Fic-Alterable

Note : เดินทางมาถึงตอนจบจนได้ TT^TT (ปาดน้ำตาด้วยความยินดี) กับทั้งหมด 17 ตอนของ Alter ฟิกที่ยาวที่สุดในชีวิตของผม
ถึงแม้ว่ามันจะดองนาน หายไปเป็นพักๆ(ใหญ่) แอบสั้น น้ำเน่า ไร้สาระ ..... แต่ว่าทุกคนก็ติดตามกันมาถึงขนาดนี้
....... ต้องขอขอบคุณมากจิงๆคับ (โค้งงามๆ) ........

ชื่อเรื่อง ALTERABLE เป็นชื่อที่ตอนแรก ผมเองก็สะกดไม่ถูก อ่านไม่ออกด้วยซ้ำ (ฮ่าๆๆ)
ชื่อนี้ได้มาจากพี่สาวสุดที่รักของผม พี่จา (luv_micxiah) เป็นคนตั้งชื่อให้
ก็คือ ตอนที่คิดพลอตคร่าวๆของเรื่องนี้ ก็ไปปรึกษาพี่จาว่าจะให้ชื่อเรื่องอะไรดี
และแล้วก็ได้มาเป็นชื่อนี้ .... เป็นชื่อที่ผมชอบมากๆเลยนะคับ เพราะมันดูได้ใจความดี
แล้วก็คงเป็นเพราะชื่อดีๆที่พี่จาตั้งให้นี่ล่ะ ... มันถึงได้รับการตอบรับที่ดีแบบนี้ ~~~ ขอบคุณมากน้าที่รัก >///< (กระโดดจูบพี่จา)

ALTERABLE = ALTER + ABLE ~~ แปลว่า เปลี่ยนได้ ^^
มันก็เหมือนกับที่นิสัยของทั้งจุนซูและยูชอน เปลี่ยนเข้าหากันได้ใช่มั้ยคับ (และมีแนวโน้มว่า ปาร์กจะเปลี่ยนเป็นหื่น 555)

อาา...ตอนจบแล้วเนอะ ~~ รู้สึกใจหายนิดนึง .... แต่ก็น้า ไปอ่านกันก่อนดีกว่า
มาดูกันว่า พาร์ทที่แล้วเซียไป พาร์ทนี้ปาร์คจะทำเช่นไร ~~~ ไปอ่านกานค้าบบบ >O<~

**********************************************************

[Part 17 # Begin]

"กลับมาแล้ว..."
ร่างสูงเดินเข้ามาในห้อง พลางกวาดสายตาหาร่างเล็ก ที่ในเวลาควรจะง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารในครัว
.... ทำไม ถึงไม่ได้กลิ่นหอมๆ เหมือนอย่างเคยนะ ....

ยูชอนสาวเท้าเข้าไปในครัว คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อไม่พบตัวร่างเล็ก
เขาเดินออกมาบริเวณห้องนั่งเล่น แต่ก็ยังไม่เจออีกฝ่ายแม้แต่เงา ร่างสูงจึงตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องนอน

.... เสียงเพลงบรรเลงจากกล่องดนตรีดังแว่วเข้ามาในหู ริมฝีปากหนาขยับยิ้มเล็กน้อยเมื่อคิดว่า
ถ้าเปิดประตูเข้าไปคงจะต้องเห็นเจ้าตัวเล็กนั่งเล่นกล่องดนตรีอยู่เป็นแน่ ....

... แต่ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่แบบนั้น ...

กล่องดนตรีสีฟ้าบรรเลงเพลงอยู่อย่างเดียวดายอยู่บนหัวเตียง โดยที่ข้างใต้มีกระดาษแผ่นหนึ่งถูกพับซ้อนไว้อยู่

มือหนาเอื้อมไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดูด้วยความรู้สึกอันแปลกประหลาดที่เพิ่มพูนขึ้นมาทุกที ตั้งแต่เริ่มก้าวเข้ามาในห้อง
ร่างสูงกวาดมองทั่วแผ่นกระดาษที่ถูกเขียนขึ้นด้วยลายมือที่แสนคุ้นตา หัวใจของยูชอนเต้นรัว เมื่อเริ่มอ่านข้อความนั้นทีละบรรทัด

("ผมขอโทษที่ไม่ได้บอกอะไรยูชอนเลย ... ผมขอโทษจริงๆ ... ผมไม่รู้จะพูดยังไง ... ผมคิดหาคำพูดสรรพัดที่อยากจะอธิบายให้ยูชอนเข้าใจ
...แต่ว่า พอผมเห็นหน้ายูชอน ผมกลับพูดไม่ออก ...... ทุกครั้งที่อยากจะเอ่ยปากพูดออกไป แต่ผมก็ไม่กล้า .... ผมกลัว
กลัวว่า ถ้าพูดออกไปแล้ว ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม .... ผมกลัวจะสูญเสียอ้อมกอดที่แสนมีค่าของยูชอนไป .... กลัวเวลาของเราจะหมดลง
.... ผมอยากเก็บทุกนาทีที่เรามีความสุขด้วยกัน เก็บไว้ในความทรงจำของผม ....
ถ้าความจริงที่ผมจะต้องเผชิญ มันจะต้องทำให้เราต้องเจ็บปวด ..... ผมก็ขอเลือกที่จะเก็บความเจ็บปวดไว้เองคนเดียว

เย็นนี้คุณแม่จะบินกลับมารับผมแล้วพาผมกลับไปอยู่ที่บ้าน ตามสัญญาที่ผมให้กับคุณแม่ไว้ ว่าจะออกมาใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกแค่ 5 เดือน
.... เวลามันผ่านไปเร็วจังเนอะยูชอน ....... ผ่านไปเร็วจนผมนึกว่ามันเป็นความฝัน ....
...... และถ้ามันเป็นความฝัน ...... มันก็คงจะเป็นฝันที่ดีที่สุดในชีวิตของผม ......

ผมไม่อยากไปเลยนะยูชอน ... อยู่ที่นี่กับยูชอน .... มันเป็นอะไรที่มากกว่าความสุข
ไม่รู้สินะ .... แต่ผมชอบที่นี่ ผมชอบห้องของเรา .... ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากจะอยู่ที่นี่ตลอดไป ....

ขอบคุณมากสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ยูชอนให้ผมมาตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา
อ้อมกอดของยูชอนให้ความอบอุ่นและทำให้ผมเข้มแข็งขึ้นมาก .... ผมไม่รู้จะเขียนว่าอะไรดี .... แต่ว่า ผมขอบคุณยูชอนจริงๆ
ยูชอนเป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับผม ..... ผมรักยูชอนนะ ....

ถ้าผมไม่อยู่แล้ว ... ก่อนนอนยูชอนต้องห่มผ้าหลายๆชั้นนะ ตอนดึกๆยูชอนชอบถีบผ้าห่มออกอยู่เรื่อย ...
ไม่มีผมให้นอนกอดแล้ว ยูชอนต้องห่มผ้าหนาๆ จะได้ไม่เป็นหวัดนะรู้มั้ย ....
ถ้านอนไม่หลับ ยูชอนก็ลองบิดกล่องดนตรีฟังดูนะ .... ถึงยูชอนจะบอกว่ามันหนวกหู แต่ผมก็รู้ว่ายูชอนชอบฟัง
ตอนเช้า ยูชอนก็ต้องรีบตื่นไปโรงเรียนนะ ไม่มีผมคอยปลุก ยูชอนต้องตั้งนาฬิกาปลุกไว้นะ ... ผมเตรียมไว้ให้ในลิ้นชักแล้ว
แล้วก็อย่าลืมกินข้าวเช้าด้วยนะยูชอน ผมรู้ว่ายูชอนทำกับข้าวเองได้ แต่ยูชอนไม่ยอมทำ
ยูชอนต้องกินข้าวเช้าทุกวันด้วยนะ อย่าแกล้งทำเป็นลืมล่ะ ยูชอนจะได้มีแรงไปซ้อมคาราเต้ไง
อย่าลืมให้อาหารยูซูด้วย ยูซูไม่ชอบกินข้าวกับถาดอาหาร ยูชอนต้องป้อนมันให้กับมือนะ ไม่งั้นมันจะไม่ยอมกินข้าวนะรู้รึเปล่า ....
แล้วก็เวลาขับรถ อย่าขับเร็วมากนะ แล้วก็อย่าไปบีบแตรใส่คนอื่นบ่อยนักรู้มั้ย .... ผมเป็นห่วงยูชอนนะ
แล้วก็อย่าสูบบุหรี่อีกนะ ถ้าผมรู้ผมจะร้องไห้จริงๆด้วย ...

รักษาตัวเองด้วยนะยูชอน ถึงไม่มีผมอยู่ด้วยแล้ว ยูชอนก็อยู่ได้ใช่มั้ย .... แต่ผมเองต่างหาก ที่ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้รึเปล่าถ้าไม่มียูชอน
.... ผมจะเข้มแข็งนะ ....... ผมจะเข้มแข็งเหมือนยูชอน .... ยูชอนต้องคอยเป็นกำลังใจให้ผมนะ

ทุกครั้งที่ยูชอนบอกว่ารักผม ทุกครั้งที่ยูชอนจูบผม ...... ยูชอนรู้มั้ย ผมมีความสุขมาก ...เหมือนกำลังลอยอยู่บนสวรรค์
อ้อมกอดของยูชอนเป็นที่ๆปลอดภัยที่สุดในชีวิตของผม .... ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากให้ยูชอนกอดผมไว้ตลอดไป ... ตลอดไปจริงๆ

.... ถ้าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นความฝัน .... ขอบคุณมากนะที่ทำให้ผมฝันดี ....."

ผมรักยูชอน .... ผมรักยูชอนจริงๆ

....จุนซู....)


.
.
.

 

.... ปังๆๆ !!!....
เสียงเคาะประตูเมื่อเวลาค่อนดึก ทำให้เจ้าของบ้านต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู

"จุนซูอยู่ที่ไหน!! นายบอกมานะ!!! จุนซูอยู่ที่ไหน!!!!"
ยูชอนพุ่งพรวดเข้ามาทันทีที่ชางมินเปิดลูกบิดประตู มือหนากระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายเข้ามาถามด้วยสีหน้าร้อนใจ
"คุณรู้เรื่องแล้วเหรอ"
ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามที่อีกฝ่ายถาม แต่กลับจ้องไปยังใบหน้าของร่างสูงที่อยู่ตรงกันข้าม
"ชั้นถามว่าจุนซูอยู่ที่ไหน!! บ้านจุนซูอยู่ไหน! แกบอกชั้นมานะ!!"
ท่าทีของยูชอนไม่ได้ดูเหมือนจะมาหาเรื่องเลย แต่ดูเหมือนร้อนใจจนนั่งไม่ติดซะมากกว่า
ร่างสูงที่นั่งคิดอยู่นานหลังจากอ่านจดหมายจบ .... สุดท้ายก็ได้คำตอบกับตัวเอง
สิ่งเดียวที่เขาต้องทำตอนนี้ คือ พาจุนซูกลับมา ............. เขาไม่มีทางอยู่ได้ถ้าขาดจุนซู ... ไม่มีทาง

"เข้าใจแล้ว...เดี๋ยวผมจะพาคุณไปบ้านจุนซูเอง....ปล่อยคอเสื้อผมได้รึยัง"
ชางมินถอนหายใจกับความใจร้อนของคนตรงหน้าที่ไม่เคยเปลี่ยน
ตอนนี้ยูชอนดูร้อนรนซะจนน่าสงสาร เขาคงต้องช่วยสงเคราะห์ซักหน่อย .... อย่างน้อยก็เพื่อจุนซู เพื่อนของเขาเองด้วย


.
.


รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้ารั้วของคฤหาสน์ขนาดใหญ่หลังหนึ่ง
ร่างสูงก้าวลงมาจากตำแหน่งคนขับแล้ววิ่งไปกระหน่ำรัวกดออดหน้าบ้านหลังนั้นอย่างไม่ยั้ง
"พอเหอะครับ! กดทีเดียว เค้าก็ออกมาดูแล้ว..." ชางมินที่เพิ่งลงจากรถมาส่ายหัวเบาๆกับการกระทำของอีกฝ่าย

"ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรเหรอครับคุณ" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้าน ซึ่งดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นคนดูแลบ้านหลังนี้
"จุนซูอยู่ที่ไหน ... จุนซูอยู่ที่นี่รึเปล่า" ยูชอนโผเข้าไปถามอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว จนทำให้ชายคนนั้นถึงกับผงะ

"ขอโทษนะครับลุงโจว ... ไม่ทราบว่าจุนซูอยู่รึเปล่าครับ"
ชางมินที่เห็นท่าไม่ดี จึงรีบดึงตัวยูชอนออกมา และเข้าไปถามชายชราเสียเอง .... เขาคุ้นเคยกับคนที่บ้านนี้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว
"อาา...คุณชายชางมิน .... สวัสดีครับ" พ่อบ้านโจวโค้งให้เด็กหนุ่มเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบ
"คุณหนูไม่ได้มาที่นี่เลยครับ ... คุณท่านโทรเข้ามาบอกว่า จะแวะไปรับคุณหนูที่อพาตเมนต์ แล้วพากลับไปที่ฝรั่งเศสด้วยน่ะครับ"

..... ฝรั่งเศส .....

"ทำไมจุนซูไม่บอกอะไรผมเลยล่ะครับ....เค้าบอกแค่ว่า คุณป้าจะมารับตัวเค้ากลับบ้าน" ชางมินเองก็ไม่คาดคิดว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้เช่นกัน
"คงจะเป็นเรื่องกระทันหันน่ะครับ ตอนที่คุณท่านโทรมา ผมยังได้ยินเสียงคุณหนูโวยวายจากปลายสายอยู่เลย
คุณหนูเองคงจะไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนเหมือนกันนะคับ" ชายชราอธิบาย
"ขอบคุณมากนะครับลุง ... ผมไม่รบกวนลุงแล้วล่ะครับ ... ขอบคุณคุณลุงมากนะครับ"
ชางมินโค้งขอบคุณอีกฝ่าย ก่อนจะลากยูชอนที่นั่งซึมกะทือเอามือกุมหัวอยู่กับพื้นให้ขึ้นรถ แล้วเป็นฝ่ายขับออกไปซะเอง


"คุณจะทำยังไงต่อไป ... ปาร์คยูชอน" ชายหนุ่มที่ต้องมาทำหน้าที่คนขับแทนเจ้าของรถที่นั่งเป็นใบ้อยู่ข้างๆ เอ่ยถามขึ้นมา

"ชั้นจะไปฝรั่งเศส..." ประโยคสั้นๆที่เป็นคำตอบ ออกมาจากปากของร่างสูงที่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างใช้ความคิด
"คุณจะไปทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจุนซูอยู่ที่ไหนงั้นเหรอ ... คุณจะหาเค้าเจอได้ยังไง"
ชางมินหันมามองอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อสายตา .......... หมอนี่เอาจริงแฮะ

"ชั้นไม่รู้....แต่ให้นานแค่ไหนชั้นก็จะหา ... ชั้นจะหาจุนซูให้เจอ .... ชั้นจะไม่ยอมเสียเค้าไป โดยที่ชั้นไม่สามารถทำอะไรได้เลย"
คำตอบที่ฟังดูหนักแน่นของยูชอน ทำให้ชางมินยิ้มออกมาบางๆด้วยความประทับใจ
.... ถึงแม้คนๆนี้จะดูห่ามไปบ้าง แต่ว่าปาร์คยูชอนก็เป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งเลยทีเดียว ....

"ขอให้นายหาจุนซูให้เจอนะ....ชั้นจะเอาใจช่วย..."


.
.
.


"ฮัลโหล! ป๊าเหรอ... ผมจะไปฝรั่งเศส ป๊าหาตั๋วเครื่องบินให้ผมหน่อย"
เสียงทุ้มกรอกไปตามสายโทรศัพท์ส่งไปยังปลายทางที่กำลังง่วนอยู่กับการคุมบ่อนที่สิงค์โปร์
("แกจะไปฝรั่งเศสทำไมวะไอ่นู๋ ... อยู่ๆก็มาบอกแบบนี้ ป๊าจะหาที่ไหนมาให้ล่ะ")
"ไม่รู้แหละป๊า!! ผมจะเอาวันนี้ ป๊าต้องหาให้ผมให้ได้นะป๊า เข้าใจมั้ย" ยูชอนเริ่มหงุดหงิด
("เฮ้ย!! นี่มันตี่สีนะเว้ย ป๊าจะหาที่ไหนมาให้แก! ไหนแกบอกมาซิ แกจะไปทำอะไรที่ฝรั่งเศส") อีริคถามลูกชายที่ดูน้ำเสียงจะร้อนรนผิดปกติ
"จุนซูไปฝรั่งเศส ... แม่เค้าพากลับไปอยู่ที่ฝรั่งเศสด้วย .... ผมต้องไปตามเค้ากลับมาป๊า ... ป๊าหาตั๋วเครื่องบินให้ผมหน่อย"
ยูชอนพูดเสียงอ่อนลง หวังจะให้อีกฝ่ายเห็นใจ ในเวลานี้ คนเดียวที่เขาพึ่งได้ ก็คงจะมีแต่ป๊าเท่านั้นแหละ...
("........")
("แกให้เวลาป๊าสามวันได้มั้ย...เดี๋ยวป๊าจัดการให้....แกรอได้รึเปล่าไอ่นู๋") อีริคเงียบไปซักพัก ก่อนจะพูดต่อรอง
"โหยป๊า!!! สามวัน!!! แค่ตั๋วเครื่องบิน ทำไมต้องรอตั้งสามวัน !!! ผมจะไปพรุ่งนี้!! ผมจะไปพรุ่งนี้!!" ยูชอนโวยวาย
("สามวัน!! ถ้าแกรอไม่ได้แกก็ไปขอทานหาเงินซื้อตั๋วเครื่องบินเองเลย!! อีกสามวันป๊าจะโทรไป แค่นี้นะ!!")
เสียงกระแทกหูจากปลายสายที่ฟังดูก็รู้ว่า อีริคโมโหกับเจ้าลูกชายตัวดีคนนี้ขนาดไหน ทำเอาดีกรีความหงุดหงิดของยูชอนพุ่งขึ้นสูง
ร่างสูงเขวี้ยงโทรศัพท์ลงกับพื้น ก่อนจะล้มตัวลงนอน แล้วเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการวิ่งวุ่นเกือบทั้งคืน ....


.
.


เช้าวันรุ่งขึ้น ...
ยูชอนตัดสินใจไม่ไปโรงเรียน เขาอุ้มเจ้าแมวตัวน้อยที่ดูจะหงอยๆมาวางไว้บนตัก ก่อนยื่นอาหารป้อนให้เจ้าตัวเล็กทีละเม็ด
ยูซูไม่ชอบกินข้าวกับถาดอาหาร ยูชอนต้องป้อนมันให้กับมือนะ ไม่งั้นมันจะไม่ยอมกินข้าวนะรู้รึเปล่า ....

ร่างสูงเดินเข้ามาในครัว ก่อนจะลงมือทำกับข้าวอย่างง่าย