Fic-Alterable

Note : เดินทางมาถึงตอนจบจนได้ TT^TT (ปาดน้ำตาด้วยความยินดี) กับทั้งหมด 17 ตอนของ Alter ฟิกที่ยาวที่สุดในชีวิตของผม
ถึงแม้ว่ามันจะดองนาน หายไปเป็นพักๆ(ใหญ่) แอบสั้น น้ำเน่า ไร้สาระ ..... แต่ว่าทุกคนก็ติดตามกันมาถึงขนาดนี้
....... ต้องขอขอบคุณมากจิงๆคับ (โค้งงามๆ) ........

ชื่อเรื่อง ALTERABLE เป็นชื่อที่ตอนแรก ผมเองก็สะกดไม่ถูก อ่านไม่ออกด้วยซ้ำ (ฮ่าๆๆ)
ชื่อนี้ได้มาจากพี่สาวสุดที่รักของผม พี่จา (luv_micxiah) เป็นคนตั้งชื่อให้
ก็คือ ตอนที่คิดพลอตคร่าวๆของเรื่องนี้ ก็ไปปรึกษาพี่จาว่าจะให้ชื่อเรื่องอะไรดี
และแล้วก็ได้มาเป็นชื่อนี้ .... เป็นชื่อที่ผมชอบมากๆเลยนะคับ เพราะมันดูได้ใจความดี
แล้วก็คงเป็นเพราะชื่อดีๆที่พี่จาตั้งให้นี่ล่ะ ... มันถึงได้รับการตอบรับที่ดีแบบนี้ ~~~ ขอบคุณมากน้าที่รัก >///< (กระโดดจูบพี่จา)

ALTERABLE = ALTER + ABLE ~~ แปลว่า เปลี่ยนได้ ^^
มันก็เหมือนกับที่นิสัยของทั้งจุนซูและยูชอน เปลี่ยนเข้าหากันได้ใช่มั้ยคับ (และมีแนวโน้มว่า ปาร์กจะเปลี่ยนเป็นหื่น 555)

อาา...ตอนจบแล้วเนอะ ~~ รู้สึกใจหายนิดนึง .... แต่ก็น้า ไปอ่านกันก่อนดีกว่า
มาดูกันว่า พาร์ทที่แล้วเซียไป พาร์ทนี้ปาร์คจะทำเช่นไร ~~~ ไปอ่านกานค้าบบบ >O<~

**********************************************************

[Part 17 # Begin]

"กลับมาแล้ว..."
ร่างสูงเดินเข้ามาในห้อง พลางกวาดสายตาหาร่างเล็ก ที่ในเวลาควรจะง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารในครัว
.... ทำไม ถึงไม่ได้กลิ่นหอมๆ เหมือนอย่างเคยนะ ....

ยูชอนสาวเท้าเข้าไปในครัว คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อไม่พบตัวร่างเล็ก
เขาเดินออกมาบริเวณห้องนั่งเล่น แต่ก็ยังไม่เจออีกฝ่ายแม้แต่เงา ร่างสูงจึงตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องนอน

.... เสียงเพลงบรรเลงจากกล่องดนตรีดังแว่วเข้ามาในหู ริมฝีปากหนาขยับยิ้มเล็กน้อยเมื่อคิดว่า
ถ้าเปิดประตูเข้าไปคงจะต้องเห็นเจ้าตัวเล็กนั่งเล่นกล่องดนตรีอยู่เป็นแน่ ....

... แต่ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่แบบนั้น ...

กล่องดนตรีสีฟ้าบรรเลงเพลงอยู่อย่างเดียวดายอยู่บนหัวเตียง โดยที่ข้างใต้มีกระดาษแผ่นหนึ่งถูกพับซ้อนไว้อยู่

มือหนาเอื้อมไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดูด้วยความรู้สึกอันแปลกประหลาดที่เพิ่มพูนขึ้นมาทุกที ตั้งแต่เริ่มก้าวเข้ามาในห้อง
ร่างสูงกวาดมองทั่วแผ่นกระดาษที่ถูกเขียนขึ้นด้วยลายมือที่แสนคุ้นตา หัวใจของยูชอนเต้นรัว เมื่อเริ่มอ่านข้อความนั้นทีละบรรทัด

("ผมขอโทษที่ไม่ได้บอกอะไรยูชอนเลย ... ผมขอโทษจริงๆ ... ผมไม่รู้จะพูดยังไง ... ผมคิดหาคำพูดสรรพัดที่อยากจะอธิบายให้ยูชอนเข้าใจ
...แต่ว่า พอผมเห็นหน้ายูชอน ผมกลับพูดไม่ออก ...... ทุกครั้งที่อยากจะเอ่ยปากพูดออกไป แต่ผมก็ไม่กล้า .... ผมกลัว
กลัวว่า ถ้าพูดออกไปแล้ว ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม .... ผมกลัวจะสูญเสียอ้อมกอดที่แสนมีค่าของยูชอนไป .... กลัวเวลาของเราจะหมดลง
.... ผมอยากเก็บทุกนาทีที่เรามีความสุขด้วยกัน เก็บไว้ในความทรงจำของผม ....
ถ้าความจริงที่ผมจะต้องเผชิญ มันจะต้องทำให้เราต้องเจ็บปวด ..... ผมก็ขอเลือกที่จะเก็บความเจ็บปวดไว้เองคนเดียว

เย็นนี้คุณแม่จะบินกลับมารับผมแล้วพาผมกลับไปอยู่ที่บ้าน ตามสัญญาที่ผมให้กับคุณแม่ไว้ ว่าจะออกมาใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกแค่ 5 เดือน
.... เวลามันผ่านไปเร็วจังเนอะยูชอน ....... ผ่านไปเร็วจนผมนึกว่ามันเป็นความฝัน ....
...... และถ้ามันเป็นความฝัน ...... มันก็คงจะเป็นฝันที่ดีที่สุดในชีวิตของผม ......

ผมไม่อยากไปเลยนะยูชอน ... อยู่ที่นี่กับยูชอน .... มันเป็นอะไรที่มากกว่าความสุข
ไม่รู้สินะ .... แต่ผมชอบที่นี่ ผมชอบห้องของเรา .... ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากจะอยู่ที่นี่ตลอดไป ....

ขอบคุณมากสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ยูชอนให้ผมมาตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา
อ้อมกอดของยูชอนให้ความอบอุ่นและทำให้ผมเข้มแข็งขึ้นมาก .... ผมไม่รู้จะเขียนว่าอะไรดี .... แต่ว่า ผมขอบคุณยูชอนจริงๆ
ยูชอนเป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับผม ..... ผมรักยูชอนนะ ....

ถ้าผมไม่อยู่แล้ว ... ก่อนนอนยูชอนต้องห่มผ้าหลายๆชั้นนะ ตอนดึกๆยูชอนชอบถีบผ้าห่มออกอยู่เรื่อย ...
ไม่มีผมให้นอนกอดแล้ว ยูชอนต้องห่มผ้าหนาๆ จะได้ไม่เป็นหวัดนะรู้มั้ย ....
ถ้านอนไม่หลับ ยูชอนก็ลองบิดกล่องดนตรีฟังดูนะ .... ถึงยูชอนจะบอกว่ามันหนวกหู แต่ผมก็รู้ว่ายูชอนชอบฟัง
ตอนเช้า ยูชอนก็ต้องรีบตื่นไปโรงเรียนนะ ไม่มีผมคอยปลุก ยูชอนต้องตั้งนาฬิกาปลุกไว้นะ ... ผมเตรียมไว้ให้ในลิ้นชักแล้ว
แล้วก็อย่าลืมกินข้าวเช้าด้วยนะยูชอน ผมรู้ว่ายูชอนทำกับข้าวเองได้ แต่ยูชอนไม่ยอมทำ
ยูชอนต้องกินข้าวเช้าทุกวันด้วยนะ อย่าแกล้งทำเป็นลืมล่ะ ยูชอนจะได้มีแรงไปซ้อมคาราเต้ไง
อย่าลืมให้อาหารยูซูด้วย ยูซูไม่ชอบกินข้าวกับถาดอาหาร ยูชอนต้องป้อนมันให้กับมือนะ ไม่งั้นมันจะไม่ยอมกินข้าวนะรู้รึเปล่า ....
แล้วก็เวลาขับรถ อย่าขับเร็วมากนะ แล้วก็อย่าไปบีบแตรใส่คนอื่นบ่อยนักรู้มั้ย .... ผมเป็นห่วงยูชอนนะ
แล้วก็อย่าสูบบุหรี่อีกนะ ถ้าผมรู้ผมจะร้องไห้จริงๆด้วย ...

รักษาตัวเองด้วยนะยูชอน ถึงไม่มีผมอยู่ด้วยแล้ว ยูชอนก็อยู่ได้ใช่มั้ย .... แต่ผมเองต่างหาก ที่ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้รึเปล่าถ้าไม่มียูชอน
.... ผมจะเข้มแข็งนะ ....... ผมจะเข้มแข็งเหมือนยูชอน .... ยูชอนต้องคอยเป็นกำลังใจให้ผมนะ

ทุกครั้งที่ยูชอนบอกว่ารักผม ทุกครั้งที่ยูชอนจูบผม ...... ยูชอนรู้มั้ย ผมมีความสุขมาก ...เหมือนกำลังลอยอยู่บนสวรรค์
อ้อมกอดของยูชอนเป็นที่ๆปลอดภัยที่สุดในชีวิตของผม .... ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากให้ยูชอนกอดผมไว้ตลอดไป ... ตลอดไปจริงๆ

.... ถ้าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นความฝัน .... ขอบคุณมากนะที่ทำให้ผมฝันดี ....."

ผมรักยูชอน .... ผมรักยูชอนจริงๆ

....จุนซู....)


.
.
.

 

.... ปังๆๆ !!!....
เสียงเคาะประตูเมื่อเวลาค่อนดึก ทำให้เจ้าของบ้านต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู

"จุนซูอยู่ที่ไหน!! นายบอกมานะ!!! จุนซูอยู่ที่ไหน!!!!"
ยูชอนพุ่งพรวดเข้ามาทันทีที่ชางมินเปิดลูกบิดประตู มือหนากระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายเข้ามาถามด้วยสีหน้าร้อนใจ
"คุณรู้เรื่องแล้วเหรอ"
ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามที่อีกฝ่ายถาม แต่กลับจ้องไปยังใบหน้าของร่างสูงที่อยู่ตรงกันข้าม
"ชั้นถามว่าจุนซูอยู่ที่ไหน!! บ้านจุนซูอยู่ไหน! แกบอกชั้นมานะ!!"
ท่าทีของยูชอนไม่ได้ดูเหมือนจะมาหาเรื่องเลย แต่ดูเหมือนร้อนใจจนนั่งไม่ติดซะมากกว่า
ร่างสูงที่นั่งคิดอยู่นานหลังจากอ่านจดหมายจบ .... สุดท้ายก็ได้คำตอบกับตัวเอง
สิ่งเดียวที่เขาต้องทำตอนนี้ คือ พาจุนซูกลับมา ............. เขาไม่มีทางอยู่ได้ถ้าขาดจุนซู ... ไม่มีทาง

"เข้าใจแล้ว...เดี๋ยวผมจะพาคุณไปบ้านจุนซูเอง....ปล่อยคอเสื้อผมได้รึยัง"
ชางมินถอนหายใจกับความใจร้อนของคนตรงหน้าที่ไม่เคยเปลี่ยน
ตอนนี้ยูชอนดูร้อนรนซะจนน่าสงสาร เขาคงต้องช่วยสงเคราะห์ซักหน่อย .... อย่างน้อยก็เพื่อจุนซู เพื่อนของเขาเองด้วย


.
.


รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้ารั้วของคฤหาสน์ขนาดใหญ่หลังหนึ่ง
ร่างสูงก้าวลงมาจากตำแหน่งคนขับแล้ววิ่งไปกระหน่ำรัวกดออดหน้าบ้านหลังนั้นอย่างไม่ยั้ง
"พอเหอะครับ! กดทีเดียว เค้าก็ออกมาดูแล้ว..." ชางมินที่เพิ่งลงจากรถมาส่ายหัวเบาๆกับการกระทำของอีกฝ่าย

"ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรเหรอครับคุณ" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้าน ซึ่งดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นคนดูแลบ้านหลังนี้
"จุนซูอยู่ที่ไหน ... จุนซูอยู่ที่นี่รึเปล่า" ยูชอนโผเข้าไปถามอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว จนทำให้ชายคนนั้นถึงกับผงะ

"ขอโทษนะครับลุงโจว ... ไม่ทราบว่าจุนซูอยู่รึเปล่าครับ"
ชางมินที่เห็นท่าไม่ดี จึงรีบดึงตัวยูชอนออกมา และเข้าไปถามชายชราเสียเอง .... เขาคุ้นเคยกับคนที่บ้านนี้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว
"อาา...คุณชายชางมิน .... สวัสดีครับ" พ่อบ้านโจวโค้งให้เด็กหนุ่มเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบ
"คุณหนูไม่ได้มาที่นี่เลยครับ ... คุณท่านโทรเข้ามาบอกว่า จะแวะไปรับคุณหนูที่อพาตเมนต์ แล้วพากลับไปที่ฝรั่งเศสด้วยน่ะครับ"

..... ฝรั่งเศส .....

"ทำไมจุนซูไม่บอกอะไรผมเลยล่ะครับ....เค้าบอกแค่ว่า คุณป้าจะมารับตัวเค้ากลับบ้าน" ชางมินเองก็ไม่คาดคิดว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้เช่นกัน
"คงจะเป็นเรื่องกระทันหันน่ะครับ ตอนที่คุณท่านโทรมา ผมยังได้ยินเสียงคุณหนูโวยวายจากปลายสายอยู่เลย
คุณหนูเองคงจะไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนเหมือนกันนะคับ" ชายชราอธิบาย
"ขอบคุณมากนะครับลุง ... ผมไม่รบกวนลุงแล้วล่ะครับ ... ขอบคุณคุณลุงมากนะครับ"
ชางมินโค้งขอบคุณอีกฝ่าย ก่อนจะลากยูชอนที่นั่งซึมกะทือเอามือกุมหัวอยู่กับพื้นให้ขึ้นรถ แล้วเป็นฝ่ายขับออกไปซะเอง


"คุณจะทำยังไงต่อไป ... ปาร์คยูชอน" ชายหนุ่มที่ต้องมาทำหน้าที่คนขับแทนเจ้าของรถที่นั่งเป็นใบ้อยู่ข้างๆ เอ่ยถามขึ้นมา

"ชั้นจะไปฝรั่งเศส..." ประโยคสั้นๆที่เป็นคำตอบ ออกมาจากปากของร่างสูงที่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างใช้ความคิด
"คุณจะไปทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจุนซูอยู่ที่ไหนงั้นเหรอ ... คุณจะหาเค้าเจอได้ยังไง"
ชางมินหันมามองอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อสายตา .......... หมอนี่เอาจริงแฮะ

"ชั้นไม่รู้....แต่ให้นานแค่ไหนชั้นก็จะหา ... ชั้นจะหาจุนซูให้เจอ .... ชั้นจะไม่ยอมเสียเค้าไป โดยที่ชั้นไม่สามารถทำอะไรได้เลย"
คำตอบที่ฟังดูหนักแน่นของยูชอน ทำให้ชางมินยิ้มออกมาบางๆด้วยความประทับใจ
.... ถึงแม้คนๆนี้จะดูห่ามไปบ้าง แต่ว่าปาร์คยูชอนก็เป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งเลยทีเดียว ....

"ขอให้นายหาจุนซูให้เจอนะ....ชั้นจะเอาใจช่วย..."


.
.
.


"ฮัลโหล! ป๊าเหรอ... ผมจะไปฝรั่งเศส ป๊าหาตั๋วเครื่องบินให้ผมหน่อย"
เสียงทุ้มกรอกไปตามสายโทรศัพท์ส่งไปยังปลายทางที่กำลังง่วนอยู่กับการคุมบ่อนที่สิงค์โปร์
("แกจะไปฝรั่งเศสทำไมวะไอ่นู๋ ... อยู่ๆก็มาบอกแบบนี้ ป๊าจะหาที่ไหนมาให้ล่ะ")
"ไม่รู้แหละป๊า!! ผมจะเอาวันนี้ ป๊าต้องหาให้ผมให้ได้นะป๊า เข้าใจมั้ย" ยูชอนเริ่มหงุดหงิด
("เฮ้ย!! นี่มันตี่สีนะเว้ย ป๊าจะหาที่ไหนมาให้แก! ไหนแกบอกมาซิ แกจะไปทำอะไรที่ฝรั่งเศส") อีริคถามลูกชายที่ดูน้ำเสียงจะร้อนรนผิดปกติ
"จุนซูไปฝรั่งเศส ... แม่เค้าพากลับไปอยู่ที่ฝรั่งเศสด้วย .... ผมต้องไปตามเค้ากลับมาป๊า ... ป๊าหาตั๋วเครื่องบินให้ผมหน่อย"
ยูชอนพูดเสียงอ่อนลง หวังจะให้อีกฝ่ายเห็นใจ ในเวลานี้ คนเดียวที่เขาพึ่งได้ ก็คงจะมีแต่ป๊าเท่านั้นแหละ...
("........")
("แกให้เวลาป๊าสามวันได้มั้ย...เดี๋ยวป๊าจัดการให้....แกรอได้รึเปล่าไอ่นู๋") อีริคเงียบไปซักพัก ก่อนจะพูดต่อรอง
"โหยป๊า!!! สามวัน!!! แค่ตั๋วเครื่องบิน ทำไมต้องรอตั้งสามวัน !!! ผมจะไปพรุ่งนี้!! ผมจะไปพรุ่งนี้!!" ยูชอนโวยวาย
("สามวัน!! ถ้าแกรอไม่ได้แกก็ไปขอทานหาเงินซื้อตั๋วเครื่องบินเองเลย!! อีกสามวันป๊าจะโทรไป แค่นี้นะ!!")
เสียงกระแทกหูจากปลายสายที่ฟังดูก็รู้ว่า อีริคโมโหกับเจ้าลูกชายตัวดีคนนี้ขนาดไหน ทำเอาดีกรีความหงุดหงิดของยูชอนพุ่งขึ้นสูง
ร่างสูงเขวี้ยงโทรศัพท์ลงกับพื้น ก่อนจะล้มตัวลงนอน แล้วเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการวิ่งวุ่นเกือบทั้งคืน ....


.
.


เช้าวันรุ่งขึ้น ...
ยูชอนตัดสินใจไม่ไปโรงเรียน เขาอุ้มเจ้าแมวตัวน้อยที่ดูจะหงอยๆมาวางไว้บนตัก ก่อนยื่นอาหารป้อนให้เจ้าตัวเล็กทีละเม็ด
ยูซูไม่ชอบกินข้าวกับถาดอาหาร ยูชอนต้องป้อนมันให้กับมือนะ ไม่งั้นมันจะไม่ยอมกินข้าวนะรู้รึเปล่า ....

ร่างสูงเดินเข้ามาในครัว ก่อนจะลงมือทำกับข้าวอย่างง่ายๆ เพื่อกินเป็นอาหารเช้า...
อย่าลืมกินข้าวเช้าด้วยนะยูชอน ผมรู้ว่ายูชอนทำกับข้าวเองได้ แต่ยูชอนไม่ยอมทำ
ยูชอนต้องกินข้าวเช้าทุกวันด้วยนะ อย่าแกล้งทำเป็นลืมล่ะ ยูชอนจะได้มีแรงไปซ้อมคาราเต้ไง

... หนึ่งวันที่ยูชอนใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีจุนซู ทุกอย่างมันช่างดูเหมือนขาดอะไรไปซะหมด ...

เปียโนที่เคยนั่งเล่นด้วยกัน ...
โซฟาที่นอนหนุกตักดูทีวีกันทุกคืน ...
เตียงนุ่มที่ยังคงมีกลิ่นของคนตัวเล็กหลงเหลืออยู่ ...

ยูชอนล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างช้าๆ มือหนาคว้าเอาหมอนที่ยังมีกลิ่นของคนตัวเล็กมากอดไว้แนบกาย
..... คิดถึงนาย ..... ชั้นคิดถึงนายมากเลยรู้มั้ย จุนซู .....

ถ้านอนไม่หลับ ยูชอนก็ลองบิดกล่องดนตรีฟังดูนะ .... ถึงยูชอนจะบอกว่ามันหนวกหู แต่ผมก็รู้ว่ายูชอนชอบฟัง
ร่างสูงคว้าเอากล่องดนตรีสีฟ้ามาไขลานแล้วนอนฟังอยู่เงียบๆ .... เสียงดนตรียังคงบรรเลงดังกังวาน
ซินเดอเรลล่ายังคงเต้นรำกับเจ้าชาย .... แต่ทำไมคนที่อยู่ข้างกายของเขาถึงได้หายไปนะ

ก่อนนอนยูชอนต้องห่มผ้าหลายๆชั้นนะ ตอนดึกๆยูชอนชอบถีบผ้าห่มออกอยู่เรื่อย ...
ไม่มีผมให้นอนกอดแล้ว ยูชอนต้องห่มผ้าหนาๆ จะได้ไม่เป็นหวัดนะรู้มั้ย ....

.... ไม่รู้เลยจุนซู ....

... ชั้นไม่รู้อะไรเลย ...

ทั้งๆที่เมื่อก่อนก็อยู่คนเดียวมาตลอดแท้ๆ ..... แต่ทำไมพอไม่มีนาย .... ชั้นกลับทำอะไรไม่ได้เลย ....

... นายกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตชั้น เมื่อไหร่กันนะจุนซู ...


.
.
.


แสงแดดยามเช้าลอดเข้ามาทางหน้าต่าง...
ร่างสูงกระพริบตาถี่ๆ ก่อนวาดแขนไปยังข้างกายอย่างเคยชิน
แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า .... ไม่มีร่างเล็กที่นอนส่งยิ้มกลับมาให้เหมือนอย่างทุกวัน
..... และนี่ก็เป็นอีกวัน .... ที่เขาตื่นมาโดยไม่มีจุนซูอยู่ในอ้อมกอด .....


"...ยูชอนนนรับโทรศัพท์ด้วยน้าาา~~.......ยูชอนนจ๋าาารับโทรศัพท์น้าาาา~~~...."
เสียงเรียกเข้าน่ารักๆที่ได้ฟังเมื่อไหร่ก็ต้องเผลอยิ้มออกมาทุกที แต่ในตอนนี้กลับทำให้คนฟังรู้สึกเจ็บแปลบในอก...

มือหนาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับอย่างเชื่องช้า พลางกรอกเสียงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่าของคนที่นอนไม่เต็มอิ่มมาหลายคืน

"มีอะไร...คังอิน"
(เฮ้ย...ไอ่มิกกี้ แกมาที่โรงเรียนด่วนเลยนะเว้ย....แกรีบๆมาเลยนะ) น้ำเสียงที่ฟังดูตื่นเต้นซะเหลือเกินของเพื่อนซี้ ทำให้ยูชอนต้องขมวดคิ้ว

"ทำไม...มีอะไร....ทำไมชั้นต้องไปด้วย"
(ก็....เอ่อ...ก็....วันนี้มีสอบนะเว้ย! ของอาจารย์โฮดองอ่ะ ....แกต้องมาสอบนะเว้ยไอ่มิกกี้)

"ไม่ล่ะ...ชั้นไม่อยากออกไปไหนทั้งนั้น....ช่างมันเหอะ"
(ไม่ได้นะเว้ย!!! แกต้องมา! ...มัน....มันสอบเก็บคะแนนเลยนะ ถ้าแกไม่มาแกตกวิชานี้แน่ ....แล้วถ้าป๊าแกรู้เข้า แกก็จะโดนด่า แล้วก็....)

"เออๆๆ แกไม่ต้องพูดแล้ว .... เดี๋ยวชั้นไปก็ได้ ....เออแค่นี้นะ.." ร่างสูงถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว

..... บางที ถ้าออกไปข้างนอก ... ชั้นจะเลิกคิดถึงนายได้บ้างมั้ยนะ จุนซู .....


.
.
.


"เฮ้ย!มาแล้วๆ"
เสียงพูดคุยจุกจิกจอแจภายในห้อง 2-R เงียบลงทันที เมื่อฮุคแจวิ่งหน้าเริ่ดนำเข้ามา และหลังจากนั้นอีกไม่นาน ยูชอนก็เดินเข้ามาในห้อง

ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งกับเก้าอี้พลางถอนหายใจเฮือก โดยที่ไม่ทันได้สังเกตสีหน้าและท่าทางอันผิดปกติของเพื่อนร่วมชั้นเลยแม้แต่น้อย
"หน้าโทรมเชียวนะแก...ไอ่มิกกี้" คังอินเดินเข้ามานั่งลงตรงกันข้าม พูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ
"นั่นสิ...ชั้นว่า แกไปล้างหน้าล้างตาหน่อยเหอะ ... จะได้ดูดีขึ้นมาอีกหน่อย" ฮุคแจพูดเสริม
"ไม่ล่ะ" ยูชอนฟุบหน้าลงกับโต๊ะ
..... ถึงจะออกมาข้างนอก ถึงจะเจอใครต่อใครมากมาย แต่ก็ไม่ทำให้เขาหายคิดถึงจุนซูได้เลย ......


"เอ้า!!นั่งที่ได้แล้วพวกเธอ!"
เสียงของอาจารย์ประจำชั้นเอ่ยขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัว ทำให้เหล่าลูกลิงในห้องอยู่ในอาการสงบ โดยที่ยูชอนยังคงฟุบหน้าลงกับโต๊ะ

"วันนี้มีนักเรียนใหม่มาเพิ่มในห้องเราอีกหนึ่งคน ... เข้ามาแนะนำตัวสิ"
อาจารย์ประจำชั้นกวักมือเรียกอีกฝ่ายที่ยืนรออยู่หน้าห้อง ให้เข้ามาแนะนำตัว

 


"สวัสดีคับ ... ผมชื่อคิมจุนซู มาจากโรงเรียนซองนัม ... ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคับ"

เสียงเล็กฟังดูคุ้นหูและถ้อยคำที่เอ่ยออกมานั้น ทำให้ร่างสูงที่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะอยู่ ลุกพรวดขึ้นมาจากที่นั่งด้วยความตกใจ
เบื้องหน้าปรากฏร่างเล็กของใครคนหนึ่งที่เฝ้าตามหามาตลอดเวลาหลายวัน กับรอยยิ้มหวานๆที่ส่งมาจนแทบจะทำให้หยุดหายใจ

"จุนซู...."
ร่างสูงรำพึงออกมาอย่างแผ่วเบา สายตาคมจับจ้องไปยังคนตัวเล็กในชุดของโรงเรียนเยซองที่กำลังเดินมานั่งลงข้างๆ
"ยูชอน~"
มือเล็กเอื้อมมากุมมือของอีกฝ่ายที่นั่งลงแล้วแต่ยังคงจ้องเค้าอยู่ ... จุนซูทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมพูดอะไรออกมาเลย


....พรวด !!....
จู่ๆร่างสูงก็สะบัดมือคนตัวเล็กออกแล้วลุกออกไปจากห้อง ทิ้งให้จุนซูและเพื่อนในห้องคนอื่นอยู่ในอาการตะลึงค้าง


.
.
.


...ปัง!!!...
เท้าหนาถีบประตูเหล็กของชั้นดาดฟ้าออก พร้อมกับร่างสูงของปาร์คยูชอน ที่ดูเหมือนจะตกใจจนไม่สามารถควบคุมสติของตัวเองอยู่ได้

.... นี่มันอะไรกัน ....

.... จุนซูอยู่ที่นี่ .... มาเป็นนักเรียนของที่นี่ ....

.... แล้วเมื่อกี้เค้าทำอะไรลงไป ..... สะบัดมือจุนซูออกแล้ววิ่งออกมาเหรอ ...... นี่แกเป็นบ้าอะไรวะเนี่ย!! ปาร์คยูชอน!!!~~

ชายหนุ่มเอามือกุมหัวก่อนจะสะบัดไปมาแรงๆด้วยความโมโหตัวเอง ... ยูชอนลุกพรวดออกมาเพราะช็อกที่อยู่ๆ ร่างเล็กก็โผล่มาแบบไม่ทันให้ตั้งตัว
ร่างสูงทำท่าจะหันกลับลงไปจากดาดฟ้า แต่ก็ต้องเซไป เมื่อรู้สึกถึงแรงปะทะที่พุ่งเข้ามากลางลำตัว


.... ฟุ่บ!! ....
คนตัวเล็กที่วิ่งตามขึ้นมาพุ่งเข้ามากอดเอวของอีกฝ่ายไว้ พร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างที่คนถูกกอดต้องตกใจ

"ฮึกกก....ยูชอน~~ อย่าโกรธผมเลยนะ ... ผมขอโทษนะยูชอน .... ยูชอนอย่าโกรธผมเลยนะ ฮืออออ...."
"ยูชอนอย่าโกรธผมนะ ... ฮืออ ... อย่าโกรธผมนะ .... ผมขอโทษ .... ฮึกกก" ร่างเล็กพูดวนไปมา พลางซุกหน้ากับอกแกร่งแล้วร้องไห้ไม่ยอมหยุด

"เดี๋ยวจุนซู อย่าร้องไห้ ... ชั้นโกรธอะไร .... ชั้นไม่ได้โกรธนายเลยนะ ... อย่าร้องไห้สิ นี่จุนซู"
มือหนาพยายามจับใบหน้าหวานให้เงยข้นมาสบตากับตน .... เขาตกใจมากกว่าที่จุนซูร้องไห้หนักขนาดนี้

"ฮึกก...แล้วยูชอนวิ่งหนีผมมาทำไม .... ยูชอนไม่ยอมพูดกับผมด้วย ... ฮึกก" ดวงตาใสสบเข้ากับดวงตาของอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ

"ชั้นตกใจที่อยู่ๆนายก็โผล่มา ... ชั้นขอโทษที่ทำกับนายแบบนั้น"
มือหนาเกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้าหวานจนหมด ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางรั้งร่างเล็กเข้ามากอดไว้แน่น
"ชั้นคิดถึงนายมากเลยรู้มั้ยจุนซู .... ถ้านานกว่านี้ ชั้นอาจต้องตายก็ได้ ถ้าจะต้องอยู่โดยที่ไม่มีนาย"

"ผมก็คิดถึงยูชอนเหมือนกัน ... ตอนอยู่ที่ฝรั่งเศส ผมร้องไห้ทุกวันเลย จนหม่ามี๊เกือบจะพาไปหาหมอ..."
จุนซูกอดอีกฝ่ายไว้แน่นเช่นกัน ...... ดีใจเหลือเกิน ที่ได้กลับมาอยู่ในอ้อมแขนของยูชอนอีกครั้ง

"แล้วนายกลับมาได้ยังไง ... แม่นายเค้าไม่ว่าเหรอ .... แล้วนายมาเรียนที่นี่" ยูชอนยิงคำถามใส่อีกฝ่ายด้วยความสงสัย

"คุณอีริคโทรไปหาหม่ามี๊ของผม ... แล้วหม่ามี๊ก็เลยยอมให้ผมกลับมา"

.... ป๊าเหรอ ....

"ป๊าไปพูดอะไรกับแม่นาย ... แล้วทำไมเค้าถึงยอมให้กลับมาล่ะ"

"ไม่รู้สิ ... หม่ามี๊บอกแค่ว่า ให้ผมเรียนม.ปลายที่นี่ให้จบแล้วค่อยกลับไปอยู่ฝรั่งเศสกับหม่ามี๊ ... ส่วนเรื่องเรียนที่นี่ คุณอีริคเป็นคนจัดการ"
ร่างเล็กอธิบาย พลางคิดถึง เหตุการณ์ตอนที่อีริคส่งคนไปรับเขาถึงสนามบิน แล้วพามาจัดการเรื่องทุกอย่างจนเสร็จ

"ยูชอน... ถ้าจบม.ปลายแล้ว ยูชอนจะไปฝรั่งเศสกับผมมั้ย"
คนตัวเล็กช้อนสายตาขึ้นมามองอย่างอ้อนๆ เรียกรอยยิ้มกว้างจากร่างสูงที่ยังคงกอดเขาไว้แน่น

"ไปสิ ... ชั้นจะไปอยู่กับนาย .... ชั้นขาดนายไม่ได้หรอกจุนซู ....... นายเป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับชั้นนะ "

"ยูชอนก็เป็นทุกอย่างของผมเหมือนกัน .... ผมรักยูชอนนะ"

"ชั้นก็รักนาย..."

ริมฝีหนาคลี่ยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะก้มลงจูบคนตัวเล็กในอ้อมกอดให้สมกับที่คิดถึงซะมากมาย
วงแขนแกร่งโอบรัดร่างเล็กไว้แน่นอย่างทะนุถนอม โดยที่จุนซูเองก็ยกมือขึ้นคล้องคออีกฝ่ายให้โน้มลงมาใกล้

.... จูบอันแสนหวาน ที่เป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาหนึ่งปีที่เหลืออยู่ .... กับชีวิตของจุนซูและยูชอนในโรงเรียนซองนัม ....

 

 


"ฮะแฮ่มๆๆๆ!!!!" เสียงไอขัดจังหวะของใครคนหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะโรแมนติก
ทั้งสองร่างผละออกจากกัน ก่อนจะหันไปมองที่ต้นเสียง

"แหมๆๆๆ เล่นจูบกันบนดาดฟ้าเลยนะเนี่ย ... สงสัยที่โรงเรียนเราจะมีคู่รักแห่งปีคู่ใหม่เกิดขึ้นล่ะมั้งเนี่ย"
"นั่นสิเน้!~ คราวนี้เราอาจต้องออกกฏใหม่ ว่าห้ามจูบกันภายในบริเวณโรงเรียนนะเน้"
สองสาวคู่ซี้ แจจุงกับฮีซอลยืนหัวเราะกันอยู่ตรงประตูทางเข้าดาดฟ้า ข้างๆคังอินและฮุคแจที่แอบมาสังเกตการณ์

"พวกแกมายุ่งอะไรด้วยฮะ....ชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้าน... งานการไม่มีทำแล้วรึไง"
ยูชอนตะโกนด่าอีกฝ่ายด้วยสีหน้าแดงๆเล็กน้อย(?) โดยมีคนตัวเล็กยืนอายม้วนหลบอยู่ด้านหลัง

"เรื่องของชาวบ้านอะไรกันเน้~~ อีกหน่อยจุนซูก็จะมาเป็นคณะกรรมการนักเรียนเหมือนพวกเราแล้วเน้~~ชาวบ้านที่ไหนกัน"
แจจุงเอ่ยด้วยท่าทางกวนๆ โดยมีฮีชอลพยักหน้าเป็นลูกคู่ ทำให้ร่างสูงต้องหันไปมองคนตัวเล็กที่ทำหน้างงอยู่

"ได้ยังไงกันล่ะ ! จุนซูต้องอยู่ชมรมคาราเต้สิ ... เค้าอยู่ห้องผม ก็ต้องอยู่ชมรมคาราเต้สิ" ฮุคแจโผล่หน้าเข้ามาเถียง โดยมีคังอินช่วยอีกแรง
"แล้วทำไม อยุ่ชมรมคาราเต้ แล้วมาเป็นคณะกรรมการไม่ได้รึไง" เจ๊ซินถลึงตาเข้าสู้
"ไม่ได้ดิเจ๊ ... คนเดียวจะทำสองอย่างได้ยังไง" คังอินไม่ยอมแพ้
"ชั้นไม่สนเน้ ! ยังไงจุนซูก้ต้องมาเป็นคณะกรรมการนักเรียน ต่อให้ต้องย้ายห้องก็เหอะเน้"
"ได้ไงอ่ะเจ๊ ขี้โกงนี่หว่า"
"ก็แล้วจะทำไมหา!!"


เสียงทะเลาะโวกเวกเสียงดังค่อยๆเงียบหายไปเรื่อยๆ เมื่อบัดนี้ตัวต้นเหตุถูกปาร์คยูชอนพามานั่งปลีกวิเวกอยู่ที่มุมหนึ่งของดาดฟ้าอีกด้าน
ร่างสูงจับคนตัวเล็กมานั่งบนตัก ก่อนจะโอบเอวบางไว้ พลางเอาคางเกยที่ไหล่เล็ก สายตาของทั้งคู่มองไปยังอีกสี่คนที่ยังคนทะเลาะกันไม่หยุด

"ต่อจากนี้ต้องวุ่นวายอีกแน่เลย~" ยูชอนแกล้งถอนหายใจ พลางสบตาอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี
"ไม่เห็นเป็นไรเลย...น่าสนุกดีออกน้า" เจ้าตัวเล็กยิ้มกว้างอย่างร่าเริง .
... ดีเหมือนกันที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ ได้อยู่ใกล้ยูชอน แถมยังมีเรื่องน่าสนุกตั้งเยอะ ..... จะเสียอย่างเดียว ที่ชางมินไม่ยอมย้ายตามมาด้วยก็เท่านั้นแหละ

"ถ้าอยู่ที่นี่ นายต้องห้ามมองใคร ห้ามยิ้มให้ใครเลยนะรู้มั้ย" ร่างสูงทำหน้าตาจริงจัง จนทำให้ร่างเล็กต้องเอียงคอถามด้วยความแปลกใจ
"ทำไมล่ะ...ใครก็ไม่ได้เลยเหรอ" เสียงหวานเอ่ยออกมาด้วยท่าทางน่ารัก

"เพราะนายต้องยิ้มให้ชั้นคนเดียว มองแต่ชั้นคนเดียว ... เข้าใจมั้ย~~"
ยูชอนกดจมูกลงกับแก้มใสก่อนจะฟัดไปมาอย่างมันส์เขี้ยว ทำเอาเจ้าตัวเล็กจั๊กจี๋จนต้องดิ้นไปมา
"อ๊าา ... ยูชอนอ่ะ ..... ฮะฮะฮะ ~~"


"ชั้นรักนายนะ เจ้าตัวเล็ก..."
"ผมก็รักยูชอน~~"


################## END ##################

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก *กรีดร้องยาวนานกว่าไว้ลาย 555*
จบแล้วค้าบ ในที่สุดก็จบแล้ว โว้วเย!!~(เลียนแบบบี อิอิ)
จบแบบแป้กๆเนอะ จะเศร้าก็ไม่เศร้า ฮ่าๆๆ .... ขอโทษที่ทำให้เศร้ากันในตอนที่แล้วนะคับ ^^"
แต่ว่าตอนนี้แบบว่า เขียนให้ปาร์กเศร้าไม่ออกอ่ะ เพราะผมคิดว่า
ตามบุคลิกของปารกแล้ว คงไม่ใช่คนที่มานั่งร้องไห้เมื่อแฟนหายหรอกเนอะ ~~ มันต้องห่ามแบบปาร์คยูชอนเยี่ยงนี้ เหอะๆๆ

อ๊าาา ... จบเหมือนจะมีต่อภาคสอง (งุงิ) ที่จิงก็อยากเขียนต่อเนอะ แบบว่าเรื่องนี้เราก็ทิ้งไม่ลงจิงๆ (น้องเซียน่ารักเกินห้ามใจ)
แต่ว่า ขอมาเป็นรูปแบบ(พยายาม)จบในตอนละกันนะคับ (เพื่อลดอาการค้างของคนอ่าน และอาการดองของคนแต่ง อิอิ)

ภาคสองให้ชื่อว่า ALTERABLE*H (ออกแนว กุง s เยี่ยงนั้น หุหุ) แบบว่าพาร์ทนี้จะเป็นเรื่องของชีวิตทั้งคู่ในโรงเรียนเนอะ
และคาดว่าน้องเซียจะ alter ต่อไป อิอิ .... อาจจะเปลี่ยนเป็นแรงขึ้นจากแรงยุของสองสาว (ไม่ใช่ละๆ)
เอาเป็นว่า ถ้ายังไงก็ช่วยติดตามด้วยนะคับผม ^^
แต่อย่าเพิ่งทวงน้า เพราะยังจะต้องเคลียร์ high time กะเริ่มตอน 1 ของ the choosey lover ด้วย อิอิ ^^

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเสมอมาคับ ทั้งที่เม้นต์และไม่ได้เม้นต์
แถมบางคนเม้นต์ในนี้แล้วยังตามไปเม้นในบลอกอีก ขอบคุณมากจิงๆคับ TT^TT
ไม่รู้จะตอบแทนยังไง ขอตอบแทนเป็น NC ละกัน ฮ่าๆๆๆ

ขอบคุณมากๆคับผม <(_ _)>

*วิ่งไปปั่นตอนพิเศษในรวมเล่ม*

.

.

.

ปกฟิกแบบลงสีแล้วคับผม เหลือปรับอะไรนิดหน่อยคับ

Free Image Hosting at www.ImageShack.us

 

***เปิดจองถึงวันที่ 15 ตอน 3 ทุ่มนะคับผม

*** ปิดโอนก็คือหมดวันที่ 20 นะคับ เพราะจะสรุปยอดวันที่ 21 จ้า

.

.

[Part 16 # Music Box]


"What I've Done...I'll face myself to cross what I've become
Erase myself And let go of what I've done ... "
เสียงเพลงเมทัลที่แผดเสียงดังออกมาจากลำโพงภายในรถถูกปิดลง พร้อมๆกับเสียงบ่นเบาๆของร่างเล็กที่นั่งอุดหูอยู่เป็นนานสองนาน

"ไม่มีเพลงอื่นดีกว่านี้แล้วเหรอยูชอน..หนวกหูจะตาย~"
คนตัวเล็กทำหน้ามุ่ย พลางก้มลงไปรื้อซีดีแผ่นใหม่ที่กองสุมกันอยู่ในที่เก็บของหน้ารถ
"มันคงไม่มีแบบที่นายชอบหรอก..ป๊าฟังแต่พวกเพลงแบบนี้แหละจุนซู..นายไม่ต้องหาหรอก"
ร่างสูงละสายตาจากท้องถนน แล้วหันมาพูดกับอีกฝ่ายที่ก้มหน้าก้มตาหาเพลงโปรดอย่างจริงจัง

จุนซูกับยูชอนอยู่ในรถสปอร์ตสีดำคันหรูที่เพ้นท์ลายด้านข้างเป็นภาพกราฟิก รวมไปถึงการตกแต่งที่ดูเหมือนรถของพวกแก๊งซิ่งยังไงอย่างงั้น
...รถคันนี้เป็นรถของป๊าอีริคที่เพิ่งยกให้ยูชอนหมาดๆเมื่อครั้งกลับจากไปค่ายที่ทะเล เมื่ออีริครู้ว่ารถเวสป้าคันโปรดของลูกชายหายไป
อีริคจึงสั่งให้ลูกน้องเลือกรถคันที่มีอยู่ที่บ้านส่งตรงมาให้ถึงบ้านพักริมทะเล ด้วยเหตุผลที่สำคัญเหนืออื่นใด
นั่นก็คือ ไม่อยากให้หนูจุนซูต้องลำบากเดินมาโรงเรียนทุกวัน...(ไม่ได้จะห่วงยูชอนเลยซักนิดใช่มะ -*-)

Free Image Hosting at www.ImageShack.us


"เดี๋ยวค่อยไปหาซื้อใหม่ละกัน..พรุ่งนี้วันเสาร์ เราลองไปเดินเลือกดูก็ได้นี่..อย่าหน้างออย่างงี้สิ..ไม่น่ารักเลย.."
มือหนาเอื้อมไปลูบหัวอีกฝ่ายที่เริ่มจะหน้างอ เมื่อไม่เจอเพลงโปรดของตัวเองในกองซีดีซักที

และเมื่อได้ยินอย่างงั้น เจ้าตัวเล็กเลยหันมาทำท่าดีใจ เอามือเกาะเข้าที่แขนแกร่งพลางเอาหัวซบอย่างอ้อนๆ
"งั้นพรุ่งนี้เราไปสวนสนุกกันด้วยน้ายูชอน แล้วก็~ไปดูหนังด้วย.." จุนซูถือโอกาสอ้อนขอไปเที่ยวเป็นการใหญ่

"ไปทั้งสวนสนุกทั้งดูหนังเลยเหรอ..จะทันเหรอจุนซู" ร่างสูงยิ้มบางๆเมื่อรู้สึกถึงแรงกอดที่ต้นแขน
ทั้งที่อยากจะหันไปหอมแก้มแดงๆนั่นใจจะขาด แต่ติดว่าขับรถอยู่หรอกนะ...ไม่งั้นชั้นจะฟัดนายให้หนำใจไปเลย เจ้าตัวเล็ก

"ทันสิ~ถ้าไม่ทันก็ไปแค่สวนสนุกก็ได้..นะน้าายูชอนน้าา~" คนตัวเล็กที่กลัวจะไม่ได้ไป เพิ่มดีกรีความอ้อนโดนการถูหัวกับแขนไปมา

"ถ้าพาไปแล้วจะได้อะไรล่ะ..หืมส์" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น พร้อมๆกับรถที่หยุดลงตรงหน้าประตูโรงเรียนของร่างเล็กพอดี
ใบหน้าคมหันมาหาอีกฝ่ายที่ซบหัวกับแขนของตน พลางเอ่ยถามด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์
มือหนาเอื้อมไปยังเบาะข้างๆ ก่อนจะโน้มตัวร่างเล็กที่ยังไม่ได้ทันตั้งตัวเข้ามาในอ้อมกอด


"แล้ว...แล้วยูชอนอยากได้อะไรล่ะ~" >///<
คนตัวเล็กที่หน้าแดงไปถึงไหนต่อไหน เมื่อรู้สึกได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจของอีกฝ่ายที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้แค่คืบ

"นายคิดว่าชั้นอยากได้อะไรล่ะ..จุนซู"
สันจมูกโด่งไล้ไปตามแก้มใสเบาๆอย่างทะนุถนอม พร้อมกับรั้งเอวบางเข้ามาใกล้อีก
เสียงทุ้มที่ฟังดูเซ็กซี่ของร่างสูงทำให้คนตัวเล็กในอ้อมกอดยิ่งเขินมากขึ้นไปอีก จุนซูพยายามดันตัวอีกฝ่ายออกแต่ก็ไม่เป็นผล

"ยูชอน~นี่มันหน้าโรงเรียนน้า..อย่าทำอย่างงี้สิ" ใบหน้าหวานพยายามเบี่ยงหลบอีกฝ่ายที่แอบหอมแก้มเขาไปแล้วตั้งหลายครั้ง

และก่อนที่ริมฝีปากหนาจะได้สัมผัสกลีบปากบางนั้น .........ก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน

..ก๊อกๆๆ!!..
เสียงเคาะกระจกจากประตูฝั่งของร่างเล็กดังขึ้น ทำให้ทั้งสองร่างที่กำลังสวีทกันอยู่ในรถต้องรีบผละออกจากกันด้วยความตกใจ
ด้านนอกปรากฏร่างชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งยืนเกาะกระจกรถอยู่ด้วยหน้าตายียวนกวนสุดชีวิต(ในมุมมองของปาร์ก)
โดยที่รอบๆรถมีกลุ่มเพื่อนนักเรียนโรงเรียนซองนัมยืนมองอยู่ห่างๆ เป็นจำนวนมาก

"ชางมิน~~"
จุนซูรีบเปิดประตูลงจากรถ ก่อนจะเดินลงไปหาเพื่อนรัก ด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ ทำให้ร่างสูงที่นั่งค้างอยู่ ต้องลงจากรถตามมาอย่างช่วยไม่ได้

"นายนี่มันตัวขัดขวางความสุขในชีวิตชั้นจริงๆสิ..ให้ตายเหอะ" ยูชอนบ่นเบาๆ แต่ก็ดังพอที่จะเรียกรอยยิ้มเยาะเย้ยจากชางมินได้เล็กน้อย
"ก็นี่มันหน้าโรงเรียนนะครับ..ไม่ใช่สวนสาธารณะที่จะให้มาจอดรถนั่งจู๋จี๋กันน่ะ"
ชางมินพูดเสียงเรียบ พลางเหลือบตามองไปยังร่างเล็กที่อายหน้าแดง หลบอยู่ด้านหลังของเขา

"ไปกันเถอะชางมิน เข้าโรงเรียนกันนะ" จุนซูเขินเอามากๆ เพราะไม่คิดว่าจะมีคนเห็นเขากับยูชอนกำลังจู๋จี๋กัน
ร่างเล็กรีบดึงแขนเพื่อนรักทำท่าจะเดินเข้าไปในโรงเรียน แต่ก็ถูกแขนแกร่งของอีกคนรั้งไว้ซะก่อน

"จุนซู..เดี๋ยวตอนเย็น ชั้นมารับนะ"
ใบหน้าคมโน้มลงประทับจูบเบาๆที่แก้มใสอย่างที่ไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัว ก่อนจะเดินขึ้นรถแล้วขับออกไป
โดยทิ้งให้ร่างเล็กอายจนแทบจะละลายตายอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางสายตาของคนนับร้อย..

"ให้ตายสิ..หมอนี่มันหน้าด้านจิงๆ" ชางมินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพาจุนซูเดินเข้าโรงเรียนไป

.
.
.


...ครืดดด...ครืดดด...
เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง ทำให้ร่างเล็กที่กำลังง่วนอยู่กับการผสมแป้งในวิชาคหกรรมต้องวางมือลง
มือเล็กคว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับ พลางส่งสายตาเป็นเชิงให้ชางมินที่ยืนอยู่ข้างๆเอาตัวบังเขาไว้ไม่ให้อาจารย์เห็น

"ฮัลโหล~หม่ามี๊เหรอคับ"
เสียงหวานตอบรับปลายสายด้วยความสดใส พลางก้มลงพูดคุยกันอยู่ซักพัก โดยมีชางมินคอยเหลือบมองอาจารย์และจุนซูสลับไปมาเป็นระยะๆ
แต่คิ้วหนาก็เริ่มขมวดเข้าหากัน เมื่อสังเกตได้ว่า ร่างเล็กพูดเสียงเบาลงเรื่อยๆ พร้อมๆกับสีหน้าของเจ้าตัวที่ดูแย่ลงเรื่อยๆเช่นกัน

"คับหม่ามี๊..แล้วเจอกันคับ" จุนซูวางสาย พร้อมกับสีหน้าที่ดูแย่สุดๆ จนชางมินต้องเอ่ยปากทัก

"เป็นอะไร..มีอะไรรึป่าว จุนซู" ชายหนุ่มลูบหัวเพื่อนตัวเล็กเบาๆ พลางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
ซึ่งก็ได้รับกลับมาแค่เพียงการส่ายหน้าเบาๆอย่างเชื่องช้าของร่างเล็กเท่านั้น...

จุนซูคว้ากะละมังผสมแป้งมาคนต่ออย่างเหม่อลอย..ชางมินจึงหันไปเตรียมส่วนผสมบ้าง.......จนกระทั่ง...


"ฮึกกก..." เสียงสะอื้นที่จู่ๆก็ดังขึ้นมา ทำให้ร่างสูงต้องหันมามองคนข้างๆด้วยความตกใจ

น้ำตาหยดเล็กๆไหลเปรอะเปื้อนใบหน้าหวานเป็นทาง ร่างเล็กที่กำลังคนแป้งอยู่พยายามปาดน้ำตาที่ไหลออกมาให้หมดไป
"จุนซู เป็นอะไรไปน่ะ" ชางมินรีบวางมือจากงานตรงหน้าก่อนจะดึงตัวเพื่อนรักมาใกล้ๆ
"นายเป็นอะไร..ร้องไห้ทำไม" ร่างสูงปาดน้ำตาบนใบหน้าหวานพลางเอ่ยถาม

"ฮึกก...ชางมิน~~" คนตัวเล็กร้องไห้โฮ ก่อนจะโผเข้ากอดคนตรงหน้าแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดัง
ทำให้เพื่อนในห้องและอาจารย์ที่กำลังยืนคุมการทำอาหารอยู่หันมามองด้วยความตกใจ..

"เอ่อ..อาจารย์ครับ คิมจุนซูเค้าแป้งเข้าตาน่ะครับ เดี๋ยวผมพาเค้าไปล้างหน้าก่อนนะครับ.."
ชางมินรีบขออนุญาตอาจารย์ก็จะกึ่งจูงกึ่งลากจุนซูออกไปจากห้อง

.
.


"เป็นอะไรน่ะจุนซู..บอกมาสิ..นายร้องไห้ทำไม"
ร่างสูงถามเพื่อนรักที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างไม่ลืมหูลืมตา...ถ้านายไม่พูด ชั้นก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะปลอบนายยังไงน่ะ

"ฮึกก..หม่ามี๊จะมารับชั้น...ฮึกกก..หม่ามี๊บอกว่าครบ 5 เดือนแล้ว...เค้าจะมาพาชั้นกลับบ้าน...ฮือออออออ"
จุนซูร้องไห้โฮ พลางโผเข้ากอดเพื่อนรักที่นั่งอยู่ด้วยกันตรงบันไดเล็กๆหลังตึกเรียน

...เย็นวันอาทิตย์นี้ คุณแม่จะบินกลับจากฝรั่งเศส แล้วมารับเขาที่อพาตเมนต์และขนของทั้งหมดกลับบ้าน
ตามสัญญาที่จุนซูให้ไว้ในตอนแรก ว่าจะออกมาใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านเวลา 5 เดือนเท่านั้น...

....ทำไมเวลามันผ่านไปเร็วอย่างนี้นะ....


"ชั้นไม่อยากกลับ ชางมิน...ฮึกก...ชั้นอยากอยู่กับยูชอน...ชั้นไม่อยากไป..ฮืออ"
คนตัวเล็กซุกหน้าลงกับอกของเพื่อน พลางร้องไห้คร่ำครวญ ซึ่งชางมินก็ได้แต่ลูบหลังปลอบเบาๆ พร้อมกับคิดหาทางช่วยไปด้วย

"นายลองขอคุณป้าดูแล้วรึยัง..ชั้นว่ามันน่าจะต่อรองกันได้นะ" ร่างสูงเสนอความเห็น

"ไม่ได้หรอก..นายก็รู้..หม่ามี๊พูดคำไหนต้องคำนั้น หม่ามี๊ไม่ยอมแน่ๆถ้าชั้นจะขออยู่ต่อ..ฮึกก..ชั้นจะทำยังไงดี ชางมิน"

"ชั้นไม่อยากบอกยูชอน..ฮึกก..ชั้นไม่รู้จะพูดยังไง.." จุนซูยังคงร้องไห้ไม่หยุด

"ชางมินชั้นจะทำยังไงดี...ทำยังไงดี~"

.
.
.

ตอนกลางคืน..

"วันนี้นายดูเหม่อๆนะจุนซู..ไม่สบายรึป่าว" ร่างสูงพูดพลางเอามือลูบหัวคนตัวเล็กที่นอนใจลอยอยู่บนตักเขา

...ตั้งแต่กลับมาจากโรงเรียน..จุนซูก็ดูไม่ร่าเริง เหม่อๆ ซึมๆ แถมยังตาบวมอีกต่างหาก...
แต่พอเขาถาม เจ้าตัวเล็กก็เอาแต่บอกว่าไม่เป็นอะไร แถมยังหาทางเปลี่ยนเรื่องซะอีก.....และครั้งนี้ก็เช่นกัน

"พรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวสวนสนุกกันจริงๆใช่มั๊ยยูชอน" ร่างเล็กเอ่ยพร้อมกับชันตัวลุกขึ้นสบตาคนตรงหน้า
ดวงตาที่เคยฉายประกายสดใส ดูหม่นหมองและเศร้าศร้อย จนคนที่มองอยู่สังเกตได้

"บอกชั้นได้มั้ยจุนซู..นายเป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนี้ หืมส์" เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างห่วงใย พลางยกมือขึ้นลูบแก้มใสเบาๆ

...การกระทำอันแสนอ่อนโยนและกระแสความห่วงใยที่สัมผัสได้ แทบจะทำให้จุนซูน้ำตาไหล...
....จะเป็นยังไง ถ้าไม่ได้อยู่ข้างๆยูชอน....
....จะเป็นยังไง ถ้าต้องขาดอ้อมกอดที่อบอุ่นอันนี้ไป....


ร่างเล็กโผเข้ากอดอีกฝ่ายแน่น พลางซุกหน้าลงกับไหล่กว้าง

"ผมรักยูชอนนะ"
ถึงแม้ช่วงนี้จะพูดคำๆนี้ออกมาบ่อยเหลือเกิน...แต่ก็ยังอยากจะบอก
บอกให้รู้...อยากให้ยูชอนรู้ ว่าเขาเองก็รักยูชอนไม่น้อยไปกว่าที่ยูชอนรักเขาเลย
แต่สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ ก็คงจะเป็นอย่างที่ชางมินว่า ....ใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุดสินะ

"ยูชอน..พรุ่งนี้เราไปสวนสนุกกันนะ"
จุนซูซุกหน้าเข้ากับอกของอีกฝ่าย พลางโอบรัดเอวหนาไว้แน่นราวกับหาที่พึ่ง
..เขายังไม่อยากบอกอะไรยูชอนตอนนี้...มันเจ็บปวดเกินไปที่จะต้องเอ่ยคำว่าลา

"ได้สิ...พรุ่งนี้เราจะไปสวนสนุกกัน"
ร่างสูงได้เพียงแต่โอบกอดคนรักไว้อย่างอ่อนโยน ถึงแม้จะสงสัยซักแค่ไหนว่าจุนซูเป็นอะไร
แต่ถ้าเจ้าตัวเล็กไม่อยากตอบ เขาก็จะไม่ฝืน ...

...ชั้นจะอยู่เคียงข้างนาย...จะโอบกอดนายไว้ตลอดไป..จุนซู...

.
.
.
.

"กว้างจังเลย~~" เสียงคนตัวเล็กเอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้น เมื่อก้าวเข้ามาใน Lotte world
สวนสนุกขนาดใหญ่ที่ดังที่สุดในเกาหลี ...ที่ๆเจ้าตัวใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก ว่าจะต้องมาให้ได้ซักครั้ง

จุนซูตั้งใจไว้ว่า วันนี้เขาจะต้องใช้เวลาที่มีอยู่ทั้งหมดสร้างความทรงจำที่ดีที่สุดระหว่างเค้ากับยูชอน
เพื่อว่า เมื่อจากกันไป จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง ...
ถึงแม้ว่าวันต่อไปเค้าอาจต้องนั่งร้องไห้อยู่เพียงลำพัง แต่อย่างน้อย ก็จะมีความทรงจำที่ดีที่สุด คงอยู่ในใจของเขาตลอดไป..

"เราไปเล่นม้าหมุนกันนะ" มือเล็กดึงแขนอีกฝ่ายไปยังเครื่องเล่นขนาดใหญ่ที่อยู่ไกลออกไปเล็กน้อย

ร่างสูงคลี่ยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นจนน่าเอ็นดูของคนรัก..
จุนซูที่ร่าเริง สดใสคนเดิมที่เคยรู้จัก...บางทีเรื่องที่เจ้าตัวเล็กกังวลอยู่เมื่อวาน มันอาจจะดีขึ้นแล้วล่ะมั้ง

จุนซูและยูชอนตระเวนเล่นเครื่องเล่นที่มีอยู่ตามจุดต่างๆรอบสวนสนุก เริ่มจากม้าหมุน เรือผจญภัย รถบั๊มพ์ ไวกิ้ง
ไล่จนไปถึงเครื่องเล่นน่าหวาดเสียวอย่างรถไฟเหาะ ที่เจ้าตัวเล็กชอบใจนักชอบใจหนาจนต้องขอเล่นใหม่อีกรอบ

ทั้งคู่เดินออกมานอกอาคาร ก่อนจะมาหยุดลงที่หน้าปราสาท Magic castle
ดวงตาเรียวจับจ้องสิ่งๆหนึ่งอยู่เป็นเวลานาน จนร่างสูงที่เดินกุมมืออยู่ข้างๆ ต้องหันกลับมามอง
จุนซูดึงแขนยูชอนให้ทรุดนั่งลงมองอะไรบางอย่างที่วางขายอยู่หน้าร้านขายของที่ระลึก

กล่องดนตรีรูปเจ้าชายและซินเดอเรลล่ากำลังเต้นรำอยู่หน้าปราสาทคริสตัลถูกมือเล็กหยิบขึ้นมาดูด้วยความสนใจ
"น่ารักจังเลยยูชอน..ดูสิ" จุนซูยื่นไปให้อีกฝ่ายที่อยู่ข้างๆดู
"นายชอบซินเดอเรลล่าเหรอจุนซู" ร่างสูงหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเห็นท่าทางสนอกสนใจเกินเหตุของคนตรงหน้า
...เด็กผู้ชายที่ไหนจะชอบซินเดอเรลล่ากัน....นี่คงจะมีแต่เจ้าตัวเล็กคนเดียวนี่แหละที่ชอบอะไรแบบนี้

"มันเป็นกล่องดนตรีด้วยนะ..ลองฟังสิ"
มือเล็กไขลานที่อยู่ข้างใต้กล่องอย่างเบามือพลางเงี่ยหูฟังเสียงเพลงด้วยท่าทางที่ยูชอนพูดได้คำเดียวว่าน่ารัก

เสียงเพลงบรรเลงดังขึ้นตามจังหวะ พร้อมๆกับที่ซินเดอเรลล่าเต้นรำกับเจ้าชายไปด้วย
ท่วงทำนองที่ไพเราะและดูมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาดราวกับจะหยุดช่วงเวลานี้เอาไว้
ร่างเล็กช้อนสายตาขึ้นสบกับสายตาคมของอีกฝ่ายที่อยู่ใกล้ๆ


ไม่ว่าเมื่อไหร่ ยูชอนก็จะมองเค้าอย่างอ่อนโยนแบบนี้เสมอ
สายตาที่มองมาสัมผัสได้ถึงความรักที่เอ่อล้นอยู่เต็มหัวใจ
มือใหญ่ที่เกาะกุมและโอบอุ้มไว้ยามเหนื่อยล้า
อ้อมกอดที่สัมผัสไม่ว่าจะกี่ครั้งก็รู้สึกได้ถึงไออุ่นจากคนที่เค้ารัก
เสียงทุ้มที่คอยกระซิบข้างหูอยู่ทุกวันด้วยคำว่า รัก

...รัก...

...สิ่งที่ปาร์กยูชอนที่มีให้คิมจุนซูเสมอมา...


...ไม่อยากให้หายไปเลย...


...อยากหยุดเวลาเอาไว้ที่นาทีนี้...ตลอดไป...

.
.
.

ร่างสูงที่กำลังนอนดูรูปถ่ายของวันนี้ในกล้องดิจิตอลชำเลืองมองอีกฝ่ายที่ง่วนอยู่กับกล่องเพลงสีฟ้านั่งอยู่ตรงปลายเตียง
เจ้าตัวเล็กที่ดูจะถูกใจกับเจ้ากล่องเพลงซินเดอเรลล่านี้มาก ถึงขนาดนั่งเล่นตั้งแต่สวนสนุกจนกลับมาถึงบ้านก็ยังไม่ยอมวาง

"ชอบมากเลยเหรอ..." มือหนารั้งคนตัวเล็กขึ้นมานั่งบนตักพลางโอบกอดเอาไว้
ยูชอนซบหัวลงกับไหล่เล็กและจ้องมองไปยังกล่องดนตรีสีฟ้าในมือของอีกฝ่าย ก่อนเอ่ยปากถามต่อไปอีก

"อยากรู้จักว่ามันมีอะไรดี จนทำให้นายเมินชั้นได้ถึงขนาดนี้น่ะ หืมส์"
เสียงทุ้มแกล้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี

จุนซูเอนหลังพิงอกแกร่งพลางเอ่ยขึ้นมา ทั้งที่สายตายังคงจับจ้องกล่องดนตรีอยู่
"ยูชอนรู้มั้ย...เค้าว่ากันว่า เพลงบรรเลงจะทำให้คนที่ได้ฟังรู้สึกมีความสุขและซาบซึ้งไปกับมัน...
ตอนเด็กๆผมเคยมีกล่องดนตรีแบบนี้ด้วยนะ...เวลาที่ผมเหงาหรือนอนไม่หลับ ผมจะเอามาหมุนแล้วนอนฟังมันเล่นไปเรื่อยๆ
....มันเป็นความทรงจำที่ผมไม่เคยลืมเลยนะ...กล่องดนตรี ของขวัญชิ้นแรกที่คุณพ่อซื้อให้ผม.."

"แล้วตอนนี้นายกำลังเหงาอยู่รึเปล่า.." เสียงทุ้มเอ่ยถามพลางกระชับอ้อมกอดเข้ามาแน่น
ความรู้สึกเศร้าศร้อยที่สัมผัสได้จากความรู้สึกของจุนซูที่เกิดขึ้นเมื่อวาน..ยังคงติดค้างในใจเขาอยู่

"ไม่เหงาหรอก..ก็ผมมียูชอนอยู่แล้วนี่นา"
ร่างเล็กหันกลับไปโอบกอดคนรักไว้แน่น พลางเอนหัวกลมๆซบที่ไหล่ของอีกฝ่าย


"...ผมรักยูชอนนะ..."

หากพรุ่งนี้ไม่มีแล้ว
เธอจะรู้บ้างไหมว่ารักเธอแค่ไหน?
ฉันได้พยายามทุกทางเพื่อแสดงความรักต่อเธอทุกวันรึยัง?
เพราะเธอคือหนึ่งเดียวที่สำคัญ

และหากเวลาของฉันบนโลกนี้ได้ผ่านเลย
และเธอต้องจะแสร้งทำเป็นว่าโลกนี้ไม่เคยมีฉันอยู่ไหม?
หากความรักที่ฉันเคยให้เธอแต่ก่อนไม่เพียงพอยืนยาวจนสุดท้าย
หากพรุ่งนี้ไม่มีอีกครั้ง...

ดังนั้นจึงควรบอกให้เธอรู้ว่ารักแค่ไหน...
กระทั่งแค่คำว่า คิดถึงเสมอ...
หากพรุ่งนี้จะไม่มีอีกครั้ง...

If tomorrow never comes...


.
.
.

เช้าวันอาทิตย์..

"หอมจังเลย..วันนี้มีอะไรกิน หืมส์"
วงแขนแกร่งโอบเอวบางจากทางด้านหลัง ใบหน้าคมยื่นมาวางเกยไว้ที่ไหล่เล็กพลางก้มลงมองอาหารเช้าหน้าตาน่ากินที่วางอยู่ในจาน

"สปาเกตตี้ทูน่าของโปรดของยูชอนไง"
ร่างเล็กที่กำลังเตรียมอาหารอยู่หัวเราะออกมาเบาๆด้วยความจั๊กจี๊ เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆที่รดอยู่ตรงซอกคอ

"ยูซู..มากินข้าวกับปะป๊าเร็ว" มือหนาอุ้มเจ้าแมวน้อยขึ้นมาอยู่ไว้โต๊ะ
พร้อมๆกับเขย่าถ้วยใส่อาหารเม็ดไปมา เพื่อเรียกความสนใจจากลูกรักที่เอาแต่จ้องหม่าม๊าของมันที่กำลังตักสปาเกตตี้ลงในจานตรงหน้าของเขา

"ยูซูมากินข้าวมะ" จุนซูนั่งลงที่เก้าอี้วางข้างๆอีกฝ่าย ก่อนจะอุ้มเจ้าแมวน้อยวางลงบนตัก พลางหยิบอาหารเม็ดยื่นให้เจ้าตัวเล็กกิน


...วันนี้ก็เหมือนกับทุกวัน ทั้งจุนซูและยูชอนต่างก็ใช้ชีวิตเหมือนอย่างปกติ...

....ถึงแม้ว่า อีกไม่กี่ชั่วโมง ...เค้าทั้งสอง อาจจะต้องจากกัน...

....จากกันตลอดไป....


"ไม่ไปด้วยกันจริงๆเหรอจุนซู" ร่างสูงที่นั่งผูกเชือกรองเท้าอยู่ตรงประตูทางออกหันมาถามร่างเล็กที่ยืนอยู่ด้านหลัง
"ไม่ล่ะ..ตั้งใจซ้อมนะยูชอน" คนตัวเล็กพยายามคลี่ยิ้มที่สดชื่นที่สุดส่งไปให้อีกฝ่าย

...อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เจอกัน...อยากจะให้ยูชอนจดจำรอยยิ้มนี้ไว้...รอยยิ้มของเขาที่เป็นของยูชอนเพียงคนเดียว...

มือหนารั้งเอวบางเข้ามากอดหลวมๆ ก่อนจะประทับจูบที่แก้มใสเบาๆเหมือนอย่างทุกวัน
แต่ครั้งนี้คงไม่เหมือนกัน เมื่อรู้สึกได้ถึงแรงกอดรั้งของอีกฝ่าย

จุนซูซุกหน้ากับอกแกร่งพลางโอบกอดไว้ราวกับโหยหา ริมฝีปากบางเม้มแน่นเพื่อกลั้นก้อนสะอื้นที่จะแล่นขึ้นมาจุกอก
...ถ้านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ต้องจากลา...ก็อยากจะเก็บสัมผัสของอ้อมกอดนี้ไว้ตลอดไป...


"จูบผมหน่อยได้มั้ย..ยูชอน" ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นสบตากับอีกฝ่ายอย่างเว้าวอน
ทำให้ร่างสูงได้แต่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อได้ยินคำขอของคนตรงหน้า
ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆเมื่อเห็นใบหน้าหวานหลับตาพริ้มราวกับเจ้าหญิงที่รอการจุมพิต

ใบหน้าคมโน้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ สัมผัสอันอ่อนโยนตรงริมฝีปากแผ่ซ่านไปทั่วความรู้สึก
จูบอันแสนหวานและนุ่มนวล ..อ้อมแขนที่อบอุ่นราวกับจะกล่อมให้หลับใหล
สัมผัสที่เน้นย้ำซ้ำๆบนกลีบปากบางอย่างทะนุทนอม...เต็มไปด้วยความรู้สึก
...รัก...
...รักมากเหลือเกิน...


ริมฝีปากหนาผละออกอย่างอ้อยอิ่ง พลางมองสบตาร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ชั่วขณะหนึ่ง..ราวกับจะเห็นความโศกเศร้าและเจ็บปวดในแววตาคู่นั้น
ใบหน้าคมเพ่งมองสิ่งนั้นอย่างค้นหา แต่ก็ทำได้ไม่นาน เมื่อรู้สึกได้ถึงแรงผลักเล็กๆจากอีกฝ่าย

"ไปได้แล้วล่ะยูชอน~เดี๋ยวเพื่อนๆจะรอแย่" จุนซูยิ้มให้คนรักอย่างสดชื่น ทั้งที่ในใจรู้สึกอ่อนแออย่างน่าประหลาด
คนตัวเล็กเขย่งปลายเท้าพลางประทับจูบอย่างแผ่วเบาที่ใบหน้าคม เสียงหวานเอ่ยประโยคสุดท้ายแผ่วเบาราวกับจะร่ำลา

"ผมรักยูชอนนะ.."

"ชั้นก็รักนายเหมือนกัน..จุนซู"

ร่างสูงยิ้มให้อีกฝ่าย ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเดินออกจากห้องไป
ถึงแม้จะรู้สึกสังหรณ์ใจในการจากลาครั้งนี้..แต่เขาก็ยังคงเดินออกไป

เดินออกไป...โดยที่ไม่รู้เลยว่า

เมื่อหันกลับมาอีกครั้ง ทุกอย่างจะไม่เป็นเหมือนเดิม...

################ TBC


อ๊ากกกกกกกกกก *ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง*
ตอนนี้มันแต่งยากจิงๆคับท่านผู้อ่านที่รัก ..บอกแล้วว่าแต่งเศร้าไม่เปน TT^TT
ก็เลยออกมาเน่าอย่างที่เห็น ~~~ > <"

ตอนหน้าจะจบแล้วนะคับ ... ยังไงก็ช่วยติดตามกันด้วยน้า

P.s. ย้ำอีกที~~

เปิดจองรวมเล่มแล้วนะคับผม "With Love...With Yusoo~"

คลิกที่นี้ได้เรย หมดเขตจองวันที่ 15 นะคับผม

อันนี้ภาพสเกตปกอันใหม่คับผม ^^
ชอบมากๆเลย น้องเซียน่าร้ากกกกกกกกก ~~

ขอบคุณที่รักกันนะคับ <(_ _)>


.
.
.



Fz* Do you Belive in Destiny ?? ... ... Junsu&Yuchun... Born 2 love ... ...Thx for your visit my blog ^^...
View full profile