Fic-Alterable

"หม่ามี๊ค้าบ...หยุดร้องไห้เถอะคับ ผมแค่จะออกมาอยู่คนเดียวนะ...อย่าห่วงผมเลยนะคับ" เสียงเล็กๆเอ่ยขึ้นด้วยความกังวลใจ
ชายหนุ่มร่างเล็กหน้าตาน่ารักในชุดเสื้อฮู้ดสีชมพูยี่ห้อดัง กำลังปลอบหญิงวัยกลางคนที่กำลังยืนร้องห่มร้องไห้อยู่ข้างรถเบนซ์คันหรูหน้าคฤหาสน์ตระกูลคิม

"โธ่..ก็แม่เป็นห่วงหนูนี่คะลูก....จุนซู หนูจะออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียวได้ยังไง..หม่ามี๊เป็นห่วงหนูนะคะ
...ตั้งแต่เล็กจนโต หม่ามี๊ไม่เคยจะให้หนูได้ลำบาก งานบ้านอะไรก็ไม่เคยจะให้แตะ หม่ามี๊ดูแลหนูดีขนาดนี้แล้วหนูยังจะทิ้งหม่ามี๊ออกไปอยู่ข้างนอกได้ลงคอเหรอลูก"

ตั้งแต่เล็กจนโต คิม จุนซู คนนี้ถูกเล็กมาอย่างถนุถนอมมาตลอดชีวิต จะขยับตัวทำอะไรทีก็มีคนรับใช้คอยทำให้ตลอด
ตั้งแต่เรื่องใหญ่ๆยันเรื่องเล็กขี้ปะติ๋ว แม้กระทั่งการผูกเชือกรองเท้า ...สบาย สบายมากจนเกินไป
เมื่อโตขึ้น เขาเองถึงได้ตระหนักดีว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาตัวเขาเองยังไม่สามารถทำอะไรประสบความสำเร็จได้ด้วยตนเองซักครั้ง แม้กระทั่งการจุดไม้ขีดไฟ !!
จุนซูจึงได้ตัดสินใจว่า จะลองออกมาใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกเพียงลำพัง เพื่อที่จะให้เขาได้เติบโตและสามารถยืนอยู่ได้ด้วยกำลังตัวเอง...
.... และนี่ก็คือ สาเหตุที่ทำให้หม่ามี๊สุดที่รักของเขา ต้องมายืนร้องห่มร้องไห้อยู่ในตอนนี้ ....

"หม่ามี๊คับ..หม่ามี๊สัญญากับผมแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะให้ผมออกไปอยู่คนเดียว...หม่ามี๊จะผิดสัญญากับผมเหรอ" ร่างเล็กท้วงมารดา
"แต่หม่ามี๊ไม่อยากให้หนูไปนี่คะ..หม่ามี๊ต้องคิดถึงหนูแน่ๆเลย จุนซู อย่าไปเลยนะคะ หนูไม่รักหม่ามี๊แล้วเหรอ" คุณนายคิมใช้ไม้ตายสุดท้าย
...คิดๆแล้วยังโกรธตัวเองไม่หาย ทำไมชั้นถึงเผลอไปอนุญาตได้นะ ..เพราะแพ้น้ำตาเจ้าลูกชายตัวดี ที่ลงทุนมาเฝ้าอ้อนวอน 3 วัน 3 คืนเต็มๆ
แล้วไงล่ะ ตัวเองถึงได้มานั่งร้องไห้อยู่ตอนนี้ยังไงล่ะ ....หม่ามี๊ คิดถึงหนู นะลูก จุนซู

ชายร่างเล็กดึงมารดาเข้ามากอดอย่างแผ่วเบา พร้อมพูดด้วยที่น้ำเสียงอ่อนโยน
"อย่าพูดอย่างงั้นสิคับหม่ามี๊..ผมรักหม่ามี๊ที่สุดในโลกเลย..แต่ว่านะผมเองก็อยากที่จะลองใช้ชีวิตด้วยตัวเองบ้างนี่คับ..หม่ามี๊เข้าใจผมใช่ไหม
....แล้วก้อถ้าหม่ามี๊คิดถึงผม ก็ไปหาผมได้ที่โรงเรียนนี่คับ ผมไม่ได้ย้ายโรงเรียนซะหน่อย หม่ามี๊ไปหาผมได้ทุกวันเลยน้าาา..."
จุนซูยิ้มน่ารักให้มารดา รอยยิ้มที่ทำให้อีกฝ่ายใจอ่อนลงฮวบ ....ตกลงจะไปให้ได้เลยใช่ไหมเนี่ย

"5เดือนเท่านั้นนะคะลูก ..ถ้าครบ 5เดือนเมื่อไหร่ หม่ามี๊จะไปรับหนูกลับถึงที่เลยนะ" คุณนายคิมที่เลิกร้องไห้เพราะใจอ่อนให้กับลูกชายตัวดียื่นคำขาด
"เย้ !รักหม่ามี๊ที่สุดในโลกเลยคับ" ร่างเล็กกระโดดเข้ากอดมารดา แล้วหอมแก้มซ้ายทีขวาที
"งั้นผมไปแล้วนะคับหม่ามี๊...ดูแลตัวเองดีๆนะคับ" หลังจากที่ร่ำลากันพอควร ร่างเล็กก็ตัดสินใจออกเดินทางไปยังที่พักหลังใหม่
"ดูแลตัวเองดีๆนะคะ จุนซู" คุณนายคิมกอดลูกชายสุดที่รักแล้วลูบหัวเบาๆ ...ให้ตายสิไม่อยากให้ไปเลย
....ร่างเล็กก้าวขาขึ้นรถเบนซ์คันหรูพลางโบกมือลามารดาที่รักพลางยิ้มให้อย่างอ่อนโยน....

และแล้ว ขบวนรถของคุณชายคิม จุนซู ก็แล่นออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ไป ตามติดไปด้วยเสียงร้องไห้โหยหวนของคุณนายคิมอีกรอบ

"โฮ!!!...จุนซู จุนซูของแม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่ม่ !!!!!!"


---------------------------------------------------------------

ณ อพาตเมนต์ขนาดย่อมใจกลางกรุงโซล

เด็กหนุ่มร่างสูงกำลังรีบเร่งเก็บของที่อยู่เกลื่อนกลาดเต็มพื้นห้อง ลุกลามไปยังที่โต๊ะกินข้าวแถมยังลุกลามไปถึงเปียโนตัวโปรดของเขา
ปาร์ค ยูชอน รีบเร่งโกยขยะทั้งหลายลงในถุงดำ พลางจับไม้กวาดมาทำความสะอาดห้องอย่างรีบเร่ง ด้วยเหตุผลที่ว่า
เพื่อนร่วมห้องคนใหม่ของเขากำลังจะเดินทางมาถึงในไม่ช้า...จะไม่ให้เก็บรังหนูนี้ก็กระไรอยู่ เด๋วไก่ตื่นหมด ???

ปาร์ค ยูชอน ชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาจัดว่าดูดี ถ้าไม่ติดท่าทางที่แสนกวนประสาทอันเข้ากับผมหางม้าสีทองนั่น คงจะเรียกคะแนนนิยมได้อีกโข
เด็กหนุ่มคนนี้กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียน เฮซอง...โรงเรียนที่รวมเหล่าอันธพาลมากหน้าหลายตามากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงโซล
ไม่น่าแปลกในที่จะมีรายชื่อของ ปาร์ค ยูชอน หรือที่รู้จักกันดีในนาม มิกกี้ ยูชอน คนนี้ ติดอยู่ในโผบัญชีดำของฝ่ายปกครอง
ก้อพี่แกเป็นถึงลูกชายเจ้าของบ่อนใต้ดินขนาดใหญ่...ทำให้ยูชอนมีโอกาสเผชิญสถานการณ์เสี่ยงอันตรายทุกรูปแบบ
ทั้งวิ่งหลบกระสุน ถูกลอบฆ่า หนีตำรวจ ลักพาตัว และอื่นๆอีกมากมาย...แต่ยูชอนกลับรู้สึกสนุกที่ได้เผชิญกับมัน เค้ารู้สึกว่านั่นทำให้เขาแข็งแกร่งมากขึ้น

แต่ให้ตายสิ ไอ่พ่อบ้า แค่เค้าโดนทัณฑ์บนอีกครั้งแล้วจะไล่ออกน่ะ...แค่นี้ก็ต้องตัดงบค่าใช้จ่ายเป็นการลงโทษซะด้วย มีที่ไหนกันพ่อแบบนี่น่ะ
แล้วก้อมาลำบากอยู่นี่ไง ค่ากิน ค่าเที่ยวก็จะไม่พออยู่แล้ว ไหนจะค่าห้องนี่อีก
คนที่มนุษย์สัมพันธ์ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่อย่างเขาคนนี้เลยต้องหาเพื่อนร่วมห้องมาช่วยหารด้วยน่ะสิ
ว่าแต่...เจ้าของอพาตเมนต์บอกว่าจะมาแล้วนี่นา ทำไมยังมาไม่ถึงอีกนะ....

.
.
.
.
.

"ตุ๊บ!!"
"ครืด....ครืดดดด...ครืดดด..."

....เสียงบ้าอะไรวะเนี่ย ใครมาลากอะไรแถวนี้ คนจะหลับจะนอน....

"ก๊อกๆๆๆ...ก๊อกกกๆๆๆ" เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้คนที่หงุดหงิดงัวเงียเมื่อกี้สะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างเต็มตา

ภาพตรงหน้าที่ปรากฏหลังจากที่เปิดประตูออกไป ก็พบกับหนุ่มน้อยร่างเล็กหน้าหวานยังกะผู้หญิงในชุดเสื้อกันหนาวสีชมพูดูเข้ากับตัว
ใบหน้าหวานแดงระเรื่อเล็กน้อย เหงื่อเม็ดเล็กๆเกาะอยู่ตามใบหน้า แถมยังส่งเสียงหอบแฮ่กๆอีกต่างหาก...

"อ๊า..คุณคงจะเป็นคุณปาร์ค ยูชอน สินะคับ...ผม คิม จุนซู ที่จะมาแชร์ห้องกับคุณนะคับ ยินดีที่ได้รู้จักนะคับ"
ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดออก จึงรีบยิ้มหวานและกล่าวแนะนำตัวอย่างเสร็จสรรพ

"ยินดีที่ได้รู้จักนะ" ร่างสูงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และยิ้มให้บางๆ
"แล้วไหนห้องของผมล่ะคับ" ร่างเล็กเอ่ยถาม
"อ่อ..เข้ามาสิ"ร่างสูงเปิดประตูห้องให้กว้างขึ้น และนั่นก็ทำให้เขาเห็นสาเหตุของเสียงครืดคราดเมื่อสักครู่นี้
กระเป๋าเดินทางของหลุยต์วิตตองใบใหญ่ยักษ์ ขนาดพอที่จะยัดควายลงไปได้สองตัว นอนแอ้งแม้งอยู่ที่หน้าห้อง
ที่เจ้านี้คงจะลากขึ้นมาด้วยสิเนี่ย...มิน่าเหงื่อโทรมเชียว

"อา..เด๋วชั้นยกให้เอง" ร่างสูงรีบห้ามไว้เมื่อเห็นร่างเล็กตั้งท่าจะเข้าไปแบกกระเป๋านั้นเข้ามาในห้อง...สงสารว่ะ เด๋วจะโดนกระเป๋าทับตายซะก่อน

.
.
.
.

"ผมเรียนอยู่ที่ซองนัมคับ คุณเรียนที่เฮซองใช่ม้า ทางเดียวกันเลยนะคับ ดีจังเราจะได้ไปโรงเรียนด้วยกัน...@#$%^~W"
เสียงเล็กๆดังจากปากของคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างหน้าไม่หยุด...พอหายเหนื่อยปุ๊บก็จ้อใหญ่เลย อะไรเจาะปากมาพูดเนี่ย
ปาร์ค ยูชอนที่นั่งฟังฝ่ายตรงข้ามพูดอยู่นานเอ่ยปากขึ้นขัดจังหวะ เพราะเห็นว่า นี่ก้อเย็นมากแล้ว...
"นี่ก็เย็นแล้ว นายหิวไหม"
ร่างเล็กพยักหน้าหงึกๆ ...พูดนานไปหน่อยจนลืมเวลาเลยนะเรา หิวจังเลยย
"แล้วนายจะกินอะไรล่ะ" ร่างสูงถาม
"อะไรก็ได้คับ แล้วแต่ยูชอนละกัน" >O<
"งั้นนายไปต้มน้ำร้อนนะ เดี๋ยวชั้นไปซื้อบะหมี่ก่อน" ร่างสูงเดินลงไปข้างล่างเพื่อที่จะไปซื้อของ

.
.
.
.

10 นาทีผ่านไป

"กลับมาแล้ว" ร่างสูงส่งเสียงทักทายตามธรรมเนียม

....แกร็ก....แกร็ก.....เสียงดังมาจากในครัว จุนซูต้มน้ำร้อนเสร็จรึยังเนี่ย
"อ้าว นี่นายยังไม่ได้ต้มน้ำอีกเหรอ" ยูชอนถาม งงๆ เมื่อเห็นร่างเล็กกำลังงกๆเงิ่นๆอยู่ในครัว และยังไม่เห็นวี่แววของน้ำร้อนเลย

"คือ..ผม จุดแก๊ส ไม่เป็นอ่ะ"

O_o"

.
.
.
.

"แล้วทำไมนายไม่บอกชั้นว่าจุดแก๊สไม่เป็นล่ะ" ยูชอนถามขึ้นขณะกำลังนั่งกินบะหมี่ด้วยกันอยู่ที่โต๊ะกินข้าว
"ก็ผมนึกว่า ยูชอนมีกระติกน้ำร้อนไฟฟ้านี่" จุนซูตอบอ้อมแอ้ม ... น่าอายชะมัด แค่แก๊สก็จุดไม่เป็นนะเรา
"นายเป็นพวกลูกคุณหนูอะไรอย่างงี้รึป่าวน่ะ แค่แก๊สก็จุดไม่เป็น" ปากเริ่มออกฤทธิ์ซะแล้ว มิกกี้
"ไม่ใช่ซักหน่อย....ก้อแค่ไม่เคยทำ" จุนซูเถียง
"แล้วผมก็ไม่ใช่ลูกคุณหนูด้วย"
"อ่อ ถ้าไม่ใช่ลูกคุณหนูก้อต้องล้างจานเป็นสินะ...งั้นชั้นฝากล้างด้วยละกัน เดี๋ยวชั้นมีนัดกับเพื่อนน่ะ"
ยูชอนยิ้มเจ้าเล่ห์ให้คนตัวเล็ก แล้วเดินเข้าห้องไปเพื่อจะไปอาบน้ำแล้วไปตามนัด ทิ้งให้จุนซูนั่งอยู่คนเดียว
"แค่ล้างจานเองสบายมาก" ร่างเล็กยิ้มอย่างมั่นใจ
.
.
.
"เพล้ง!!"
"อ๋า!!!!!"
"เสียงอะไรน่ะ!!!" ยูชอนที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จเดินออกจากห้องมา พอดีกับเสียงจานแตกที่ดังมาจากในครัว

"เป็นอะไรรึป่าวจุนซู" ร่างสูงรีบวิ่งเข้าไปหาเมื่อเห็นคนตัวเล็กกำลังกุมมืออีกข้างของตัวเองที่เลือดไหลอยู่
"หวา..จานแตกหมดเลย" ร่างเล็กหน้าเสีย
"ช่างจานมันเถอะน่ะ..มาทำแผลก่อน" ยูชอนลากเจ้าตัวเล็กไปทำแผลที่โซฟา

.
.
.

"นี่นายแพ้น้ำยาล้างจานรึปล่าวเนี่ย" ร่างสูงหลังจากที่ทำแผลให้เสร็จก็นั่งพิจารณามือของร่างเล็กไปมา
ตุ่มแดงเม็ดเล็กๆเริ่มจะขึ้นมาทีละน้อย ทำเอามือของร่างเล็กแดงไปหมด....นายนี่มันบอบบางอะไรอย่างงี้นะ

"ฮึกก..ฮึกก..แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" จู่เจ้าของมือที่ยูชอนถือไว้อยู่ก็ร้องไห้ ทำเอาร่างสูงตกใจทำอะไรไม่ถูก
"นี่นายเป็นอะไรน่ะ ร้องไห้ทำไม".....ให้ตายสิชั้นไม่ชอบให้ใครมาร้องไห้ต่อหน้าชั้นนะ
"ฮึกก..ก้อชั้นน่ะ มันไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ทำอะไรก็ไม่เป็นซักอย่าง แค่ล้างจานยังทำไม่ได้เลย ชั้นมันไม่ได้เรื่องจิงๆ ...โฮๆๆๆ"
ร่างเล็กร้องไห้ฟูมฟายหนักกว่าเก่า

ชัดเลย..หมอนี่ต้องเป็นพวกลูกคุณหนูแน่ๆเลย ทำอะไรไม่เป็นซักอย่าง แถมยังขี้แยอีกต่างหาก
โอ๊ยยย แล้วเมื่อไหร่จะหยุดร้องล่ะเนี่ย ... นี่ชั้นปลอบใจใครไม่เป็นหรอกนะ >"<

"เอาเหอะน่า เดี๋ยวนานๆไปนายก็ทำได้เองแหละ ไม่มีใครทำอะไรเป็นมาตั้งแต่เกิดซักหน่อย เดี๋ยวชั้นสอนนายเองก็ได้"
คงไม่ลำบากนักหรอกมั้ง แค่สอนเจ้าบ้านี่ทำงานบ้านน่ะ ...อย่างน้อยถ้ามันทำเป็น เราก็จะได้ไม่ต้องทำเองคนเดียว

"จิงๆนะ..นายจะสอนชั้นจิงๆนะ" คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมาถามเพื่อความมั่นใจ
"อือ"
"เย้!!!" ร่างเล็กกระโดดเข้ากอดอีกฝ่าย แล้วยิ้มอย่างดีใจ ...สัมผัสนั้นทำให้อีกฝ่ายหน้าแดงจนทำอะไรไม่ถูก (เขินเป็นด้วยเหรอ)
"เฮ้ย...พอๆๆ เดี๋ยวฟ้าผ่าตายกันพอดี" ยูชอนดันจุนซูออก แล้วทำเป็นก้มหน้าก้มตาเก็บอุปกรณ์ทำแผลเพื่อซ่อนใบหน้าแดงๆเอาไว้
"ร้ากกยูชอนที่สุดในโลก ฮี่ๆๆ" จุนซูเข้าไปกอดร่างสูงไว้จากด้านหลังแล้วเอาหัวถูไถเบาๆยังกะลูกแมวอ้อนเจ้าของ

....ว๊ากกกกกก นี่ตกลงชั้นจะต้องมาเลี้ยงคุณหนูแมวเหมียวขี้อ้อนใช่ไหมเนี่ยยยยยยยยยย.....ยูชอนกรีดร้องในใจ ><"


################# TBC



Fz* Do you Belive in Destiny ?? ... ... Junsu&Yuchun... Born 2 love ... ...Thx for your visit my blog ^^...
View full profile