[Fic] BREAK OUT EP.3

posted on 06 Dec 2015 15:11 by funkyboyz
Title :: BREAK OUT
Author :: Fz*FunkyBoyZ
Pairing :: Yoochun x Junsoo
Note :: ฟิกชั่นเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากซี่รี่ย์ prison break ในบางจุด

Author Talk :: มาไวรับวันหยุดยาวค่ะ หวังว่าทุกคนจะแฮปปี้กับวันหยุดยาวนะคะ
ช่วงนี้กำลังว่างและมีเวลา เลยรีบปั่นก่อนที่อารมณ์อยาก slow life จะกลับมา 555

//พื้นที่โฆษณาอีกแว้ว ><//
ปฏิทินยูซูปี 2016 ยังเปิดจองอยู่นะจ๊ะ ปิดรับวันที่ 10 ธ.ค นี้ สนใจสั่งซื้อจิ้มที่ LINK นี้ ได้เลยค่ะ
 


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Link : Prologue / Part 1 / 2

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

BREAK OUT #3 - KEY

"เป็นยังไงบ้างครับ คุณจุนซู" เสียงเอ่ยทักทายเมื่อคนตัวเล็กก้าวเข้ามาในห้อง
จากร่างสูงโปร่งที่กำลังอ่านแฟ้มประวัติคนไข้อย่างตั้งใจ
คุณหมอชิมชางมิน นายแพทย์ประจำเรือนพยาบาล
ผู้ดูแลอาการเจ็บป่วยของนักโทษทุกคนในเรือนจำนี้ ที่ต้องรักษาตั้งแต่อาการป่วยไข้ธรรมดา
ไปจนถึงบาดแผลจากการทำร้ายร่างกาย ซึ่งเป็นเคสเดียวกับคนไข้ที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ ประสบพบเจอมา

"ขอหมอดูแผลหน่อยนะครับ"
มือหนาค่อยๆแกะผ้าก๊อตที่ถูกแปะอยู่ตรงโคนผมใกล้หน้าผากด้านซ้ายอย่างระมัดระวัง
ทั้งๆที่รักษานักโทษมานักต่อนัก แต่ชางมินก็ไม่เคยเจอคนที่เขารู้สึกว่าจะต้องถนอมเป็นพิเศษแบบนี้
ไม่ว่าจะเพราะผิวบางที่โดนอะไรนิดหน่อยก็แดง ก็ช้ำ หรือจะเพราะหน้าตาที่น่าเอ็นดู แถมยังตัวเล็กกว่าคนอื่น
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็ทำให้คิมจุนซูกลายเป็นหนึ่งในนักโทษที่คุณหมอชิมจดจำได้ขึ้นใจ

"แผลแห้งดีครับ ยังไงก็มาถอดไหมตามกำหนดได้เลยนะ แล้วยังปวดหัวอยู่รึเปล่าครับ"
"มะ..ไม่..ครับ"
เสียงเล็กเอ่ยตอบอย่างยากลำบาก เพราะผลจากการถูกบีบที่ลำคออย่างแรงจนกระทบต่อเส้นเสียง
ทำให้ตอนที่ลืมตาตื่นมาครั้งแรก แทบจะไม่มีเสียงออกมาจากลำคอของเขา
แต่ตอนนี้ผ่านมาได้สามวันแล้ว อาการของจุนซูก็ดีขึ้นตามลำดับ จนคุณหมออนุญาตให้ออกจากเรือนพยาบาลได้ในวันนี้

"เดี๋ยวเสียงก็จะกลับมาปกติเหมือนเดิมแล้วนะครับ อย่าลืมกินยาที่หมอสั่งให้ครบละกัน"
จุนซูพยักหน้าพลางยิ้มบางๆให้คุณหมอเป็นการตอบรับ ก่อนจะก้าวเดินออกไปจากห้องตรวจ
คนตัวเล็กแอบสังเกตตำแหน่งของสิ่งต่างๆภายในห้องในทุกครั้งที่มีโอกาสได้มาพบหมอ
การเจ็บตัวครั้งนี้ถือว่าไม่เสียเที่ยวไปซะทีเดียว
เพราะอย่างน้อยก็ทำให้เขาได้พบกับหนึ่งในสถานที่สำคัญที่อยู่ในแผนการครั้งนี้ด้วย
..ห้องตรวจของคุณหมอชิมชางมิน..

.
.

หลังจากทานอาหารเช้ารวมกับนักโทษคนอื่นๆเรียบร้อยแล้ว
จุนซูขออนุญาตผู้คุมกลับมานอนพักที่ห้องขัง ก่อนที่จะถึงเวลาทำงานในช่วงบ่าย
ประตูห้องขังถูกปิดลงด้วยระบบไฟฟ้าอัตโนมัติจากห้องควบคุม หลังเสียงสัญญานนกหวีดจากผู้คุมที่เดินมาส่ง

จุนซูดูจนแน่ใจว่า ไม่มีใครเหลืออยู่ในบริเวณนี้ ก่อนจะแกะเอาน็อตของจุนโฮที่จุนซูแปะซ่อนไว้ที่ใต้เตียงออกมา
นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้เริ่มแผนการเสียที เพราะตอนนี้ยูชอนถูกจับไปขังเดี่ยว อีก 4 วันถึงจะถูกปล่อยออกมา
จุนซูเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่อีกฝ่ายต้องมาโดนลงโทษ เพราะข้อหาทำร้ายร่างกายซองมิน เพื่อช่วยชีวิตเขา
เห็นที ถ้ายูชอนถูกปล่อยตัวมา เขาคงต้องหาทางตอบแทนบุญคุณบ้างแล้ว

จุนซูทรุดตัวลงนั่งข้างโถส้วมสแตนเลสที่มีอยู่ในทุกห้องขัง ก่อนมองหารูที่ทำไว้สำหรับขันตัวล็อกให้แน่น
เขาใช้น็อตที่เตรียมไว้สอดเข้าไป โชคดีที่จุนโฮทำขนาดมาพอดีกับที่เขาวาดแบบไปให้ จึงไม่ต้องเสียเวลาแก้ไข
ร่างเล็กค่อยๆหมุนเกลียวออกทีละนิดเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง พลางสอดสายตามองไปข้างนอกเป็นระยะ
เมื่อเวลาผ่านไปซักพัก โถส้วมฝั่งหนึ่งก็ถูกดันออกไปอีกด้าน เผยให้เห็นผนังอิฐก้อนใหญ่ที่อยู่ด้านหลังโถ
จุนซูยิ้มอย่างยินดีที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ในแผนที่คิดมาตั้งแต่ก่อนเข้ามาที่เรือนจำ

ในที่สุดขั้นตอนที่ต้องใช้เวลานานในการทำก็มาถึง มือเล็กพันเศษผ้าไว้ที่ปลายด้านหนึ่งของน็อตตัวยาว
ก่อนจะใช้อีกด้านค่อยๆแซะตรงบริเวณระหว่างร่องของอิฐมวลเบาก้อนใหญ่ที่ถูกปูนเชื่อมแต่ละก้อนไว้ด้วยกัน

"ถ้าเราค่อยๆแซะระหว่างขอบปูนตามจุดต่างๆตามนี้ โครงสร้างการยึดเกาะผนังก็จะอ่อนกำลังลง
ทำให้ถ้ามีแรงกระแทกในระดับหนึ่ง บล็อกที่เชื่อมกันไว้ก็จะหลุดจากกัน"
เสียงของฮยอกแจดังขึ้นมาในหัว เขาทั้งสองร่วมกันวางแผนและฝึกซ้อมมาด้วยกัน
ฮยอกแจเป็นวิศวกรโครงสร้าง ทำให้มีความเชี่ยวชาญเรื่องการก่อสร้าง
ถ้าไม่ได้ฮยอกแจมาช่วยวางแผน จุนซูก็คงลำบากมากกว่านี้ เพราะเขาถนัดด้านไฟฟ้าและเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์มากกว่า

จุนซูค่อยๆใช้เวลาแซะขอบปูนไปเรื่อยๆ จุดแล้วจุดเล่า ทุกครั้งที่มีโอกาส รวมถึงตอนกลางคืนที่ทุกคนหลับกันหมดแล้ว
เขาต้องเร่งมือ เตรียมทุกอย่างให้เสร็จ ก่อนที่ยูชอนจะกลับมาอยู่ในห้องขังด้วย ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

.
.

...ให้ตายสิ จะทำยังไงดีนะ...
นักโทษคิมจุนซูหรือฟิชคนใหม่ ขวัญใจนักโทษในเรือนจำ ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม เมื่อแผนไม่คืบหน้าตามกำหนดการที่วางไว้
เพราะปูนที่ยึดเกาะผนังแข็งแรงกว่าที่คิด ทำให้ต้องใช้เวลาแซะนาน
และก็ต้องค่อยๆทำให้เกิดเสียงดังน้อยที่สุด จึงทำให้ช้ามากขึ้นไปอีก
พรุ่งนี้ยูชอนก็พ้นโทษขังเดี่ยวแล้ว จะให้เขาแอบทำต่อก็คงไม่สะดวกนัก ...เขาควรจะทำอย่างไรดี

วันนี้นักโทษแดน 2 มีตรวจสุขภาพตอนเช้า คิมจุนโฮผู้เป็นพี่ชายเลยไม่อยู่ให้คำปรึกษาเหมือนกับทุกวัน
จุนซูกวาดสายตามองไปรอบๆอย่างไร้จุดหมาย พลางคิดหาวิธีแก้ไขปัญหา
จนกระทั่งสายตาไปหยุดอยู่กับชายคนหนึ่งผู้นั่งเล่นหมากรุกอยู่ตรงโต๊ะตัวเดิมที่จุนซูเคยเห็นยูชอนนั่งเล่นด้วย
เท้าเล็กตัดสินใจก้าวเดินไปหาอีกฝ่ายอย่างไม่รีรอ...

"ขอเล่นด้วยได้มั้ยครับ" จุนซูเอ่ยทัก ก่อนนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ
ชายตรงหน้าเงยหน้าขึ้นจากเกมส์บนกระดาน เขาดูอายุมากกว่าจุนซูประมาณ 5-6 ปี
ท่าทางสุขุม สงบนิ่ง สายตาภายใต้แว่นกรอบหนามองมาที่คนตัวเล็กอย่างสำรวจ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

เกมส์ใหม่บนกระดานเริ่มขึ้น ฝีมือของคนตรงหน้าไม่ธรรมดาเลย ทำให้จุนซูต้องคิดหนักในการเดินหมากในแต่ละครั้ง
ซึ่งอีกฝ่ายก็ดูจะถูกใจไหวพริบของจุนซูไม่น้อย ทั้งคู่ผลัดกันรุกผลัดกันรับในทุกก้าวเดิน
แต่สุดท้ายผู้ที่อาวุโสกว่าก็เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะไป

"แพ้จนได้" คนตัวเล็กร้องออกมาเมื่อเบี้ยตัวสุดท้ายถูกจัดการไปต่อหน้าต่อตา
อีกฝ่ายยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากก่อนเอ่ย
"นายเล่นดีแล้ว แต่ใจร้อนไปหน่อยนะ คิมจุนซู ...เหมือนกับยูชอน รูมเมทของนายไม่มีผิด"

"คุณ...รู้จักผมด้วยเหรอครับ" ร่างเล็กแปลกใจ...หรือยูชอนจะสนิทกับคนๆนี้มากจนเล่าทุกอย่างให้ฟัง
"รู้จักสิ ยูชอนน่ะ เล่าว่า นายเหมือนเด็กน้อยที่เพิ่งออกมาเผชิญโลกกว้าง"
ชายหนุ่มยกยิ้มที่มุมปาก เมื่อเห็นอีกฝ่ายคิ้วขมวดอย่างไม่ค่อยพอใจที่ได้ยินคำพูดของเขา
ครั้งแรกที่เห็นคิมจุนซู เขาก็รู้สึกสนใจในท่าทางไม่ค่อยยอมใครขัดกับลุคที่ดูบอบบางนั่น
และพอยูชอนบอกว่าเป็นรูมเมทของคิมจุนซู เขาก็ยิ่งสนใจอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก

"คุณสนิทกับยูชอนเหรอครับ...เอ่อ...ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย"
"ชั้นชื่อ อีริค... ถามว่าสนิทมั้ยน่ะเหรอ ก็คงจะพอสมควรล่ะมั้ง หมอนั่นช่วยชั้นไว้เยอะ"

"ช่วยยังไงเหรอครับ" จุนซูเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ช่วยแบบที่ช่วยนายไง" สายตาคมมองไปที่รอยช้ำบริเวณรอบลำคอของร่างเล็กที่จางลงไปบ้างแล้ว

อีริคเป็นนักโทษคดีค้าอาวุธเถื่อน ทำให้มีทั้งมิตรและศัตรูมากมายคอยจ้องทำร้าย
มิตรสหายเก่าที่กลัวเขาจะปากโป้งจนถูกสาวไปถึงตัว รวมถึงศัตรูคู่แข่งทางธุรกิจที่อยากจะกำจัดให้พ้นทาง
ทำให้ช่วงแรกๆที่เข้ามา มีแต่คนจ้องจะทำร้าย แต่ดีที่ยูชอนเข้ามาช่วยไว้ในหลายๆครั้ง
และได้มีโอกาสพูดคุยกันจนถูกคอ ทั้งคู่จึงค่อนข้างที่จะสนิทสนมกันในระดับหนึ่ง

"ยูชอนก็เป็นแบบนี้ ที่ถูกขังเดี่ยวบ่อยๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะช่วยคนอื่นนี่แหละ
หมอนั่นเป็นคนดี เวลาเห็นอะไรที่ไม่ถูกต้องก็จะชอบเข้าไปยุ่ง เลยมีเรื่องกับคนอื่นตลอด
ดีนะ ที่เป็นคนมีฝีมือกับมีแบคดี เป็นเพื่อนกับผู้คุมแจจุง ใครเลยไม่ค่อยอยากยุ่งกับมันมาก
แต่ก็นั่นแหละ มันดันเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาเรื่องซะเอง" ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ

"ยูชอนเป็นเพื่อนกับผู้คุมแจจุงเหรอครับ" ร่างเล็กตกใจกับข้อมูลใหม่ที่ได้รับ
จุนซูนึกออกทันทีว่าผู้คุมแจจุงเป็นใคร เมื่อได้ยินชื่อ ... ผู้คุมหน้าสวยที่เช็กประวัติเขาตอนเข้ามานั่นไง

"ใช่ เห็นว่ารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก สนิทกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ แล้วนายรู้มั้ยว่าพ่อผู้คุมคิมเป็นใคร"
อีริคถามอีกฝ่ายกลับด้วยท่าทีหลอกล่อให้อยากรู้ ...จุนซูส่ายหัวเบาๆ... เขาจะไปรู้ได้ไง

"พ่อผู้คุมแจจุง ก็คือคิมแทฮัน พัศดีของเรือนจำนี้ไง...เส้นใหญ่สุดๆเลยมั้ยล่ะรูมเมทของนาย"

จุนซูอึ้งไปอีกรอบเมื่อได้ยินคำตอบ
นี่เขากำลังจะแหกคุกผ่านทางห้องของนักโทษที่มีเพื่อนเป็นผู้คุม แถมพ่อเพื่อนเป็นพัศดี งั้นเหรอ ?

.
.

เหมือนเป็นเดจาวูที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อได้ยินเสียงผู้คุมสั่งให้เปิดประตูห้องขัง
และร่างสูงก็ก้าวเข้ามายืนอยู่ตรงหน้า สบตากับเขาแบบนี้

"ยูชอน นายเป็นยังไงบ้าง" ร่างเล็กรีบเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง
เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องเขาก็ไม่ได้เจอกับยูชอนเลย จนกระทั่งมาถึงวันนี้
จุนซูมองอีกฝ่ายอย่างสำรวจในทุกบริเวณ เพราะกลัวว่ายูชอนจะบาดเจ็บเพราะเขาเป็นต้นเหตุ

"ไม่เป็นอะไรหรอก ก็สงบดี ชั้นออกจะชอบนะ ได้อยู่คนเดียว สบายใจ"
ร่างสูงเอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนทำท่าจะปีนขึ้นไปบนเตียงชั้นสองที่ประจำของเขา แต่ติดถูกมือเล็กคว้าแขนไว้เสียก่อน

"นายโดนต่อยนี่ ให้ชั้นทายาให้ก่อนได้มั้ย หมอชางมินให้ยาลดอาการบวม ลดรอยช้ำมา ให้ชั้นทาให้นายนะ"
จุนซูรีบคว้าแขนอีกฝ่ายเอาไว้ทันที เมื่อมองเห็นรอยช้ำวงใหญ่บริเวณโหนกแก้มด้านขวาบนใบหน้าคม
ก่อนจะดึงให้ร่างสูงมานั่งที่เตียงชั้นล่างของตน แล้วรีบคว้าเอายานวดที่วางอยู่บนหัวเตียงมาไว้ในมือ

"ชั้นไม่เจ็บแล้ว เก็บยาไว้ทาที่คอของนายเองดีกว่ามั้ย?" คิ้วหน้าเลิกขึ้นสูง เมื่อคิดว่าใครกันแน่ที่ควรจะดูแลตัวเอง
สายตาคมมองไปที่ลำคอของคนตรงข้าม พลางคิดในใจว่าดีแค่ไหนแล้วที่คอเล็กๆนี่ไม่โดนหักเสียตั้งแต่ตอนนั้น
ซองมินแรงเยอะมากจริงๆ ขนาดเขาเอง ยังเกือบหยุดไว้ไม่อยู่

จุนซูไม่สนใจคำพูดของอีกฝ่าย มือเล็กบีบเนื้อเจลจากหลอดยา ก่อนค่อยๆทาลงไปบริเวณรอยช้ำอย่างเบามือ
เขารู้สึกผิดจริงๆที่ยูชอนต้องมาบาดเจ็บเพราะเขา ถ้าเขาจะทำอะไรเพื่อตอบแทนอีกฝ่ายได้เขาก็ยินดีจะทำ

สายคมมองใบหน้าหวานของอีกฝ่ายที่ตั้งอกตั้งใจทายาให้เขา เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าจุนซูใกล้ขนาดนี้
ยูชอนไม่แปลกใจเลยที่คนตัวเล็กจะเป็นที่ถูกใจของชองยุนโฮ ถึงขนาดถีบหัวส่งซองมินแบบนั้น
ก็หน้าหวานๆ ตัวเล็กๆ ผิวละเอียดๆเหมือนผู้หญิงแบบนี้ ใครล่ะจะไม่ชอบ

"ปากนายนี่น่าจูบจังเลยนะ" มือเล็กชะงักไปเมื่อได้ยินคำพูดของคนตัวโตกว่า
ก่อนจะเผลอเม้มปากของตัวเองเก็บเข้าไปอย่างลืมตัว ท่าทางเด็กๆนั่นทำให้ยูชอนอดขำไม่ได้

"ทำท่าแบบนั้น... นายกำลังยั่วชั้นอยู่รึไง คิมจุนซู"
น้ำเสียงและสีหน้ากวนๆนั่น ทำให้จุนซูรู้ตัวว่าคงถูกอีกฝ่ายแกล้งเสียแล้ว
ร่างเล็กจิ๊ปากเบาๆอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะบอกตัวเองให้ใจเย็น เพราะยูชอนมีบุญคุณกับเขา

"นี่เราจะพูดกันดีๆไม่ได้เลยใช่มั้ย ปาร์กยูชอน" จุนซูพูดกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเอือมระอา
"ชั้นก็ไม่ได้พูดจาไม่ดีกับนายซักหน่อยนี่" คนตัวสูงยังคงกวนไม่เลิก ไม่รู้ทำไมเขาถึงชอบกวนประสาทจุนซูแบบนี้
อาจจะเพราะเวลาอีกฝ่ายหน้างอ มันดูน่าตลกดีล่ะมั้ง
"เอาที่นายสบายใจเถอะ" ร่างเล็กประชดด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปเก็บยาไว้ที่เดิม

ทั้งคู่เงียบกันไปสักพัก ก่อนที่จุนซูจะสบตาอีกฝ่ายแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
"ยูชอน... ชั้นขอบคุณนายมาก ขอบคุณมากจริงๆ...ถ้านายไม่ช่วยชั้นเอาไว้ ชั้นก็คงจะตายไปนานแล้ว"
แก้วตาใสไหววูบอย่างสะเทือนใจ เมื่อนึกถึงความรู้สึกที่ลมหายใจสุดท้ายกำลังจะหมดลง

"ชั้นไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณนายยังไง นายต้องมาเจ็บตัวเพราะชั้น
ต้องโดนขังเดี่ยวเพราะชั้น ชั้นเป็นหนี้บุญคุณนายมากจริงๆ"
ร่างเล็กมองอีกฝ่ายอย่างขอบคุณจริงๆจากใจ สายตานั่นทำให้ยูชอนพูดไม่ออก

"นายอย่าคิดว่ามันเป็นบุญคุณอะไรเลย...ชั้น...ชั้นก็แค่ผ่านไปพอดี...ชั้นลืมยาสีฟันไว้ในห้องอาบน้ำ"
ร่างสูงพูดติดตลก ยูชอนไม่คุ้นกับความรู้สึกแบบนี้ เขาช่วยก็เพราะอยากจะทำเท่านั้น ไม่ได้คิดถึงเรื่องบุญคุณอะไร

"ถึงอย่างนั้น นายก็แค่หยิบของแล้วเดินผ่านไปก็ได้ไม่ใช่เหรอ นายจะเข้ามาช่วยชั้นไว้ทำไม"
จุนซูจ้องลึกไปในดวงตาของคนตรงหน้า ตอนแรกเขาคิดว่ายูชอนจะเป็นคนขวางโลกไม่สนใจใครหน้าไหน
แต่อะไรหลายๆอย่างก็ทำให้เขาต้องเปลี่ยนความคิดที่มีกับคนตรงหน้า

"นายเป็นคนดี ยูชอน... นายเป็นคนดีนะ"
ร่างสูงแค่นยิ้มเบาๆเมื่อได้ยินคำพูดนั้น สายตาคมสบตาอีกฝ่ายพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงอย่างคนที่ผ่านโลกมามากมาย

"ในคุกนี้ไม่มีคนดีหรอกนะ คิมจุนซู .. คนดีๆที่ไหนจะติดคุกกัน"

.
.

การทำงานในช่วงบ่ายวันนี้ จุนซูไม่ค่อยมีสมาธิมากนัก เพราะเขากลัวเจอกับซองมิน เนื่องจากคนทั้งคู่อยู่แผนกเดียวกัน
ร่างเล็กมองซ้ายมองขวา พลางลงมือทาสีด้วยความไม่สบายใจ
แต่จะว่าไปเขาก็ไม่เห็นซองมินตั้งแต่เริ่มเข้างานแล้ว หรือว่าอีกฝ่ายจะถูกย้ายไปอยู่แผนกอื่น

"ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีน่ะสิ" คนตัวเล็กพึมพำอยู่คนเดียว

"เฮ้ ฟิช ว่างรึเปล่า ไปเอาแปรงมาเปลี่ยนให้หน่อยดิ อันนี้แม่งทาไม่ติดเลยว่ะ"
เพื่อนนักโทษที่ทาสีอยู่บนนั่งร้านที่อยู่เยื้องออกไปตะโกนลงมา
จุนซูหันไปมองผู้คุมเป็นเชิงถาม ก่อนอีกฝ่ายจะพยักหน้าและชี้มือไปยังห้องเก็บอุปกรณ์ที่อยู่สุดทางเดินอีกด้าน

ร่างเล็กเดินไปตามทางเดินยาว พลางมองไปรอบๆตัวอย่างระมัดระวัง เขากลายเป็นคนวิตกจริตนิดๆเมื่อผ่านเรื่องนั้นมา
แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่แถวนี้เลยซักคนเดียว แม้กระทั่งผู้คุม

"อ๊ากก..ปล่อยชั้นนะ..ไม่นะ..ไม่.."
เสียงร้องดังแว่วเข้ามาในโสตสัมผัส จุนซูมองหาที่มาของเสียงร้องที่ดังขาดๆหายๆ
ก่อนที่จะแน่ใจว่า เสียงนั้นดังมาจากห้องซักรีดที่อยู่เยื้องไปทางขวาของห้องเก็บอุปกรณ์ถัดไป 2-3 ห้อง

ร่างเล็กค่อยๆเดินมาจนหยุดอยู่หน้าห้องที่ประตูสีน้ำตาลถูกปิดสนิท
แต่เสียงร้องตะโกนด้วยความเจ็บปวดสลับกับเสียงร้องไห้ครวญครางดังแว่วออกมาเป็นระยะ
จุนซูหันซ้ายหันขวาอย่างคนที่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เขารู้ว่าด้านในจะต้องมีคนถูกทำร้ายแน่ๆ
แต่ลำพังตัวเขาถ้าให้บุกเข้าไปช่วยคงไม่รอด แถมยังอาจจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปซะอีก

คนตัวเล็กจึงตัดสินใจเดินกลับมาอีกด้านที่มีนักโทษทำงานอยู่เยอะๆ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาผู้คุมที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด

"นายครับ ผมได้ยินเสียงคนร้องดังออกมาจากห้องซักรีด"
จุนซูรีบบอกผู้คุม เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่อีกฝ่ายดูไม่ตกใจอะไร แถมยังดูไม่ใส่ใจด้วยซ้ำ
"เสียงเครื่องซักผ้า ปั่นผ้ารึเปล่า คิดมากน่า กลับไปทำงานได้แล้ว"
"ไม่ใช่นะครับ มันเป็นเสียงคนร้องจริงๆนะนาย"
ร่างเล็กพยายามอธิบายกับคนที่สนใจหนังสือกีฬาในมือมากกว่าคำพูดของเขา
"นายครับ.." เสียงเล็กชะงักไป เมื่อแขนข้างหนึ่งของเขา ถูกใครอีกคนดึงออกมาให้ห่างจากที่ตรงนั้น

"คุณอีริค" จุนซูทำท่าจะขอความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย แต่ชายหนุ่มกลับส่ายหน้าเบาๆกลับมา
"ทำเป็นไม่รู้เรื่องซะ คิมจุนซู นายไม่เห็น ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น แล้วกลับไปทำงานซะ" ผู้อาวุโสกว่าเอ่ยตักเตือนด้วยความหวังดี
"อย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น ไม่งั้นนายจะมีศัตรู ... ถ้าอยากอยู่จนถึงครบกำหนดพ้นโทษล่ะก็ ทำตัวเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ซะ"
อีริคเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างหูอีกฝ่าย
"ผู้คุมพวกนี้ แค่มีเงินก็ปิดปากมันได้แล้ว มันไม่สนใจเริ่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้หรอก ยิ่งทำให้เรื่องใหญ่ นายนั่นแหละที่จะเจ็บ"
จุนซูเหลือบมองไปยังผู้คุมที่ยังคงอ่านหนังสือกีฬาอยู่ใกล้ๆ... คงจะจริงอย่างที่อีริกว่า เขาดูไม่สนใจอะไรซักนิด
"กลับไปทำงานได้แล้ว เด็กน้อย" คนตัวโตกว่าผลักหัวอีกฝ่ายเบาๆอย่างผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก
ร่างเล็กรับคำ ก่อนจะเดินกลับไปทำงานที่เดิมต่อ อย่างค้างคาใจ จนหมดชั่วโมงทำงาน

"ล้างสีออกให้สะอาดแล้วเอามาเก็บบนชั้นเลย"
เสียงตะโกนของผู้คุมที่อยู่หน้าห้องเก็บอุปกรณ์ดังขึ้น ท่ามกลางนักโทษที่เดินเข้าออกอย่างขวักไขว่
จุนซูบีบน้ำออกจากแปรงทาสีในมือ ก่อนที่สายตาจะเหลือบมองเห็นนักโทษ 3-4 คน เดินออกมาจากห้องซักรีด

"สบายตัวชิบหายเลยว่ะ"
"เออ มันส์โครตๆ"
"คราวหน้ากูจะเอาให้หนักกว่านี้อีก"
"นี่มึงยังไม่หนักอีกเหรอวะ ฮ่าๆๆ"
เสียงพูดคุยของกลุ่มคนที่เดินผ่านไป ดังแว่วมาให้ได้ยิน ทำให้จุนซูพอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในนั้น
ร่างเล็กส่ายหัวก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณนั้น แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นใครคนหนึ่งที่ก้าวออกมาจากห้องซักรีด

ซองมินในสภาพเสื้อผ้าหลุดรุ่ย ใบหน้ามีแต่คราบน้ำตาและรอยช้ำ เดินเซออกมาจากห้อง อย่างคนหมดเรี่ยวแรง
จุนซูอึ้งไปที่เห็นอีกฝ่ายในสภาพนั้น แต่เมื่อสายตาของทั้งคู่สบกัน ดวงตาที่แดงก่ำและมีน้ำตาคลอเบ้า ก็เปลี่ยนเป็นความเคียดแค้น
"เพราะแก" เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่จุนซูรู้สึกราวกับได้ยินมันอย่างชัดเจน
สายตาแห่งความเกลียด ความโกรธแค้น ที่จ้องมองมา ทำให้จุนซูรู้สึกกลัวและพาลคิดไปถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านมา
ร่างเล็กรีบหลบตาอีกฝ่าย ก่อนจะเดินหนีเข้าไปปะปนกับกลุ่มนักโทษคนอื่นๆ เพื่อความปลอดภัยของตัวเขาเอง

.
.

"ไม่นะ..ปล่อยนะ...อ๊ากกกก"
เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่จุนซูได้ยินเสียงแบบนี้ดังออกมาจากในห้องซักรีด
จุนซูได้ยินเสียงนี้แว่วออกมาในทุกๆวัน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
เขาเชื่อว่า มีหลายคนที่ได้ยิน แต่ก็ไม่มีใครสนใจหรือขยับตัวทำอะไร แม้กระทั่งผู้คุมเอง

จุนซูไม่อยากคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นในนั้นบ้าง ไม่อยากคิดว่าซองมินจะรู้สึกแบบไหน
ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ไม่ว่าเขาจะทำอะไรมา ก็ไม่มีใครสมควรถูกทำร้ายแบบนั้น
เขาเข้าใจคำพูดของยูชอนแล้วว่า ทำไมยูชอนถึงคิดว่าซองมินคงอยากถูกขังเดี่ยวมากกว่า

การถูกทรมานที่ไม่มีวันสิ้นสุด ไม่รู้ว่าจะไปจบที่ตรงไหน ... มันน่ากลัวมากจริงๆ

.
.

เสียงเอะอะโวยวายอย่างผิดปกติในตอนเช้ามืดของวันหนึ่ง ทำให้คนตัวเล็กต้องสะดุ้งตื่นขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ
จุนซูเดินมาเกาะลูกกรงในห้องขัง เพื่อมองดูเหตุการณ์ภายนอก พร้อมกับยูชอนที่ลงมาจากเตียงชั้นสอง
พวกเขาเห็นเพียงท่าทางตื่นตกใจของนักโทษคนอื่นๆในห้องขังฝั่งตรงข้าม และเสียงพูดจากทั่วสารทิศที่ตีกันจนจับใจความไม่ได้

"เกิดอะไรขึ้นน่ะ" จุนซูเอ่ยถามอีกฝ่ายที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างๆ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ

จนกระทั่งเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากที่กำลังจะวิ่งผ่านมาทางห้องขังของเขาดังขึ้น
จุนซูจึงพยายามมองลอดลูกกรงออกไป จนทำให้พบกับกลุ่มคนที่กำลังหามร่างๆหนึ่งบนเปลนอนผ่านมา

ร่างที่แข็งทื่อและขาวซีดเหมือนตายมาหลายชั่วโมงแล้ว รอยรัดที่ลำคอเขียวช้ำรุนแรง พร้อมกับผ้าสีขาวที่วางกองอยู่บนตัว
ดวงตาไร้แววที่เบิกโพลง และใบหน้าบิดเบี้ยวแสดงความทุกข์ทรมานก่อนขาดใจตาย
...ร่างของซองมิน...

จุนซูช็อคจนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น เมื่อได้เห็นอีกฝ่ายในสภาพนั้น
ไม่ใช่ว่าจุนซูจะไม่เคยเห็นศพคนตายมาก่อน อย่างน้อยก็ศพของแม่เขาในครั้งสุดท้ายที่ได้ร่ำลากัน
แต่เขาไม่เคยเห็นศพของคนที่ตายในสภาพน่าสังเวชแบบนี้ ถึงแม้จะเห็นเพียงแค่แวบเดียว แต่ใบหน้านั้นช่างติดตา

"กลัวรึไง" เสียงเอ่ยถามจากร่างสูงดังขึ้น ยูชอนเพียงถอนหายใจออกมาเท่านั้น เมื่อเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก

"ไม่...ไม่ได้กลัว.." ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้มันตีกันไปหมด จุนซูพยายามสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆเพื่อตั้งสติ

"นายน่าจะดีใจนะที่หมอนั่นตาย ทีนี้นายก็จะได้ไม่ต้องมาคอยระแวงไง ว่าจะโดนบีบคออีกตอนไหน"
ร่างสูงจุดบุหรี่ก่อนจะยกขึ้นสูบ พลางมองออกไปดูเหตุการณ์ภายนอกที่สงบลงแล้ว

...ดีใจอย่างนั้นเหรอ...นั่นสินะ เขาควรจะดีใจที่ไม่ต้องหวาดระแวงอีกต่อไปแล้ว...
แต่ว่า พอมานึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น จุนซูก็ไม่ได้รู้สึกยินดีที่เรื่องจบลงแบบนี้
จุนซูรู้ว่าซองมินถูกยุนโฮบังคับให้มาชวนเขาเข้าร่วมแก็งค์ ซองมินไม่ได้อยากทำหรอก เขารู้

ตอนแรกจุนซูก็ไม่รู้หรอกว่าบทลงโทษของความล้มเหลวคืออะไร แต่คงหนักหนาพอดู
จนซองมินถึงขั้นจะฆ่าเขาให้ตายคามือ โชคดีที่ยูชอนช่วยเขาเอาไว้ได้
และก็เป็นโชคร้ายของซองมินที่สุดท้ายก็ต้องเจอเข้ากับบทลงโทษของยุนโฮ
บทลงโทษที่แสนหนักหนา จนต้องหาทางออกด้วยการจบชีวิตของตัวเองลง

"เป็นเพราะชั้นรึเปล่านะ...เพราะชั้นไม่ยอมเป็นพวกยุนโฮ เค้าถึงต้องเจออะไรแบบนั้น
ถ้าไม่มีชั้นเข้ามา เค้าก็แค่อยู่ข้างๆยุนโฮต่อไป ไม่ต้องมาฆ่าตัวตาย"
จุนซูเงยหน้ามองเพื่อนร่วมห้องที่ยืนอยู่ตรงหน้า..บางทีเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด อาจเป็นเพราะเขา

"อย่าโง่ไปหน่อยเลย ถึงไม่มีนายเข้ามา ถ้ายุนโฮเบื่อแล้วเขี่ยทิ้ง จุดจบหมอนั่นก็คงไม่ต่างกับตอนนี้หรอก"
ร่างสูงพ่นควันบุหรี่ออกจากปากเป็นทางยาว พลางก้มลงมองคนตัวเล็กที่นั่งกอดเข่าอยู่

"ซองมินไม่ได้เป็นคนแรกที่เจอแบบนี้ ชั้นเห็นมานักต่อนักแล้วว่ายุนโฮมันจัดการกับของเล่นที่มันเบื่อแล้วยังไง
หมอนั่นอ่อนแอเองถึงเป็นแบบนี้ มีทางเลือกอีกหลายทางที่จะทำได้ แต่ก็ไม่ทำ
แต่ก็ยังดี อย่างน้อยก็ยังเข้มแข็งพอที่จะฆ่าตัวเองให้ตาย"

"นายสนิทกับชองยุนโฮเหรอ"
ไม่รู้มาก่อนเลยว่า ยูชอนรู้จักกับอีกฝ่าย เขาไม่เคยเห็นทั้งสองคนพูดคุยกันด้วยซ้ำ

"เปล่าหรอก ชั้นก็แค่อยู่มานานจนเห็นอะไรมาเยอะน่ะ"

"นายอยู่ที่นี่มากี่ปีแล้ว" อันที่จริงจุนซูไม่รู้อะไรเกี่ยวกับยูชอนเลย พวกเขาคุยกันน้อยและคุยกันแต่เรื่องของคนอื่น

"3 ปี" ... ก็นานพอดู มิน่า หมอนี่ถึงได้ดูปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้ดีขนาดนี้

"แล้วจะต้องอยู่ต่อไปอีกกี่ปี"

"ตลอดชีวิต" ร่างสูงเอ่ยราวกับเป็นเรื่องธรรมดา ผิดกับคนฟังที่เบิกตากว้าง
จุนซูลุกขึ้นยืนจ้องหน้าอีกฝ่าย ราวกับต้องการฟังคำยืนยันชัดๆอีกครั้ง

"นายคิดคุกข้อหาอะไรกันแน่ ยูชอน"

ร่างสูงยิ้มมุมปาก ก่อนจะบี้บุหรี่ในมือกับซี่หนึ่งของลูกกรงห้องขัง

"ชั้นฆ่าคนตาย"


TBC

Comment

Comment:

Tweet