาสายรวมแล้วเกือบสามสิบครั้ง นี่ไม่รวมที่คุณขอแลกเวรกลางคืนกับคนอื่นอยู่บ่อยๆ แถมบางทีก็ยังโดดเข้าเวรตอนเช้า.. ผมถามจริงๆเถอะ นี่คุณยังมีความตั้งใจที่จะเป็นตำรวจอยู่อีกรึเปล่าผู้กองยูชอน” สายตาที่ผ่านประสบการณ์ในชีวิตมาแล้วไม่ต่ำว่า 40 ปี ทอดมองบุคคลที่อยู่เบื้องหน้าอย่างระอาใจ
 
ปาร์กยูชอน ชายหนุ่มร่างสูง ผิวขาวสะอาดสะอ้านแบบลูกผู้ดีที่ตำรวจน้อยคนนักจะมี แถมยังหน้าตาดี  ดึงดูดใจสาวน้อยสาวใหญ่จนทำเอาตำรวจหญิงในแผนกไม่เป็นอันได้ทำงาน เพราะมัวแต่วิ่งเข้าไปตบแป้งเสริมสวยในห้องน้ำ หวังพิชิตใจตำรวจหนุ่มหล่อที่เพิ่งจบมาจากอเมริกาคนนี้
 
ตอนแรกที่รู้ว่าจะมีตำรวจหนุ่มที่เพิ่งจบหลักสูตรมาจากอเมริกาย้ายเข้ามา ในแผนก เขาเองก็อุตส่าห์ตั้งความหวังไว้ซะสวยหรู หวังจะได้ตำรวจหนุ่มไฟแรงมาร่วมงาน  แต่ที่ไหนได้ พอมาเจอตัวจริง ไอ้ที่เฝ้าฝันไว้กลับพังทลาย เหลือแต่ตำรวจหนุ่มหน้าตาดีที่นั่งหล่อไปวันๆ มาสาย ทำงานแบบขอไปที ให้ไปสืบคดีอะไรก็คว้าน้ำเหลว ไม่เคยปิดคดีได้สำเร็จ แถมยังชอบโดดเวรไปนั่งดริ๊งที่ผับหลังโรงพักอีก ทั้งที่คิดว่าจะมาช่วยแก้ปัญหา แต่กลับมาเพิ่มปัญหาให้มากกว่าเดิม
 
“ผมยังมีความตั้งใจเต็มร้อยนะครับสารวัตร แต่พอดีว่า..เอ่อ...รถมันติด” ยูชอนคิดหาเหตุผลแถไปอย่างข้างๆคูๆ ทั้งที่ความจริงเป็นเพราะเค้าแฮงค์จากเมื่อคืนเลยพาลทำให้มาสายซ้ำซาก ทั้งที่โดนคาดโทษไว้ตั้งแต่คราวก่อน แล้วก็ถ้าถามถึงความตั้งใจที่จะเป็นตำรวจล่ะก็ แน่นอนว่าเขามีอยู่เต็มร้อย เพียงแต่ไม่ใช่ที่แผนกสืบสวนสอบสวน ที่ต้องลำบากตรากตรำออกไปทำคดีข้างนอก งานที่เขาอยากทำ คือแผนกตรวจสอบความผิดทางเทคโนโลยีที่นั่งอยู่หน้าคอมในห้องแอร์เย็นๆต่างหาก 
 
“ผมไม่อยากฟังคำแก้ตัวจากคุณอีกแล้ว สิ้นเดือนนี้คุณเตรียมตัวย้ายไปอยู่แผนกจราจรได้เลย”  เหมือนถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ยูชอนหน้าซีดไป เมื่อนึกถึงแดดร้อนเปรี้ยงกับฝุ่นละอองเต็มท้องถนน ร่างสูงอ้าปากเตรียมจะขอเจรจา แต่โทรศัพท์ในห้องทำงานของสารวัตรกลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
 
“อืม..ว่าไง ....... มันถูกส่งมาเมื่อไหร่ ....... ผมได้รับแล้ว .... คุณแน่ใจได้ยังไงว่ามันไม่ใช่แค่ขู่ .... โอเค ... ถ้าอย่างงั้นเดี๋ยวผมจะจัดทีมเข้าไปดูแลความเรียบร้อยให้ ...อ้าว แล้วจะให้ผมทำยังไง ....... งั้นเดี๋ยวผมจะรีบส่งคนไปก็แล้วกัน” สารวัตรคังพูดคุยกับปลายสายอยู่สองสามประโยค พลางดูเอกสารที่ส่งมาทางแฟกซ์ ก่อนจะวางสายและเงยหน้าขึ้นมา มองยูชอนที่กำลังยืนคิดหาวิธีเจรจาอยู่
 
“เอาล่ะ ผู้กอง ... โอกาสแก้ตัวของคุณมาถึงแล้ว มีคดีขู่วางระเบิดในเรือสำราญที่เพิ่งแล่นออกจากฝั่งไปได้ไม่ถึง 10 นาที ผมอยากให้คุณไปช่วยดูแลเจ้าทุกข์แล้วก็พยายามค้นหาระเบิดไปด้วย งานนี้จะเอิกเกริกไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือแค่ขู่เล่นๆ เพราะฉะนั้นคุณต้องแฝงตัวไปเป็นผู้โดยสาร และปฏิบัติการให้เงียบที่สุด รายละเอียดอื่นๆผมจะส่งตามไปให้ทีหลัง ไปเตรียมตัวได้แล้วล่ะ”
“.. เอ่อ คดีวางระเบิดเนี่ยนะครับสารวัตร” 
“ใช่ คุณจบด้านเทคโนโลยีมาไม่ใช่เหรอ งานนี้ล่ะจะเป็นโอกาสแก้ตัวของคุณ ถ้าทำไม่ได้ ก็เตรียมตัวไปเป็นจราจรได้เลย ออกไปเตรียมตัวได้แล้ว” สารวัตรคังพูดตัดบท ก่อนจะหันไปทำงานอื่นที่กำลังคั่งค้าง ทิ้งให้ยูชอนยืนหน้าซีดอยู่คนเดียว
 
..เอ่อ พอดีผมจบโปรแกรมเมอร์ ไม่ใช่วิศวะอิเลกทรอนิกส์นะสารวัตร!!
 
------------------------------------------------------------------------
 
“ยินดีต้อนรับสู่เรือ star kiss ครับผม”
ทันทีที่ยูชอนก้าวเท้าขึ้นเรือสำราญสีดำลำใหญ่ เสียงเอ่ยต้อนรับก็ดังขึ้นแทบจะทันทีสมกับรางวัลการันตีการบริการระดับห้าดาว 
 
“สวัสดีครับคุณปาร์กยูชอน ผมชิมชางมิน ผมเป็นคนติดต่อไปหาคุณครับ” ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ท่าทางดูทะมัดทะแมง ยกมือขึ้นเช็กแฮนด์พลางเอ่ยแนะนำตัว ก่อนจะเรียกพนักงานให้ยกกระเป๋าของยูชอนไปเก็บ พร้อมกับเชิญให้ยูชอนเดินตามเข้าไปยังห้องรับแขกที่ถูกจัดไว้ในเรือ
“คุณคงจะทราบรายละเอียดทั้งหมดจากสารวัตรคังแล้วใช่มั้ยครับ นี่เป็นจดหมายขู่วางระเบิดที่ทางเราได้รับ หลังจากที่เรือแล่นออกจากฝั่งได้แค่ 5 นาที มันถูกวางไว้ในห้องควบคุมเรือ”  ชางมินยื่นกระดาษเอสี่ยับๆ ที่ภายในมีเพียงข้อความถูกเขียนจากลายมือด้วยหมึกเคมีสีแดงได้ใจความว่า..
 
“ระเบิดจะดังขึ้น ปิดฉากนักแสดงซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังเหนือน่านน้ำสิงคโปร์”

“นักแสดงซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังเหรอครับ ?”

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!” เสียงกรี๊ดสะเทือนเลือนลั่นจนทำเอาเรือแทบโคลงดังเข้ามาในห้องรับแขก ยูชอนทำหน้างงใส่อีกฝ่ายที่ยกมือขึ้นแคะหูก่อนส่งยิ้มให้อย่างคนเคยชินกับเสียง
“ผมลืมบอกคุณไป เรือสำราญลำนี้ เราเช่าเหมาลำ และจัดเป็นงานแฟนมีตติ้งของยูโนว์ ยุนโฮ นักแสดงหนุ่มที่กำลังฮอตที่สุดในเอเชีย คุณคงรู้จักใช่มั้ยครับ”
“ที่เล่นเรื่อง Postman of heaven น่ะเหรอครับ ?”
“ไม่ใช่ครับ นั่นมันฮีโร่ แจจุง”
“อ่อ...” ยูชอนพยักหน้า พลางพยายามนึกถึงหน้าตาของยูโนว์ ยุนโฮ ด้วยความลำบาก เพราะเขาเองก็ไม่ค่อยได้ติดตามพวกหนังหรือละครมากมายนัก ถ้าจะ ได้ดูก็คงเป็นพวกหนังฝรั่งที่น้องชายชอบไปเช่ามาดูที่บ้านซะมากกว่า
 
“เอาเถอะครับ ผมเข้าใจว่าตำรวจคงไม่มีเวลาดูหนังหรือทีวี เอาเป็นว่าเรามาวางแผนกันดีกว่ามั้ยครับว่าเราจะทำยังไงต่อไป” ชางมินเอ่ยตัดบท เมื่อเห็นท่าทางที่กำลังคิดหนักของตำรวจหนุ่ม เรียกสติของยูชอนให้กลับมา
“เอ่อ.. ถ้าดูจากจดหมายขู่ ผมคิดว่า ระเบิดคงถูกตั้งเวลาให้ทำงานเมื่อเรือจอดเทียบท่าที่สิงคโปร์ … ว่าแต่ เราจะไปทำอะไรที่สิงคโปร์กันเหรอครับ” ตำรวจหนุ่มเอ่ยถามอีกฝ่ายที่ทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อเมื่อได้ยินคำถามของเขา 
“ผมนึกว่าคุณได้อ่านเอกสารที่ทางเราส่งไปแล้วซะอีก” 
“อ่อ..พอดีมันกะทันหันมากเลยล่ะครับ ผมก็เลยไม่ทันได้เตรียมตัวทำอะไร” ยูชอนยิ้มบางๆเป็นเชิงขอโทษในเหตุสุดวิสัย ทั้งที่ความจริงแล้วเขาเผลอหลับไปตอนระหว่างเดินทางมาที่ท่าเรือต่างหาก
“ถ้าอย่างงั้นก็ไม่เป็นไรครับ .... เพราะถ้าเป็นอย่างที่คุณบอกจริง เราคงมีเวลาอีกสามวันก่อนที่จะถึงสิงคโปร์  ระหว่างนั้นถ้ามันมีระเบิดอยู่จริง ผมหวังว่าคุณคงจะหามันเจอและช่วยชีวิตพวกเราไว้ได้” ผู้จัดการหนุ่มเอ่ยฝากความหวัง
“ผมอยากคุยกับคุณยูโนว์ ถ้ายังไงคุณช่วยนัดให้หน่อยได้มั้ยครับ”
“ได้ครับ ตามกำหนดการวันนี้ งานจะเลิกในอีก 2 ชั่วโมง ถ้ายังไงระหว่างนี้เชิญคุณยูชอนไปพักผ่อนที่ห้องพักก่อน แล้วหลังอาหารเย็นค่อยมาคุยเรื่องอื่นๆกันต่อนะครับ” ชางมินยื่นกุญแจห้องพักให้อีกฝ่าย
“พอดีว่า เราต้องปิดเรื่องนี้ให้เงียบสนิทกันผู้คนแตกตื่น เราก็เลยต้องให้คุณพักและทำตัวปะปนไปกับแฟนคลับที่มางานมีตติ้งของยูโนว์ ยังไงก็ต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วยนะครับ” 
“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ ....อืม .... ว่าแต่ ในเรือนี่มีบาร์คอลเทลมั้ยครับ?”
 
------------------------------------------------------
 
อา...สวัสดีครับท่านผู้อ่าน  ในที่สุดก็มาถึงฉากที่มีแต่ผมฉายเดี่ยวซักที                
ผมปาร์กยูชอนครับ คุณคงทราบกันดีจากก่อนหน้านี้แล้วว่า ผมขึ้นมาทำอะไรบนเรือนี้ ใจจริงผมก็ไม่อยากจะรับคดีนี้หรอกนะครับ เพราะผมไม่เคยรู้เรื่องระเบิดเลยซักนิด นี่ไม่ใช่หนังฮอลลีวู้ดนะครับ ที่พระเอกจะฉายเดี่ยวไปกู้ระเบิดแล้วไม่ตายน่ะ แล้วถ้าสมมติว่ามันมีขึ้นมาจริงๆ  ผมจะทำยังไงกับมันดีล่ะทีนี้ ... เฮ้ออ .... แต่ก็เอาเถอะครับไหนๆก็ไหนๆแล้ว งานนี้ผมคงต้องจริงจังซะบ้างแล้วล่ะ เพราะถ้าขืนปิดคดีไม่สำเร็จ  ผมมีหวังโดนย้ายไปเป็นจราจรยืนตากแดดตัวดำอยู่กลางกรุงโซลแน่ๆ
 
..ยูโนว์ ยุนโฮ.. อายุ 24 ปี .... ชื่อจริง ชองยุนโฮ... เกิด6 กุมภาพันธ์ ปี1986 ในครอบครัวมีพ่อแม่และน้องสาว 1 คน ... กรุ๊ปเลือด  A ... งานอดิเรก ฟังเพลง อ่านหนังสือ  ออกกำลังกาย... สงสัยว่ายูโนว์ ยุนโฮคงจะดังจริงล่ะครับงานนี้ เพราะจากประวัติที่คุณชางมินให้มา ก็เยอะจนผมอ่านแทบไม่หวาดไม่ไหว ไหนจะผลงานที่ผ่านมาเป็นสิบๆเรื่อง แถมยังได้รับรางวัลนั่นนี่จากสถาบันดังๆอีกตั้งมากมาย นึกไม่ออกเลยแฮะว่าคนแบบนี้จะไปมีศัตรูที่ไหน .. เอ.. หรือว่าจะเป็นพวกขี้อิจฉาที่อยากจะมาทำลายชื่อเสียง .. แต่ถ้าคิดอีกที หรือว่าจริงๆแล้วหมอนี่อาจจะนิสัยไม่ดี เที่ยวไปก่อเรื่องเอาไว้ เป็นเบื้องหลังที่ไม่มีใครรู้ก็ได้นี่นะ…
 
..แกร๊ก !!..