Fic-La-ma-Prince

[Fic] .. La' ma Prince~.. [Yoosu] # 5

posted on 21 May 2009 14:07 by funkyboyz  in Fic-La-ma-Prince


[Part#5]


"ดีแต่สร้างเรื่องได้ไม่หยุดจริงๆ!ให้ตายสิ!"
เสียงทุ้มสบถ ก่อนใส่เกียร์เหยียบคันเร่ง ให้ Audi R8ลูกรัก ได้พุ่งทะยานออกไปในความมืด
พร้อมกับแจจุงและยุนโฮที่เอาแต่นั่งทำหน้าเครียด หลังจากได้รับสายจากชางมิน ที่โทรมารายงานว่าเห็นข่าวจากทีวี
กำลังถ่ายทอดเหตุการณ์สด เกี่ยวกับคนจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตายที่สะพานข้ามแม่น้ำฮัน
ซึ่ง ชางมินก็มั่นใจเหลือเกิน ว่าผู้ชายตัวเล็กๆที่ยืนอยู่บนขอบสะพานในภาพข่าวนั้น คือ จุนซู เจ้าเด็กแสบที่วิ่งหนีออกจากห้องไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ป่านนี้จุนซูจะเป็นยังไงบ้างนะ...พระเจ้า ~ ขอร้องล่ะ อย่าเพิ่งใจร้อนโดดลงไปเลยนะจุนซู"
เสียงหวานของนักร้องนำผู้เป็นเพื่อนรักที่กำลังนั่งกุมมืออธิษฐานอยู่ที่เบาะหน้าข้างคนขับ
ทำเอายูชอนต้องหงุดหงิดที่ร่างบางดูจะเป็นห่วงเป็นใยเจ้าตัวแสบนั่นมากเกินไป ทั้งๆที่เพิ่งโดนฝ่ามือน้อยๆนั่นตบเข้าที่หน้ามาแท้ๆ

"นายจะเป็นคนดีเกินไปหน่อยมั้ยแจจุง นายกับจุนซูเพิ่งเห็นหน้ากันแค่ครั้งเดียว แถมยังโดนเจ้านั่นตบเข้าอีกต่างหาก
ถ้าชั้นเป็นนายนะ ชั้นจะแช่งให้รีบๆโดดน้ำลงไปให้รู้แล้วรู้รอด จะได้ไม่ต้องกลับมาสร้างปัญหาให้กับใครอีก"
ด้วย อารมณ์โกรธที่ยังครุกรุ่นอยู่ทำให้ร่างสูงอดจะบ่นว่าตามนิสัยของตัวเองไม่ ได้ แม้ว่าภายในใจที่แท้จริง เขาก็ไม่ได้ต้องการให้มันร้ายแรงถึงขนาดนั้น

"ชั้นสงสารจุนซูนะยูชอน..ถ้านายเป็นเค้า ถ้านายความจำเสื่อมจำอะไรไม่ได้ซักอย่าง แถมต้องมาอยู่ในที่ๆไม่คุ้นเคย
อยู่กับคนที่ไม่เคยรู้จัก แถมยังอารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนาย มันน่าสงสารจะตายไปไม่ใช่เหรอ" คำพูดของร่างบางทำเอาอีกฝ่ายต้องขมวดคิ้ว

"นี่นายกำลังจะด่าชั้นใช่มั้ยเนี่ย"

" ชั้นไม่ได้ด่า..ชั้นรู้ว่านายมันก็แค่ใจร้อน โมโหง่าย อะไรไม่ถูกใจเข้าหน่อยก็หงุดหงิด..แต่จริงๆแล้วนายก็เป็นคนดี ใจดี แล้วก็อ่อนโยน
ไม่งั้นนายคงไม่ยอมเก็บจุนซูมาจากกลางถนนนั่นหรอกจริงมั้ย" แจจุงยิ้มบางให้เพื่อนรักที่รู้จักกันมาตั้งแต่ตอนประถม

ร่างบางรู้ดีว่า ยูชอนที่คนอื่นอาจจะมองว่าเป็นคนโมโหร้าย ปากร้าย แข็งกระด้าง แท้จริงแล้วเพื่อนของเค้าก็เป็นคนอ่อนโยนมากเหมือนกัน
แต่ ยูชอนเลือกที่จะทำอย่างนั้น เพียงเพราะเค้าไม่อยากให้คนอื่นเห็นว่าเขาอ่อนแอ จนถูกรังแก ถูกล้อว่า เป็นเด็กบ้านแตก พ่อแม่แยกทางกัน

"อืม..อันที่จริงแล้ว ชั้นว่านายเองก็เอาแต่ใจไม่แพ้จุนซูหรอกนะ..แล้วที่นายโมโหจุนซูขนาดนั้น เพราะเค้าไม่ยอมเชื่อฟัง แล้วก็ทำตามคำสั่งนายมากกว่า"

"ชั้นเนี่ยนะเอาแต่ใจ ~ บ้าน่า! ต่อให้เป็นนาย เจอคนมาสร้างเรื่องให้ไม่หยุดหย่อนแบบนั้น ใครจะไปทนได้....จริงมั้ยวะยุนโฮ"
ร่าง สูงถามพลางเหลือบมองไปที่กระจกหลัง มองอีกฝ่ายที่นั่งเงียบอยู่ตั้งแต่ขึ้นรถเพื่อหาพวก แต่กลับได้รับการส่ายหน้าเบาๆอย่างไม่เห็นด้วย

"วิธีการของแกมันผิด ยูชอน ..จุนซูแรงมา แล้วแกแรงกลับ มันก็จะยิ่งทะเลาะกันแรงเข้าไปใหญ่" ยุนโฮเอ่ย

"จะให้ชั้นมานั่งโอ๋ นั่งตามใจแบบนายน่ะเหรอ อย่างงั้นเจ้านั่นก็ยิ่งได้ใจตายน่ะสิ ไม่มีทางหรอก!"

" ไม่ได้ให้โอ๋ ไม่ได้ให้ตามใจ พวกเราก็แค่อยากให้นายใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์..จุนซูยังเด็กนะยูชอน เค้าอาจจะถูกเลี้ยงมาแบบตามใจทั้งชีวิตก็ได้
ถ้าเราไม่ค่อยๆสอนให้เค้า เข้าใจว่าอะไรถูกอะไรผิด แต่กลับไปดุด่าตะคอกใส่เค้าแบบนั้น จุนซูก็จะต่อต้านมากกว่าจะเชื่อฟังนะ" แจจุงเอ่ยแนะนำ

"ชั้นเชื่อนะว่า ที่จริงแล้วจุนซูไม่ได้นิสัยแย่อะไรนักหรอก ถ้าเราค่อยๆสอนเค้า บางทีเค้าอาจจะกลายเป็นเด็กน่ารักไปเลยก็ได้"

ยูชอนเบ้ปากพลางส่ายหัวเบาๆอย่างไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อนรัก

..เจ้านั่นน่ะเหรอน่ารัก! ต่อให้ไปเกิดใหม่อีกซัก 10 ชาติ เขาก็ไม่คิดว่า จุนซูจะกลายเป็นเด็กน่ารักอย่างที่แจจุงพูดได้หรอก..

..ถ้ากลายเป็นงั้นได้จริง ปาร์คยูชอนคนนี้ยอมให้เอาขี้หมามาป้ายหน้าเลยเอ๊าา!..


.
.
.


สาย ลมเย็นที่พัดปะทะร่างในยามค่ำคืน กับทิวทัศน์ของแม่น้ำสายสำคัญที่ทอดตัวยาวอยู่เบื้องหน้า ดูสวยงามราวกับเป็นภาพวาดของจิตรกรชื่อดังผู้เป็นตำนาน
แต่นั่นกลับไม่ทำให้องค์ชายน้อยแห่งราชวงค์โซซอนสำราญใจอย่างที่ได้คิดไว้
เพียงเพราะเสียงจอกแจกจอแจจากฝูงชนมากมายที่ทยอยกัน เดินเข้ามารายล้อมอยู่ห่างๆ

..ช่างน่ารำคาญเสียจริง!!..


ดวงตาเรียวเล็กกวาดมองผู้คนที่ยืนอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาของเขาอย่างรำคาญใจปนหงุดหงิด
ทั้งที่ตั้งใจจะมานั่งรับลมอยู่บนขอบสะพานที่ปราศจากผู้คน เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ให้กลับมาเป็นดังปกติ
แต่เพียงแค่ครึ่งชั่วยาม ก็กลับมีผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้ามายังที่ที่เขาอยู่ มีรถม้าหน้าตาประหลาดที่มีจานใบใหญ่อยู่ด้านบนจอดอยู่รอบ
แถมยังแสงตะเกียงดวงใหญ่ที่สว่างราวกับดวงอาทิตย์ สาดส่องมายังเขา พร้อมกับคนประหลาดยืนพูดคนเดียวอยู่หน้ากล่องสีดำ

..คนพวกนี้มาทำบ้าอะไรที่นี่กัน!..



"ดิชั้น คิมแดอึน จาก KBS ถ่ายทอดสดจากสะพานข้ามแม่น้ำฮัน เวลาสองนาฬิกายี่สิบสี่นาที
ขณะนี้มีเด็กชายอายุประมาณ 18 ปี ไม่ทราบชื่อและนามสกุล ขู่กระโดดน้ำฆ่าตัวตาย โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด
คาดว่าจะเป็นปัญหาจากครอบครัวหรือปัญหาเรื่องความรัก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจะส่งคนเข้าไปเจรจาค่ะ"

นักข่าวสาวหน้าใหม่รายงานสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างโอเวอร์สุดๆ ด้วยไม่ค่อยมีข่าวน่าตื่นเต้นแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยนัก
ก่อนหลีกทางให้กล้องซูมเข้าไปจับภาพคนตัวเล็กที่นั่งแกว่งขาเล่นอย่างไม่สนใจใครอยู่บนขอบสะพาน

หลัง จากที่วิ่งร้องไห้ออกมาจากผับ จุนซูก็ยิ่งวิ่งออกมาไกลเรื่อยๆ ในใจคิดแต่จะหนีไปให้พ้นจากพวกคนใจร้ายที่ไม่มีใครเข้าข้างเขาเลยซักคน
วิ่ง วนอยู่นาน แข้งขาก็เริ่มล้าจนต้องหยุดพัก พอเงยหน้าขึ้นมองสิ่งต่างๆรอบตัวอีกที เบื้องหน้าของเขาก็เป็นแม่น้ำสายยาวที่ไหลเอื่อยอยู่ในความมืด



กลิ่น ของน้ำและสายลมที่พัดลอยมา ทำให้หัวใจดวงน้อยที่อึดอัดปะปนด้วยหลากหลายความรู้สึกจนแทบระเบิด ผ่อนคลายลงเองได้โดยไม่ทันรู้สึกตัว
และเมื่อกวาดสายตามองขึ้นไปด้านบนนั้น สะพานสูงขนาดใหญ่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ก็ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า
จน อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าได้อยู่ในที่สูงและนั่งรับลม ชมวิวสวยๆจากบนนั้น อาจจะทำให้เขาลืมเลือนเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นมาในชีวิตนี้ได้บ้าง

..ไม่ได้คิดเลยซักนิดว่ามันจะยิ่งทำให้ชีวิตของเขาวุ่นวายไปมากกว่าเดิม..



"ใจเย็นๆนะหนู มีอะไรค่อยๆพูดกันได้นะครับ อย่าเพิ่งกระโดดลงไปเลยนะ"
เสียง ทุ้มของชายวัยกลางคนที่ดังขึ้นใกล้ๆ เรียกความสนใจจากร่างเล็กให้หันไปมองเบื้องหน้า ที่มีชายคนหนึ่งใส่เสื้อสีฟ้ากางเกงสีน้ำเงินเดินเข้ามาใกล้

"หนูชื่ออะไรครับ มีญาติที่ไหนรึเปล่า มีเบอร์ติดต่อมั้ย เดี๋ยวทางเราจะติดต่อญาติให้มารับตัวนะ อย่าทำอะไรวู่วามนะครับ"
นาย ตำรวจใหญ่พยายามพูดเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายที่นั่งทำหน้างงอยู่ เขานึกดีใจที่คนตัวเล็กไม่มีทีท่าต่อต้านหรือทำท่าจะกระโดดลงไปแต่อย่างใด

" เจ้าจะส่งข่าวให้ท่านพ่อมารับตัวข้ากลับได้จริงๆรึ" ดวงตาใสส่องประกายแห่งความหวัง หากคนผู้นี้สามารถติดต่อกับท่านพ่อได้จริง เขาก็จะได้กลับวังเสียที

"ใช่แล้วล่ะ พ่อของหนูชื่ออะไร ทางเราจะได้ติดต่อให้" ผู้ทำหน้าที่เกลี้ยกล่อมรีบเอ่ยถามข้อมูลเมื่อเห็นอีกฝ่ายสนใจ
แม้จะแปลกใจกับสำนวณการพูดของร่างเล็กอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร ด้วยอยากให้เรื่องรีบๆจบไปเสียที ก่อนที่อีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ

"ท่านพ่อของข้า คือ พระเจ้าแทโจแห่งราชวงค์โซซอน"

"หา!!"
เสียง เล็กที่เอ่ยอย่างมั่นใจและไม่ได้มีทีท่าล้อเล่นนั้น ทำเอาคุณตำรวจถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก ด้วยความที่ไม่เคยเจอเคสคนจะฆ่าตัวตายที่มีอาการแบบนี้
และเด็กชายตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ไม่ได้ดูเหมือนคนบ้าเสียสติ แต่ทำไมถึงพูดจาเพ้อเจ้อได้อย่างหน้าตาเฉย



"เอ่ออ...ขอทางหน่อยครับ เราเป็นญาติของเด็กคนนี้ครับ"เสียงเอะอะดังราวกับเป็นระฆังช่วยชีวิต
นาย ตำรวจใหญ่ที่ไม่รู้จะหาคำพูดอะไรมาพูดกับคนตรงหน้า รีบหันไปมองชายหนุ่มสามคนที่กำลังฝ่าบรรดานักข่าวและเจ้าหน้าที่ตำรวจวิ่ง เข้ามาหา
ริมฝีปากหนากำลังจะอ้าปากถามเด็กหนุ่มทั้งสามเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ แต่เสียงแหลมเล็กก็ดังขึ้นแทรกเสียก่อน

"จะตามมาด่าว่าอะไรข้าอีก!หรือจะต้องให้ข้ากระโดดลงไปในแม่น้ำนี่ พวกเจ้าถึงจะพอใจ!"
องค์ชายน้อยตะโกน พลางมองไปยังชายหนุ่มทั้งสามอย่างน้อยใจปนโกรธ
โดยเฉพาะกับยูชอนที่ทำให้เขารู้สึกน้อยใจยิ่งกว่าใคร เพราะร่างสูงเอาแต่ด่าว่าเขาสารพัด โดยไม่เคยฟังคำพูดของเขาเลยซักนิด

"อย่าทำแบบนั้นเลยน่ะจุนซู ลงมาคุยกันข้างล่างดีกว่า"
ร่างสูงที่ถูกแจจุงผลักให้ออกมาเจรจากับอีกฝ่าย เพราะเป็นตัวต้นเหตุ เอ่ยขึ้นอย่างใจเย็นกับคนตรงหน้า
ยอมรับว่าเมื่อได้เห็นคนตัวเล็กนั่งหมิ่นเหม่อยู่ตรงขอบสะพานแบบนั้น เขาก็กลัวอีกฝ่ายจะตกลงไปจริงๆ

"ไม่!ข้าไม่มีอะไรจะพูดกับไพร่ไร้มารยาทอย่างเจ้า!"
เส้นเลือดที่ขมับขวากระตุกวูบเมื่อได้ยินคำพูดดูหมิ่นของร่างเล็ก
ดวงตาคมวาวโรจน์อย่างนึกโกรธ เตรียมอ้าปากจะพูดโต้ตอบด้วยคำพูดเจ็บแสบ แต่ดีที่ถูกแจจุงสะกิดเตือนสติไว้ก่อน

..จุนซูแรงมา แล้วแกแรงกลับ มันก็จะยิ่งทะเลาะกันแรงเข้าไปใหญ่..

คำพูดของยุนโฮแล่นเข้ามาในหัว ทำให้ร่างสูงต้องหลับตาพลางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติดับความโกรธ
ถึงแม้ในใจจะค้านอย่างหนัก ว่าทำไมตัวเองจะต้องกลายเป็นฝ่ายยอมเจ้าเด็กดื้อตรงหน้านี่ด้วย

"ใจเย็นๆสิจุนซู ..ชั้น..เอ่ออ..ชั้นขอโทษที่พูดไม่ดีกับนาย ตอนนั้นชั้นกำลังโมโห นายอย่าถือสาเลยนะ"
ยูชอนเอ่ยคำขอโทษออกมาอย่างลังเล เพราะคิดว่าตัวเค้าเองไม่ผิด แต่มันก็ดูเหมือนจะทำให้คนฟังรู้สึกอารมณ์ดีขึ้น ทันตาเห็น


"เมื่อสักครู่เจ้าขอโทษข้าอย่างนั้นรึ"
เสียงเล็กเอ่ยขึ้นอย่างเป็นต่อ เมื่อเห็นอีกฝ่ายยอมเขา ริมฝีปากบางเผลอยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนเอ่ยสั่งด้วยหน้าตาเจ้าเล่ห์
"พูดอีกครั้งสิปาร์กยูชอน เมื่อกี้ข้าได้ยินไม่ค่อยถนัด"

..เหอะ..ได้ทีเอาใหญ่เลยนะไอ้ตัวแสบ..
ร่างสูงสบถในใจ ก่อนรีบเอ่ยคำขอโทษ เพื่อจะให้เรื่องรีบๆจบไป

"ชั้นขอโทษ!ขอโทษที่พูดไม่ดีกับนาย อย่าถือสาเลยนะจุนซู!"
ยูชอนพูดกระแทกเสียงเอ่ยคำขอโทษ พลางมองสบเข้ากับสายตาเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย ...ฝากไว้ก่อนเหอะ อีกสิบปีค่อยล้างแค้นก็ยังไม่สาย!


"อยากให้ข้ายกโทษให้เจ้าเช่นนั้นรึ ~ คุกเข่าลงขอร้องข้าสิ คุกเข่าลงขอโทษข้า แล้วข้าจะอภัยโทษให้เจ้า"

"จะมากเกินไปแล้วนะ!"

ร่างสูงเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่จึงพูดสวนกลับไป ทำท่าจะเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย แต่ถูกแจจุงกับยุนโฮดึงตัวเอาไว้ได้


"ใจเย็นๆสิยูชอน เดี๋ยวจุนซูก็กระโดดลงไปหรอก"

"แต่เจ้านี่มันกวนประสาท!"

"อดทนหน่อยเถอะน่า!"

เสียงของชายสามคนที่ทุ่มเถียงกันแว่วเข้ามาในหู

.. ที่แท้เจ้าพวกนี้ก็กลัวข้าจะกระโดดน้ำตายสินะ ..น่าหัวเราะสิ้นดี ..คนอย่างข้า ไม่มีทางคิดสั้น ฆ่าตัวตายเป็นคนขี้แพ้เช่นนั้นหรอก..

องค์ ชายน้อยเหยียดยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะผุดลุกอย่างรวดเร็ว ขึ้นมายืนอยู่ตรงขอบสะพาน ทำเอาผู้คนที่มองดูอยู่ แตกตื่นอย่างใจหายใจคว่ำ


"ที่เจ้าไม่ทำก็เพราะคำขอโทษของเจ้าเป็นเพียงคำลวง ถ้าข้ายอมลงไปเจรจากับเจ้า สุดท้ายเจ้าก็จะเอาแต่ด่าว่าข้า ทำร้ายข้าเหมือนเดิม
เช่น นั้นแล้ว ข้าจะกลับไปกับเจ้าเพื่อสิ่งใดกัน ..สู้ฆ่าตัวตายไป ยังจะดีเสียกว่า" เสียงเล็กเอ่ยตัดพ้อ พลางหันหน้าออกนอกสะพานทำท่าจะโดดลงไปด้านล่าง
ทำให้ชายทั้งสามต้องตะโกนห้ามออกมาเสียงดัง เรียกรอยยิ้มเล็กๆจากริมฝีปากบางให้ปรากฏบนใบหน้าหวาน

"ทำเถอะน่ายูชอน ถ้าจุนซูกระโดดลงไปจะทำยังไง"
ยุนโฮที่หัวใจเกือบหยุดเต้นกับเหตุการณ์เมื่อครู่ คะยั้นคะยอเพื่อนรักให้ทำตามที่คนตัวเล็กขอ โดยมีแจจุงคอยกล่อมอีกแรง
"แค่แปปเดียวเองยูชอน แค่คุกเข่าเอง"

"พวกนายไม่มาคุกเข่าแทนชั้นบ้างล่ะ!"
ร่าง สูงโวยวาย แต่เมื่อกี้เขาเองก็ใจหายเหมือนกัน ตอนเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะโดดลงไปแบบนั้น ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นมารยาของเจ้าเด็กแสบนั่นก็เถอะ

"ท่านพี่ ท่านพ่อ ถ้าข้ากระโดดลงไป จะได้พบกับพวกท่านอีกรึเปล่านะ" เสียงเล็กที่แกล้งรำพึงดังแว่วเข้ามา เร่งเร้าให้ยูชอนต้องยอมจำนน


"เออๆๆคุกเข่าก็ได้"

มือกีต้าร์สุดหล่อขวัญใจสาวๆทั้งผับ ค่อยๆทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าองค์ชายน้อยแห่งโซซอนที่หันหลังกลับมามองอย่างเต็มตา
ร่างสูงกัดฟันเอ่ยขอโทษเสียงเเข็งพลางถลึงตาใส่อีกฝ่าย ที่ดูเหมือนจะชอบใจที่ทำให้เขายอมคุกเข่าได้

"...ชั้นขอโทษที่พูดไม่ดีกับนาย!..ขอโทษที่ทำร้ายนาย!..ยกโทษให้ชั้นแล้วก็ลงมาเถอะจุนซู!"

ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มกว้างอย่างอดไม่ได้กับชัยชนะแสนอันงดงาม แต่หัวสมองอันแสนเจ้าเล่ห์กลับสั่งให้แผนการร้ายไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้
ในเมื่อนี่เป็นเพียงโอกาสทอง ที่นานๆครั้ง เขาจะได้เป็นต่ออีกฝ่ายมากขนาดนี้

"ข้ายกโทษให้เจ้าก็ได้ยูชอน..แต่เจ้าต้องสัญญาก่อนว่า ตั้งแต่นี้ต่อไป จะไม่ดุด่าข้า ไม่ทำรุนแรงกับข้า ไม่ทำร้ายข้าอีก"

สายตาคมสบเข้ากับใบหน้าหวานที่ยื่นข้อต่อรองมาใหม่ อย่างไม่พอใจนัก
ร่างสูงหันไปมองเพื่อนรักทั้งสองอย่างขอความเห็น ซึ่งแน่นอนว่าแจจุงกับยุนโฮก็ต้องพยักหน้าให้เขาตอบตกลง

"ชั้นสัญญา!" ยูชอนตอบกระแทกเสียงด้วยหวังจะให้มันจบลงแค่ตรงนี้ แต่เขาคงคิดผิด เมื่อได้ยินเสียงเล็กเอ่ยเอื้อนต่อ

"และเจ้าต้องสัญญาว่า จะตามใจข้าทุกอย่าง ถ้าข้าต้องการอะไร เจ้าจะไม่ขัดใจข้า"
องค์ชายน้อยยื่นข้อต่อรองอีกข้อที่ดูเหมือนจะทำได้ยากยิ่งกว่าข้อที่แล้ว ทำเอายูชอนชักจะอารมณ์เสีย


"จะมากเกินไปหน่อยแล้วมั้ง ทำไมชั้นจะต้องตามใจนายทุกอย่างด้วย!" ร่างสูงพูดสวนออกมาอย่างเหลืออด พลางลุกขึ้นยืนประจัญหน้ากับอีกฝ่าย

"..ถ้าเจ้าทำตามที่ข้าขอไม่ได้..เช่นนั้นแล้ว..ข้อก็ขอลา.."
ร่างเล็กแกล้งทำหน้าเศร้า หันหลังกลับไปด้านนอกสะพานอีกครั้งและทำท่าจะโดดลงไปจริงๆ ทำให้ยูชอนตกใจจนเผลอตอบตกลง

"เฮ้ย!! เออๆๆ ชั้นจะตามใจนายทุกอย่าง ลงมาเหอะน่ะ! ขอร้องล่ะ!"

"เจ้าสัญญาแล้วนะ"

"เออ!สัญญาก็สัญญาสิ!ลงมาได้แล้ว!"

เมื่อ ผลการเจรจาเป็นที่น่าพอใจอย่างถึงที่สุด องค์ชายจุนซูก็รีบกระโดดลงมายืนบนพื้นสะพานอย่างปลอดภัยท่ามกลางความโล่งใจ ของทุกคนที่ยืนลุ้นอยู่
ยุนโฮรีบเข้าไปกอดร่างเล็กตรงหน้าพลางเอ่ยขอโทษ ส่วนแจจุงก็ไปให้ปากคำกับตำรวจอยู่อีกทาง ท่ามกลางบรรดาผู้สื่อข่าวที่กำลังรายงานข่าวอย่างน่าตื่นเต้น
ก่อนที่แสง แฟลชแสงไฟพร้อมไมโครโฟนนับสิบจะเข้ามารุมประชิดตัวของร่างสูง เรียกให้ยูชอนที่ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้นอยู่ ให้ได้สติ

..ให้ตาย! เมื่อกี้เค้าคุกเข่าให้เจ้าตัวเล็กนี่ต่อหน้าคนทั้งประเทศหรือเนี่ย..

..โอย จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนดีวะเนี่ย ปาร์กยูชอน~...



.
.
.



นาฬิกา โรเล็กซ์เรือนงามบนข้อมือของร่างสูงถูกยกขึ้นมาดูเวลา ขณะที่เจ้าของของมันกำลังยืนถอนหายใจอยู่ในลิฟท์ มุ่งหน้าขึ้นสู่ห้องพักบนชั้น 9
มือหนากับไหล่อีกข้างหนึ่งปวดจนแทบจะเป็นเหน็บ เพราะต้องคอยพยุงร่างเล็กๆของเด็กแสบที่คอยหาเรื่องมาป่วนชีวิตของเค้าทั้งวัน
แต่ดันชิ่งหลับไปในรถซะก่อน แถมยังเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น เดือดร้อนเขาต้องแบกขึ้นลิฟท์มาด้วยทั้งอย่างงั้น

..ฟุ่บ!!..

ยูชอนพยุงตัวอีกฝ่ายมานอนที่โซฟา ก่อนจะนั่งลงหอบแฮ่กด้วยความเหนื่อย
ร่างสูงลุกขึ้นไปเปิดตู้เย็นเพื่อซดน้ำโฮกใหญ่ ก่อนจะคว้าผ้าขนหนูชุบน้ำจะเอามาเช็ดตัวให้คนตัวเล็กที่นอนสลบอยู่บนโซฟา
เพราะกลัวว่า ถ้าขืนทิ้งให้นอน ทั้งๆที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปรอะไปหมดแบบนี้ พอได้ตื่นขึ้นมา เขาคงโดนอาละวาดใส่น่าดู


มือหนาค่อยๆใช้ผ้าเช็ดไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายที่ดูจะมอมแมมไปทั้งหมด ก่อนจะเลื่อนลงไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เคยเป็นของเขา
แต่ตอนนี้กลับชุ่มไปด้วยเหงื่อของคนที่หลับอยู่ อาจเป็นเพราะระยะทางจากผับไปถึงแม่น้ำฮัน ก็ไกลไม่ใช่น้อย
ผสมกับฤทธิ์มึนเมาจากแอลกอฮอล์ เลยทำเอาเจ้าเด็กแสบถึงกับสลบไสลไปแบบนี้

..ว่าแต่..

..ทำไมรู้สึกเหมือนเป็นเดจาวูจังวะ..


ยูชอนหยุดชะงักก่อนเหลือบขึ้นมาจ้องใบหน้าหวานที่หลับพริ้มอยู่ ด้วยกลัวจะโดนถีบจนตกโซฟาเหมือนคราวก่อน
แพขนตายาวที่เรียงตัวสวยปิดสนิท พร้อมลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ทำให้ร่างสูงพอจะคลายใจได้ว่าจุนซูคงหลับไปแล้วจริงๆ

มือ หนาค่อยๆถอดเสื้อผ้าของอีกฝ่ายออกจนหมด เหลือเพียงบ๊อกเซอร์บางๆลายสกอต ที่จำได้ว่า กว่าจะสอนให้เจ้าตัวเล็กใส่เป็น ก็ทำเอาเหนื่อย
แถมยังต้องแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นอะไรต่อมิอะไรของเจ้าตัว ทั้งที่มันเห็นอยู่ตำตา แต่เจ้าตัวเล็กนั่นก็ดูจะไม่อายเอาซะเลย



..แม่ง..จะขาว จะเนียนไปไหนวะ..

ร่างสูงสบถในใจ ก่อนค่อยๆใช้ผ้าเช็ดไปตามเรือนร่างบอบบางที่ผิวขาวอมชมพูเนียนใสราวกับผิวของเด็กทารก จนทำเอาเขาหวั่นไหว
คิดอยากจะลองลูบไล้ สัมผัส ด้วยมือโดยตรงซักครั้ง อยากจะรู้นัก ว่าร่างของคนตรงหน้าจะนุ่มนิ่ม ลื่นมือซักแค่ไหนกัน



..โอ๊ะ!นี่กรูคิดบ้าอะไรอยู่วะเนี่ย..

ยู ชอนสะบัดหัวเเรงๆหลายที ก่อนจะรีบหลับหูหลับตาเช็ดตัวจุนซูจนเสร็จ มือหนาโยนผ้าขนหนูผืนเล็กไว้บนโต๊ะ ก่อนจะลุกขึ้นไปหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้อีกฝ่าย
แต่สายตาคมก็สะดุดเข้ากับรอยช้ำสีเขียวเป็นจ้ำๆที่แขนบางเข้าซะก่อน ...นี่คงจะเป็นรอยช้ำตอนที่เขาเผลอบีบเเขนเจ้าตัวเล็กนี้ไปแน่ๆ

ร่างสูงถอนหายใจเบาๆ ก่อนลุกหายไปซักพัก และกลับมาพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่กับยาทาแก้ฟกช้ำหลอดเล็ก
มือหนาบีบเจลใสลงบนนิ้ว ก่อนจะค่อยๆทาไปที่แขนเล็กอย่างเก้ๆกังๆด้วยไม่เคยทำให้ใครมาก่อน จนกลัวว่าจะทำอีกฝ่ายเจ็บไปกว่าเดิม
นิ้วเรียวค่อยๆนวดเบาๆไปตามรอยช้ำ พลางเอ่ยขอโทษในใจ เพราะเค้าไม่คิดว่า จะเผลอรุนแรงไป จนทำให้จุนซูเจ็บมากขนาดนี้


เมื่อ ทายาจนเสร็จเรียบร้อย ยูชอนก็จัดการใส่เสื้อผ้าของเขาให้อีกฝ่ายอย่างทุลักทุเล มือหนาพยุงตัวร่างเล็กขึ้นมาพิงอกก่อนจะสวมเสื้อยืดตัวใหญ่เข้าไปทางศีรษะ
โดยพยายามไม่ใส่ใจกับกลิ่นหอมอ่อนๆของร่างปวกเปียกนั้นและใบหน้าใสที่ต้องมาวางเกยอยู่บนไหล่ของตน

ร่างสูงถอนหายใจเป็นครั้งที่ร้อยของวัน หลังจากจัดการแต่งตัวให้คนตัวเล็กเสร็จสรรพ จนเหลือบมองนาฬิกาอีกทีก็ปาเข้าไปตี่สี่ครึ่ง
ยูชอนหาวออกมายาวๆ ก่อนจะก้มตัวลงมองอีกฝ่ายที่เข้าสู่นิทราอยู่บนโซฟาอย่างไม่รู้ร้อนรุ้หนาวอะไร ด้วยความหมั่นไส้


"ชั้นดูแลนายดียิ่งกว่าดูแลลูกอีกนะ ไอ้ตัวแสบ"

พูด ประชด พลางจ้องมองคนนอนหลับสบายที่เพิ่งสร้างเรื่องจนออกทีวีไปทั่วประเทศ พอมองนานๆก็ยิ่งหมั่นไส้เข้าไปใหญ่ จนอดไม่ได้ที่จะดีดหน้าผากมนไปเบาๆเสียหนึ่งที


..เพียะ!..




..ดีดแรงไปรึเปล่าวะ..

พอ ทำแล้วก็เพิ่งจะคิดได้ ว่าผิวคนตรงหน้าบอบบางขนาดไหน จึงต้องก้มลงไปดูหน้าผากมนใกล้ๆ ว่าเขาไม่ได้สร้างรอยแผลใหม่ให้กับร่างเล็กๆนั่นอีก
ใบหน้าคมโน้มลงใกล้ พลางสอดส่องสายตาลงดู แต่ก็ไม่พบอะไร จนเผลอเลื่อนสายตาลงมาต่ำเข้าไปอีก
ลม หายใจสม่ำเสมอบนใบหน้าหวานที่หลับพริ้มราวกับเป็นเจ้าหญิงนิทรา แพขนตายาวงอน ปลายจมูกกลมรั้น แก้มใสสีชมพูระเรื่อ และริมฝีปากแดงฉ่ำน่าจูบ



..น่าจูบเหรอ ?..

ยู ชอนรีบเด้งตัวออกห่างอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสะบัดความคิดแปลกๆในหัวทิ้งไป และบอกกับตัวเองว่าเป็นเพราะเค้าง่วงมากต่างหาก สมองเลยรวนขนาดนี้
มือหนารีบจัดการห่มผ้าผืนน้อยให้คนตัวเล็ก ก่อนยกขึ้นตบกะโหลกตัวเองเบาๆ เดินหาวเข้าห้องนอนไป..



.
.
.



...แค่กก.....แคกก.....

เสียง ไอคอกแคกอย่างทรมาน ราวกับเสียงของผีเจ้าหญิงโซฟีในหนังเรื่องสี่แพร่ง แว่วเข้ามาในโสตประสาทรับรู้ของร่างสูงที่เพิ่งล้มตัวลงนอนได้ไม่ถึงสอง ชั่วโมง
ยูชอนพลิกตัวไปมาอยู่บนที่นอน ยกหมอนขึ้นปิดหู พยายามจะไม่ใส่ใจ หวังให้เสียงนั้นเงียบลง แต่มันกลับดังอย่างต่อเนื่อง และดูทีท่าจะไม่หยุดลงแต่อย่างใด


...ผีห่าอะไร มาหลอก มาหลอนกรูตอนหกโมงเช้าวะเนี่ย!!...

ร่างสูงสบถในใจด้วยถ้อยคำหยาบคาบ ยันตัวลุกขึ้นจากเตียงทั้งที่ยังไม่ลืมตา ก่อนจะเดินตามเสียงไอที่ยังคงดังอยู่ออกไปนอกห้อง
ผ้านวมสีขาวที่ม้วนจนเป็นก้อนกลม ถูกมือหนาค่อยๆแงะออก ก่อนก้มลงไปพูดคุยกับอีกฝ่ายที่นอนขดตัวอยู่ภายในนั้น

"เฮ้~ เป็นอะไรของนายน่ะ ไอคอกแคกอยู่ได้ คนจะหลับจะนอน"

ยูชอนเอ่ยถามพลางเขย่าตัวอีกฝ่ายเบาๆ จนร่างเล็กค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมาสบตากับเขา ดวงตาใสกระพริบปริบๆอย่างมึนงง ก่อนเอ่ยตอบอีกฝ่าย

"ขะ..ข้าเจ็บคอ..."

น้ำเสียงใสที่เคยส่งเสียงตวาดดังลั่นห้อง กลับแหบพร่าจนน่าตกใจ มือหนาเลื่อนลงไปจับหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิ
ก่อน จะถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อคิดว่า เจ้าเด็กแสบ คงโดนหวัดเล่นงานเข้าเสียแล้ว .... ก็ดันไปนั่งตากลมตากน้ำค้างบนสะพานนานขนาดนั้นนี่นะ

ร่างสูงลุกขึ้น ไปค้นตู้ยาที่ไม่ได้ถูกใช้งานมาพักใหญ่ เมื่อก้มลงอ่านฉลากจนแน่ใจแล้ว จึงหยิบออกมาพร้อมกับน้ำเปล่าเต็มแก้วส่งให้คนตัวเล็ก

"กินซะ แล้วก็นอนพัก เดี๋ยวก็หาย"

องค์ชายน้อยค่อยยันตัวลุกขึ้น เอียงตัวพิงที่พนักอีกด้านของโซฟา ดวงตาใสก้มลงมองเม็ดยาในมือหนา ก่อนเงยขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ

"นี่คืออะไร"

"ก็ยาไง ยาแก้หวัด"

"ยา ... หมายถึง โอสถนะรึ"

ยูชอนขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางนึกหาความหมายของคำว่า โอสถ ก่อนจะพยักหน้าเออออตามคนตรงหน้าไป เพื่อให้ร่างเล็กรีบๆกิน

"ใช่แล้วล่ะ โอสถก็โอสถ กินซะจะได้หาย รีบๆกินเหอะ ชั้นง่วงจะตายอยู่แล้ว"

ร่างสูงยัดยาเม็ดสีขาวเข้าไปในมือเล็ก ก่อนจะยืนรอดูอีกฝ่ายกินให้เสร็จ แต่ก็ดูทีท่าว่าจะไม่สำเร็จง่ายๆ

"เหตุใด มันจึงเป็นก้อนแบนๆสีขาวเช่นนี้ มันเป็นโอสถประเภทใดกัน ...ที่ข้าเคยกิน เป็นยาหม้อจากเมืองจีน ไม่ใช่สิ่งนี้"

องค์ ชายจุนซูที่นั่งนิ่งมองยาเม็ดเล็กในมืออยู่นาน เอ่ยถามอย่างสงสัย ด้วยที่ท่านพ่อเคยสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กว่าไม่ควรกินอะไรเข้าไปง่ายๆ
เพราะอาจเป็นอันตราย ทำให้เจ็บป่วย ไม่สบาย หรืออาจถูกศัตรูลอบวางยาพิษ ถึงควรตรวจดูให้แน่ใจเสียก่อน


"โอ๊ย!~ กินๆไปเถอะน่า อย่าเรื่องมากเลย"

ร่างสูงโวยวายออกมาอย่างหงุดหงิด นอนก็ยังไม่ได้นอนเต็มอิ่ม แถมยังต้องมาเจอเด็กดื้อไม่ยอมกินยาอีก
มือหนาจัดการหยิบยาเม็ดเล็กยัดเข้าปากอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยกแก้วที่มีน้ำเต็มจ่อเข้าที่ริมปีฝาก



...เพล้ง!!...


"..อุ๊บบ!~........แหวะ.........แคกก..."

มือเล็กปัดแก้วน้ำที่จ่อเข้าตรงปากจนตกแตกกระจายอย่างตกใจ ก่อนจะสำลักคายเม็ดยาออกมา เมื่อสัมผัสได้ถึงความขมไปทั่วทั้งปาก

"เฮ้ย!~ เป็นบ้าอะไรเนี่ย จุนซู!" ยูชอนหัวเสียเมื่อเห็นคนตัวเล็กไม่ยอมกินยา ซ้ำยังทำแก้วตกแตกกระจายไปทั่วทั้งห้อง

"ก็ข้าไม่อยากกินยาของเจ้านี่ อย่ามาบังคับข้านะ!"
องค์ชายน้อยเผลอเถียงอีกฝ่ายสุดเสียง ส่งผลให้ลำคอที่แห้งผาก เจ็บเสียจนต้องไอออกมาแรงๆอยู่หลายที

"เออ!ไม่กินก็ไม่ต้องกิน แล้วอย่าไอเสียงดังอีกล่ะ! ชั้นจะนอน!!"
ร่างสูงเดินหนีเข้าห้องไปอย่างหงุดหงิด เขาเหนื่อยเต็มที กับการที่ต้องมารบรากับเด็กเอาแต่ใจอย่างจุนซู


สิ้นเสียงประตูปิดดังโครมใหญ่ ร่างเล็กที่นั่งนิ่งอยู่ก็เบะปากทำท่าจะร้องไห้ เมื่อไม่เห็นมีคนมาสนใจคอยดูแลเหมือนที่เคยเป็น
ทั้งที่เมื่อก่อนถ้าเขาเจ็บป่วยแม้เพียงเเค่เล็กน้อย ทั้งท่านพ่อ ทั้งพระสนม ทั้งท่านพี่ยุนโฮก็จะแวะมาดูอาการไม่เคยขาด
มีหมอหลวงและนางกำนัลคอยดูแลอยู่ตลอดทุกชั่วยาม ไม่เคยเหงา ไม่เคยเลยที่จะต้องถูกทิ้งให้นอนป่วยอยู่ตามลำพังแบบนี้

องค์ ชายน้อยนึกต่อว่าอีกฝ่ายที่เดินหนีเข้าห้องไปอยู่ในใจ ทั้งที่อยากจะตะโกนต่อว่ากลับไปใจเเทบขาด แต่ดูเหมือนร่างกายของเขาตอนนี้จะไม่เป็นใจเอาเสียเลย
ทั้งอ่อนเพลีย ไม่มีแรง มองไปทางไหนก็เบลอไปเสียหมด ลำคอที่แห้งแผกก็แทบจะเปล่งเสียงออกมาอีกไม่ได้

ร่าง เล็กพยายามลุกขึ้นจากโซฟาที่นอนอยู่ เดินเตาะแตะอย่างอ่อนแรงไปยังเคาทเตอร์ในครัว ก่อนยกน้ำขึ้นมาดื่ม เพื่อให้บรรเทาอาการเจ็บปวดในลำคอลงได้บ้าง



...Rrrrrrrrrr.....Rrrrrrrrrrrr....

เสียงออดที่ประตูดังขึ้น เรียกความสนใจจากคนตัวเล็กให้เดินเข้าไปใกล้ ทั้งที่ไม่มีแรงมากนัก
องค์ชายน้อยยืนมองประตูที่ส่งเสียงดังไม่หยุดอย่างสงสัย ก่อนจะยกมือขึ้นกดปุ่มอะไรบางอย่างที่ข้างประตู
เหมือนกับที่เคยเห็นยูชอนทำ เวลาจะเปิดประตูให้คนข้างนอกเข้ามา


...ปี๊บ!...

ประตูบานใหญ่ถูกปลดล๊อกออก และก่อนที่จุนซูจะได้หมุนลูกบิดประตูออกไปนั้น คนที่อยู่ด้านนอกกลับเปิดมันเข้ามาอย่างรวดเร็วซะเอง


"เซอร์ไพรซ์จ้า ยูชอน!!!~"

ร่างผอมบางของหญิงคนหนึ่งโผเข้าใส่คนตัวเล็กที่ยืนอยู่อีกด้านของประตูอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
ริมฝีปากที่ถูกฉาบด้วยลิปสติกสีแดงสดกระหน่ำจูบลงบนข้างแก้มซ้ายขวา จนใบหน้าหวานเต็มไปด้วยรอยลิปสติกปื้นใหญ่

มือเล็กพยายามปัดป้องและผลักร่างของอีกฝ่ายออกจากตัว ด้วยแรงที่มีน้อยนิด แต่อาการวูบก็ดันเข้ามาเล่นงานเสียก่อน


...ฟุ่บ!!...

ร่างเล็กล้มลงไปในอ้อมกอดของหญิงสาวในชุดแซกยาวสีดำที่เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ชายหนุ่มที่เธอตั้งใจจะมาหา
พร้อมๆกับประตูห้องนอนด้านในที่ถูกเปิดออกมาโดยร่างสูงที่ร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อเห็นองค์ชายน้อยล้มลงต่อหน้าต่อตา


"จุนซู!!"



TBC


ตอนนี้มันอืดๆ แปลกๆ ~ ขอโทษด้วยนะค้าบ TT ^TT

ขอบคุณที่สนับสนุน ติดตามอ่านกันมาโดยตลอดนะคับ เปิดเทอมแล้ว ไฟต์ติ้งน้า ~ !!

ปล. แอบแปะลิ้งค์ช่วยน้องเห็ด ร่วมทำบุญ ~ แค่คลิกก็ได้บุญแล้ว :
http://sookjai.kapook.com/