Fic-Legend-of-Love

[Part 11 # END]

.... สองเดือน หลังจากที่เหตุการณ์ร้ายๆทั้งหลายได้ผ่านพ้นไป ....
พระราชวังแห่งเมืองดงบังชินกิยามนี้คราคร่ำไปด้วยผู้คนมากมาย ...
ทางด้านหน้าตามถนนสองข้างทาง ประชาชนต่างทยอยมาจับจองพื้นที่เพื่อเข้าร่วมในพิธีอันยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้
.... พิธีอภิเษกของกษัตริย์มิกกี้และองค์หญิงซีอา นานีย่า แห่งเมืองโทโฮชินกิ ....

.
.
.

... เสียงหัวเราะคิกคักดังแว่วมาจากด้านในของห้องแต่งตัวเจ้าสาว ...
ทำให้องค์ชายมิกกี้ที่กำลังจะเดินเข้าไป จึงชะงัก... ก่อนจะตัดสินใจเคาะประตูห้องและก้าวเข้าไปอย่างช้าๆ ...

... ภาพที่เห็นตรงหน้า ช่างงดงามราวกับสะกดเวลาให้หยุดนิ่ง ...


องค์หญิงซีอาในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ... ใบหน้าหวานที่ถูกแต่งแต้มเพียงเล็กน้อย ...
ผมสีน้ำตาลที่ถูกดัดเป็นลอนเล็กๆ ยาวลงมาเคลียไหล่ขาว ...
ร่างบางในชุดเกาะอกสีขาวเข้ารูป บวกกับกระโปรงสุ่มยาวฟูฟ่อง ทำให้ดูราวกับเทพธิดาตัวน้อยก็ไม่ปาน...

"...องค์ชาย....."
ร่างเล็กคลี่ยิ้มหวานส่งไปให้กษัตริย์หนุ่มที่ยืนอึ้งอยู่ ....... ทำให้ร่างสูงก้าวเดินเข้าไปหาเหมือนถูกสะกด
"... องค์หญิงของข้า ............... เจ้าช่างงามเหลือเกิน ...."
มือหนายกขึ้นลูบไล้ใบหน้าหวานอย่างแผ่วเบา ... สายตาที่มองมาอย่างหลงใหล ...
ดวงตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักขององค์ชายนั้น ทำให้อีกฝ่ายต้องหลบตาด้วยความเขิน....
ร่างเล็กจึงหันหน้ากลับไปที่กระจก ทำเป็นจัดชุดให้เข้าที่ข้างทาง เพื่อซ่อนใบหน้าแดงๆเอาไว้...


".... องค์ชาย ...ช่วยติดให้หม่อมชั้นหน่อยสิเพคะ"
ร่างเล็กส่งมงกุฏเพชรอันเล็กที่มีชายผ้ายาวสีขาวให้ ...
ร่างสูงเอื้อมมือใส่มงกุฏเล็กให้จากทางด้านหลัง ... พลางดูตำแหน่งของมงกุฏจากเงาบนสะท้อนบนกระจกบานใหญ่ ...
... ภาพในกระจกช่างดูราวกับนางฟ้าองค์น้อยๆ ... องค์หญิงตัวเล็กที่เขาหลงรักเมื่อสิบห้าปีก่อน ...
... ความรู้สึกรักเอ่อล้นขึ้นมาภายในใจ ... ทำไมข้าถึงได้รู้สึกรักเจ้ามากมายอะไรอย่างนี้นะองค์หญิง..
วงแขนแกร่งเอื้อมมาโอบเอวบางไว้ ... ก่อนจะรั้งให้ร่างเล็กเอนหลังมาพิงที่อก ... ร่างสูงตรัสออกมาด้วยน้ำเสียงล่องลอย
"...ไม่นึกเลยว่า องค์หญิงตัวน้อยที่แสนวุ่นวายในตอนนั้น จะงดงามได้มากมายถึงเพียงนี้ ..."

องค์หญิงซีอาเมื่อได้ยินคำพูดนั้นก็คลี่ยิ้มกว้าง ... ใบหน้าหวานแดงระเรื่อ
แต่พอผ่านไปซักพัก ร่างเล็กก็หันมามองคนที่กอดตนไว้ด้วยสีหน้าเหมือนสงสัยอะไรบางอย่าง ...
"...เมื่อสักครู่นี้ ... องค์ชายทรงชมหม่อมชั้นใช่ไหมเพคะ?" .... แสนวุ่นวายงั้นเหรอ ???
ร่างสูงเมื่อมองเห็นสีหน้าอันไร้เดียงสาของคนในอ้อมกอดก็หัวเราะออกมาเบาๆ ...
ก่อนที่จะกดจมูกโด่งลงบนแก้มใสอย่างหมั่นเขี้ยว ...
"ใช่...ข้าชมท่าน องค์หญิง .... วันนี้ท่านสวยมาก สวยมากจริงๆ"

"งั้นก็หมายความว่า...วันอื่นหม่อมชั้นไม่สวยงั้นเหรอเพคะ" ร่างเล็กสะบัดตัวออกจากวงแขนทำหน้าเง้างอน...
ร่างสูงจึงต้องรีบรั้งเอวบางเข้ามากอดอีกครั้ง พลางเชยคางให้คนขี้งอนหันมาสบตา ...
"โธ่...องค์หญิง...ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ......... สำหรับข้าแล้ว องค์หญิงของข้า สวยงามที่สุดในใจข้าเสมอ..."
ถ้อยคำหวานซึ้งที่ถูกพูดออกมาจากปากคนตรงหน้า ทำให้ร่างเล็กหน้าขึ้นสีระเรื่อ ...
องค์ชายไปหัดพูดคำพวกนี้มาจากที่ไหนกัน ........... โดยเฉพาะคำว่า .... "องค์หญิงของข้า" >//////<


"...หม่อมชั้นดีใจเหลือเกินที่ได้มายืนเคียงข้างพระองค์อยู่ในตอนนี้..."
ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองคนตรงหน้า ... ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ...
"...ข้าก็ดีใจ ที่มีเจ้าอยู่เคียงข้าง..."
สายตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาใสๆ ... สายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความอ่อนโยน
"...ข้าสัญญาว่าจะปกป้องเจ้า... จะรักเจ้า ... จะอยู่เคียงข้างเจ้าตลอดไป ........ ข้ารักเจ้านะ องค์หญิง..."
"...หม่อมชั้นก็รักพระองค์..."
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มกว้าง ... ก่อนที่จะถูกริมฝีปากอิ่มของอีกฝ่ายประทับจูบลงมาอย่างอ่อนโยน...
ราวกับแทนคำสัญญา ... สัญญาว่าจะรักและอยู่เคียงข้างกันตลอดไป ...


.
.
.
.
.


เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญที่ดังแว่วขึ้นมาเรื่อยๆ...ทำให้แม่ทัพหนุ่มหลุดจากภวังค์...
ร่างสูงตรวจดูความเรียบร้อยภายในท้องพระโรงก่อนจะเดินออกไปสมทบกับขบวนเจ้าบ่าวที่แห่เข้ามาจากด้านนอก...
องค์ชายมิกกี้ในชุดราชพิธีเต็มยศ ดูหล่อเหลาและน่าเกรงขามไม่น้อย ...
หากแต่สีหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มบางๆจะทำเจ้าชายดูแปลกไปในสายตาของขุนนางหลายๆคน ... สีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข
ร่างสูงก้าวเดินมาตามพรมแดงที่ทอดยาวจากหน้าพระราชวังเข้ามายังท้องพระโรงด้านใน...
ตามติดมาด้วย แม่ทัพยุนโฮ ที่เดินเคียงข้างกันมา ในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าว...

เมื่อขบวนเสด็จได้เข้ามายังด้านในแล้ว...อีกไม่นานนัก ขบวนของเจ้าสาวจึงตามเข้ามาสมทบ...
องค์หญิงซีอาในชุดเจ้าสาวสีขาวสวยงามที่ดูงดงามยิ่งกว่าผู้ใด ... ทำให้ผู้คนทั่วท้องพระโรงต้องตกตะลึง
แต่ร่างอันแสนคุ้นตาของใครบางคนที่อยู่เคียงข้างองค์หญิง กลับทำให้ใครคนนึงแทบหยุดหายใจ....

พ่อมดขาวแจจุงในชุดคลุมยาวสีขาว เดินเคียงข้างองค์หญิงมาในฐานะเพื่อนเจ้าสาว ...
ร่างบางที่ทำให้แม่ทัพยุนโฮรู้สึกชาไปทั้งตัว ... แจจุง ... นั่นเจ้าจริงๆใช่ไหม ....
ดวงตากลมโตที่แฝงไปด้วยท่าทางขี้เล่นช้อนขึ้นสบตาอีกฝ่าย ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มให้เบาๆ...
การกระทำที่ทำให้คนเฝ้ามองแทบจะร้องไห้ ... นั่นเจ้าจริงๆใช่ไหมแจจุง ... ใช่เจ้าจริงๆ ...

ตลอดพิธีการอภิเษกอันสำคัญ ...จิตใจของแม่ทัพหนุ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแม้แต่น้อย
สายตาคมเฝ้าจับจ้องร่างบางทุกอิริยาบท ... ในหัวมีคำถามร้อยแปดที่ต้องการคำตอบมากมาย
แต่ความรู้สึกที่สัมผัสได้เพียงอย่างเดียวในตอนนี้ ... ดีใจ .... ดีใจเหลือเกิน ....
ดีใจที่เห็นเจ้า ... ดีใจที่ได้รู้ว่ามีเจ้าอยู่ในโลกใบนี้ ... ดีใจจริงๆแจจุง ...


.
.


หลังจากที่พิธีอภิเษกสิ้นสุดลง ... เหล่าผู้เข้าร่วมพิธีก็ได้แยกย้ายไปเตรียมตัวเพื่อร่วมงานเลี้ยงฉลองในคืนนี้
และนี่ก็เป็นโอกาสอันดีที่แม่ทัพยุนโฮจะเข้าไปพูดคุยกับพ่อมดขาวเพื่อถามเรื่องที่ค้างคาใจทั้งหมด ...

ร่างสูงเคาะประตูห้องแต่งตัวของเจ้าสาวแล้วผลักเข้าไปเบาๆ ตามมาด้วยองค์ชายมิกกี้ที่ถูกบังคับให้เข้ามาด้วย
ภายในห้องปรากฏร่างขององค์หญิงซีอากำลังนั่งคุยอยู่กับพ่อมดขาวอย่างสนุกสนาน ...

"ว่าไง~~ยุนโฮ~~~~" พ่อมดขาวตัวยุ่งส่งยิ้มหวานไปให้อีกฝ่ายพลางเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงขี้เล่น....ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"นี่มันอะไรกันแจจุง...ก็เจ้าตายไปแล้วนี่....แล้วนี่...แล้วนี่ทำไม..." แม่ทัพยุนโฮถามด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ..
"ใครกัน...ใครบอกเจ้า ว่าข้าตายน่ะ ยุนโฮ" พ่อมดขาวแจจุงหัวเราะคิก ... แล้วเดินไปใกล้ๆร่างสูงที่ยืนงงอยู่ ...
"ก็...องค์ชายบอกข้าว่า เจ้าตายไปแล้ว ...... ใช่ไหมฝ่าบาท? " ร่างสูงหันไปถามองค์ชายที่ลี้ภัยไปยืนอยู่ข้างๆองค์หญิงเสียแล้ว
"เอ่อออ....คือ...." องค์ชายมิกกี้ทำท่าอึกอัก ก่อนจะตอบออกมาโดยที่ไม่สบตาแม่ทัพหนุ่ม
"... ถ้าข้าไม่พูดแบบนั้น ... องค์หญิงจะไม่ยอมแต่งงานกับข้า .......... ข้าก็เลย........"

"หมายความว่า ยังไงพะยะค่ะ องค์หญิง" แม่ทัพหนุ่มหันไปถามผู้ต้องหารายใหม่ที่ทำหน้าเหวออยู่ข้างๆองค์ชาย...
"ก็.......ก็แจจุงขอร้องให้ข้าทำแบบนี้นี่นา..." ร่างเล็กก้มหน้าก้มตาตอบอย่างอ้ำๆอึ้งๆ .....อย่าทำหน้าดุสิ ท่านแม่ทัพ T"T
"หมายความว่ายังไงแจจุง!" แม่ทัพหนุ่มจับแขนร่างบางเขย่าเบาๆ ........ เขาเริ่มจะโมโหซะแล้ว ที่รู้ว่าถูกหลอก
องค์หญิงซีอาที่เห็นท่าทางไม่ดี จึงดึงแขนองค์ชายเดินออกมาจากในห้อง.......ปล่อยให้ทั้งสองคนอยู่กันตามลำพัง


.
.


พ่อมดขาวยิ้มกริ่มเมื่อเห็นอารมณ์ฉุนเฉียวของคนตรงหน้า...
ผิดกับแม่ทัพยุนโฮที่เมื่อเห็นรอยยิ้มจากปากบางๆนั้น
กลับยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่....สนุกใช่ไหม ปั่นหัวคนอื่นเล่นแบบนี้
"เจ้าเห็นว่าเรื่องคอขาดบาดตายเช่นนี้...เป็นเรื่องสนุกสนานงั้นเหรอ! แจจุง!"
ร่างสูงตะคอกใส่อีกฝ่าย...มือแกร่งเผลอบีบแขนของร่างบางอย่างแรงด้วยอารมณ์โกรธ...
"นี่!ข้าเจ็บนะยุนโฮ!!...ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!" พ่อมดขาวที่เริ่มจะยิ้มไม่ออกด้วยความเจ็บ ร้องโวยวาย...
... เป็นผลให้ร่างสูงรู้สึกตัว ก่อนที่จะหันหน้าไปอีกทาง ไม่ยอมสบตาคนตรงหน้า ...

"เจ้ารู้รึเปล่าแจจุง...ตลอดเวลาสองเดือนที่ผ่านมา...ข้าต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมานเพียงใด เมื่อไม่มีเจ้า..."
ร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พลางเหม่อมองไปยังนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าเจ็บปวด ... ท่าทางที่ทำให้พ่อมดขาวเริ่มรู้สึกผิดในใจ
"ยุนโฮ...ข้า...ข้าขอโทษนะ...ข้าเพียงแต่...." มือเรียวเกาะแขนของอีกฝ่ายไว้ แต่ก็ถูกปัดออกอย่างไม่ไยดี..
"เจ้าเอาความรู้สึกของข้ามาล้อเล่นแบบนี้ได้ยังไงแจจุง..." หยาดน้ำตาใสๆไหลออกมาจากดวงตาคมที่หันมาจับจ้องใบหวานตรงหน้า

"...ยุนโฮ.....ข้าขอโทษ....ข้าขอโทษนะยุนโฮ...." พ่อมดขาวแจจุงโผเข้ากอดร่างสูงไว้แน่น พลางพร่ำขอโทษตลอดเวลา ...
... ข้าเพียงแต่ อยากจะรู้ความรู้สึกที่แท้จริงในใจของเจ้า ...ก็เท่านั้นเอง ...


ร่างบางที่โผกอดเขาเอาไว้ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด...
ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา เขาต้องอยู่อย่างเงียบเหงาและเดียวดาย ... แต่ในตอนนี้ ....
แจจุงอยู่ตรงนี้ ... กำลังกอดเขาไว้ในตอนนี้ ... แจจุงที่มีตัวตนอยู่ที่นี่ ........... แล้วนี่เขาจะไม่ดีใจอย่างงั้นหรือ ???

วงแขนแกร่งค่อยๆเอื้อมมาโอบกอดร่างบางเอาไว้...ใบหน้าคมซบลงกับไหล่เล็ก
ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ ... เพียงแค่รับรู้ว่ามีเจ้าอยู่ที่นี่ ... แค่นี้ก็คงจะเพียงพอ ....
"ข้ารักเจ้านะแจจุง...รัก...รักมากเหลือเกิน" ถ้อยคำที่พร่ำบอกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเปล่งออกมาจากปากของร่างสูง

"...ข้าไม่มีค่าพอที่เจ้าจะรักหรอกนะยุนโฮ..."
วาจาของร่างบางทำให้แม่ทัพหนุ่มต้องคลายอ้อมแขนออกแล้วหันมาจ้องคนตรงหน้า ...
"เจ้าหมายความว่ายังไงแจจุง"

"ข้าในตอนนี้...ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว......ข้าสูญเสียพลังเวททั้งหมดไป เพื่อแลกกับการชุบชีวิตเจ้า....
... ในตอนนี้ ข้าเป็นแค่คนธรรมดาๆ .... ที่ไม่มีอะไรเลย .... ไม่สามารถทำอะไรได้เลย" พ่อมดขาวพูดด้วยน้ำเสียงโศกเศร้า...
"ข้าไม่สนใจ...ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะมีพลังเวทหรือไม่.....ข้ารักเจ้านะแจจุง....ข้าจะคอยปกป้องเจ้าเอง...."
แม่ทัพยุนโฮคว้ามือเล็กมาทาบที่หัวใจของตน แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ...

พ่อมดขาวคลี่ยิ้มกว้าง ... เพียงเท่านี้ก็คงจะเพียงพอแล้ว ... ข้าเชื่อใจเจ้า เชื่อมั่นในความรักของเจ้านะยุนโฮ ....
ทั้งสองคนสบตากันเนิ่นนานราวกับจะสื่อความรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจ...
ใบหน้าคมเลื่อนลงมาใกล้ใบหน้าหวานเรื่อยๆ ...


"...อ๊ะ!!..."
อยู่ๆใบหน้าคมก็ชะงักค้างอยู่กับที่ จะขยับไปไหนก็ไม่ได้ .... ก่อนที่จะเข้าใจถึงสาเหตุ เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของคนตรงหน้า...

...เวทสะกดนิ่ง...

"ฮ่าๆๆๆ...คิดจะจูบข้า เร็วไปล้านปีนะยุนโฮ.... ฮ่าๆๆๆๆ" พ่อมดขาวหัวเราะจนตัวงอ
"นี่มันอะไรกันแจจุง...ไหนเจ้าบอกว่า เจ้าสูญเสียพลังเวทไปแล้วไม่ใช่เหรอไง....เจ้าหลอกข้างั้นเหรอ!" แม่ทัพหนุ่มโวยวาย
" ช่าย~~ข้าพูดเล่นไปอย่างนั้นเองแหละ ฮ่าๆๆๆ ........
แต่ว่านะ ข้าก็เกือบแย่เหมือนกันนะตอนที่ข้ากับท่านคิงช่วยกันชุบชีวิตเจ้า...เล่นเอาสลบไปตั้งหลายวันแน่ะ~~" พ่อมดขาวชี้แจ้งแถลงไข
"แล้วสองเดือนที่ผ่านมา..เจ้าหายไปอยู่ที่ไหนกัน"
"ข้าไปพักผ่อน แล้วก็ฟื้นฟูพลังเวทที่ท้ายเมืองน่ะ ~~ อ่อ ข้าเจอท่านอาจารย์ด้วยนะ .. แก่สุดๆไปเลย"
ร่างบางหัวเราะคิก เมื่อคิดถึงภาพอาจารย์สอนฟันดาบในวัยชราที่ได้ไปพบมา .... หัวล้านซะด้วย ฮ่าๆๆๆ
"นี่เจ้าหลอกข้ามาตลอดเลยใช่ไหม....แม้แต่เมื่อกี้............
...........นี่ข้าจะเชื่ออะไรเจ้าได้บ้างไหมนะแจจุง..." แม่ทัพหนุ่มทำหน้าอ่อนใจ ...

"...เชื่อว่าข้ารักเจ้าก็พอ..."
ริมฝีปากบางกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู ... แล้วเลื่อนไปประทับจูบเบาๆที่ข้างแก้มของใบหน้าคม
ทำให้แม่ทัพยุนโฮหันมามองใบหน้าหวานที่แดงระเรื่ออยู่ด้วยความตกใจ ...
"เจ้า....เจ้าบอกว่ารักข้างั้นเหรอแจจุง..."
"เออ...ข้ารักเจ้า.........หูหนวกรึไง ถามอยู่ได้.." ใบหน้าหวานหันไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินอาย...
"ข้าอยากฟังอีกซักครั้ง...บอกข้าอีกทีได้ไหมแจจุง" แม่ทัพหนุ่มขอร้องด้วยสีหน้าที่ปกปิดความดีใจไม่มิด...
"ข้ารักเจ้า!...ข้ารักเจ้า!....ได้ยินไหมยุนโฮ!!!"
พ่อมดขาวตะโกนเสียงดังลั่นห้องด้วยความเขินแล้วจะทำท่าวิ่งหนีออกจากห้อง ... แต่ร่างสูงก็เรียกเอาไว้ซะก่อน

"เดี๋ยวแจจุง! เจ้ายังไม่ได้คลายเวทสะกดนิ่งให้ข้าเลยนะ!!" แม่ทัพหนุ่มที่ค้างอยู่ในท่านั้นจนเมื่อยรีบตะโกนบอก
"อยู่อย่างนั้นไปนั่นแหละ......ถ้าข้าอารมณ์ดีเมื่อไหร่จะมาคลายเวทให้ละกัน ^^ ...."
พ่อมดขาวคลี่ยิ้มกว้างแล้วเดินออกนอกประตูไป ... โดยมีเสียงแม่ทัพหนุ่มตะโกนไล่หลัง
"เฮ้ย! ไม่เอากลับมาก่อน ...... แจจุง!!!"
ร่างบางหันกลับมาอีกครั้ง ทำหน้ากวนๆแล้วพูดออกมาว่า
"....คิดจะรักข้า ต้องอดทนนะ~~ท่านแม่ทัพ ^^ ... "


.
.
.
.
.
.


ทางด้านขององค์หญิงซีอาที่ลากองค์ชายออกมาด้านนอก...
เมื่อทั้งสองพ้นประตูห้องออกมาก็พบเข้ากับองครักษ์ชางมินที่กำลังจะเดินทางกลับเมืองโทโฮชินกิ...

ร่างสูงโปร่งที่กำลังจะก้าวขึ้นรถม้าต้องหยุดชะงัก เพราะมีมือเล็กเอื้อมมาจับแขนเขาไว้ซะก่อน..
และเมื่อองครักษ์หนุ่มก้มลงมองดูก็พบกับร่างเล็กขององค์หญิงซีอาที่ยืนหอบอยู่ โดยมีองค์ชายมิกกี้ยืนมองอยู่ทางด้านหลังไกลๆ..

"..เจ้า..จะไปไหนน่ะชางมิน.." ร่างเล็กพูดไปหอบไป ..มือน้อยๆยังคงไม่ปล่อยแขนของอีกฝ่าย
"หม่อมชั้นกำลังจะกลับเมืองโทโฮชินกิกระหม่อม"
"อะไรกัน~~เจ้าจะไม่อยู่ร่วมงานเลี้ยงคืนนี้ก่อนหรอกหรือชางมิน.." ร่างเล็กทำเสียงออดอ้อน แถมยังทำตาแป๋วอีกต่างหาก
"สายของเรารายงานมาว่า เกิดปัญหาที่ชายแดนด้านตะวันตก ..หม่อมชั้นจึงต้องกลับไปสะสาง"
องครักษ์หนุ่มยิ้มให้กับท่าทางน่ารักนั่น พลางชี้แจงเหตุผลที่ต้องรีบกลับไป..

"แล้วเจ้าจะกลับมาที่นี่อีกเมื่อไหร่กันล่ะ.." ร่างเล็กยังคงไม่ปล่อยมือจากแขนนั้น แถมยังเกาะแน่นเข้าไปอีก..
"หม่อมชั้นคงจะไม่กลับมา.." องครักษ์หนุ่มว่าพลางทอดสายตาอันอ่อนโยนส่งไปยังร่างเล็กด้วยสีหน้าเศร้าๆ
"ทำไมล่ะชางมิน..ทำไมเจ้าจะไม่กลับมา..เจ้าจะทิ้งข้าไว้ที่นี่คนเดียวอย่างงั้นเหรอ.."
องค์หญิงน้อยเมื่อได้ยินดังนั้น ก็เบะปากทำท่าจะร้องไห้
"ทำไมล่ะ..ทำไมเจ้าจะไม่มาล่ะ..เจ้าจะทิ้งข้าแล้วใช่ไหมชางมิน"
ร่างเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้น มือแขนกอดแขนร่างสูงไว้ไม่ยอมปล่อย ...

..ชางมินสหายเพียงหนึ่งเดียวของข้า
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เรายังไม่เคยแยกจากกันนานๆซักครั้ง ..แล้วนี่เจ้าจะทิ้งข้าไปอย่างงั้นหรือ..


องค์ชายมิกกี้ที่ยืนมองทั้งคู่อยู่ไกลๆ เริ่มคิ้วขมวด เมื่อเห็นว่า จู่ๆองค์หญิงก็ร้องไห้ออกมา
แล้วร่างสูงก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้นไปอีก เพราะภาพที่เขาเห็นตอนนี้คือ
องค์หญิงตัวน้อยของเขากำลังโผเข้ากอดองครักษ์หนุ่ม แถมยังร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน..


"ไม่ไปได้ไหม..ชางมิน..อยู่ที่นี่กับข้าเถอะนะ..อยู่ที่นี่เป็นเพื่อนข้านะชางมิน.."
ใบหน้าหวานที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นกับอกแกร่งเงยขึ้นมาสบตาอย่างเว้าวอน..

...วูบหนึ่งที่หัวใจขององครักษ์หนุ่มนั้นหวั่นไหว...
สายตาคมมองไล้ใบหน้าหวานด้วยความรักอย่างสุดหัวใจ..
แต่มิอาจสัมผัสได้ แม้แต่จะโอบกอดเพื่อปลอบประโลมก็ยังไม่สามารถจะทำได้..

ร่างสูงเอื้อมมือไปจับไหล่บางไว้พลางดันตัวองค์หญิงออกห่างด้วยความอ่อนโยน
"หม่อมชั้นประทานอภัย..แต่นี้เป็นทางเดียวที่หม่อมชั้นจะทำได้..
การที่หม่อมชั้นจะต้องอยู่ห่างไกลจากองค์หญิงนั้น เป็นเรื่องที่หน้าเจ็บปวดใจไม่น้อย..
แต่นี้เป็นทางเดียว..ที่จะเยียวยาบาดแผลในจิตใจของหม่อมชั้นได้..."องค์รักษ์หนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"หม่อมชั้นกระทำในเรื่องที่ไม่ควรกับฝ่าบาทและองค์ชายมากมาย..หม่อมชั้นคงไม่อาจอยู่ที่นี่ต่อไปได้
..เมื่อคิดถึงเรื่องในอดีต หม่อมชั้นก็ได้แต่เจ็บปวดใจเหลือเกิน .......
....และที่เหนืออื่นใด...ความรู้สึกของหม่อมชั้นที่มีต่อองค์หญิง...ไม่เคยลดน้อยลงไปได้เลย..
กลับจะมากขึ้น ..มากขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่หม่อมชั้นได้พบกับองค์หญิง ...
...ฝ่าบาทจงโปรดเข้าใจ ...โปรดเข้าใจหม่อมชั้นด้วยเถิด..." ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าร่างเล็ก

"...ชางมิน..." เสียงเล็กสั่นไหวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ..


ทั้งสองนิ่งเงียบไปซักพัก ก่อนที่องค์หญิงจะทรุดตัวลงนั่งในระดับเดียวกับชางมิน..
มือเล็กคว้ามือของอีกฝ่ายมากุมเอาไว้ พลางตรัสด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน..
"ข้าเข้าใจเจ้า..ชางมิน....ความรู้สึกเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้..ข้าจะเก็บความรักของเจ้าไว้ในใจตลอดกาล"
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มหวานด้วยความอ่อนโยน .. รอยยิ้มที่ชางมินจะจดจำไปชั่วชีวิต ..

ร่างเล็กดึงให้อีกฝ่ายลุกขึ้นเบาๆ โดยที่รอยยิ้มยังไม่จางหายไปจากใบหน้าหวาน..
"ข้าเป็นเพื่อนรักเพียงคนเดียวของข้า..ข้ารักเจ้านะชางมิน" ร่างเล็กโผเข้ากอดองครักษ์หนุ่มอีกครั้ง ..

..นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะได้เจอเจ้า..
..น้ำตาที่เคยเหือดหายไป เริ่มจะกลับมาอีกครั้ง ..
..ความเข้มแข็งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ กลับจางหายไป เมื่อรู้สึกว่าจะไม่ได้เจอเพื่อนรักคนนี้อีกแล้ว..

วงแขนแกร่งเอื้อมมากอดร่างเล็กตอบอย่างแผ่วเบา...ครั้งสุดท้ายที่ข้าจะได้สัมผัสท่าน องค์หญิงของข้า..
ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าลึก พลางเก็บความรู้สึกและความทรงจำครั้งสุดท้ายนี้ไว้ในใจ ..
...ความรักที่ข้ามีต่อท่าน จะคงอยู่ตลอดไป องค์หญิงของข้า...

องครักษ์ชางมินตัดสินใจผละออกจากอ้อมกอดของร่างเล็ก ก่อนจะก้มลงทำความเคารพ
"หม่อมชั้นจะต้องไปแล้วฝ่าบาท...หม่อมชั้นขอทูลลา"

องค์หญิงกลั้นก้อนสะอื้นไว้ในอก แล้วเอ่ยคำบอกลา พลางคลี่ยิ้มบางๆ
"โชคดีนะชางมิน...สัญญานะว่า ซักวันเจ้าจะต้องกลับมาเยี่ยมข้า" ...เมื่อเจ้าพร้อมที่จะกลับมา

"ลาก่อนฝ่าบาท.."
องครักษ์หนุ่มทำความเคารพอีกครั้ง แล้วทำความเคารพองค์ชายที่ยืนอยู่ไกลๆ ก่อนจะก้าวขึ้นรถม้าไป ..

"สัญญานะว่าจะกลับมา!!" องค์หญิงตะโกนเข้าไปในรถม้า เรียกให้องครักษ์หนุ่มหันมาส่งรอยยิ้มบางๆให้..

รถม้าสีดำเคลื่อนตัวออกไปจากหน้าพระราชวัง ทิ้งไว้แต่ร่างเล็กที่ยืนมองอยู่จนลับตา ...

.
.
.
.
.

องค์หญิงซีอาถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา มือเล็กกระชับเสื้อคลุมไหล่ไว้แน่นเมื่อรับรู้ได้ถึงอากาศที่เริ่มเย็นขึ้นมา..
แต่ก็รู้สึกได้ไม่นาน เมื่อวงแขนแกร่งได้เอื้อมมาโอบกอดเขาไว้จากทางด้านหลัง ..ไออุ่นจากคนที่เขารักมากที่สุด

"ดูท่าทางเจ้าจะอาลัยอาวรณ์ชางมินอยู่ไม่น้อยทีเดียวนะ" เสียงทุ้มกระซิบลงที่ข้างหู ใบหน้าคมก้มลงมาใกล้จนรู้สึกได้ถึงไออุ่นของลมหายใจ
"ชางมินเป็นสหายคนเดียวของข้า..ข้าไม่เคยห่างจากเค้านานๆเลยซักครั้ง" ร่างเล็กก้มหน้าลง ทำเสียงเศร้า

"เจ้ากำลังทำให้ข้าหึงนะ องค์หญิง" ร่างสูงพลิกตัวร่างเล็กให้หันมาประจันหน้าแต่ก็ยังไม่ปล่อยให้ร่างเล็กหลุดออกจากอ้อมแขนไปไหน
ใบหน้าหวานสบตาร่างสูงที่จับจ้องอยู่ไม่ห่าง ..สายตาคมที่มองลงมาด้วยความหึงหวง ..สายตาที่แม้แต่เพื่อนที่โตมาด้วยกันก็ไม่เคยเห็น

"ฝ่าบาทหึงหม่อมชั้นกับชางมินเหรอเพคะ" องค์หญิงน้อยเคียงคอทำตาแป๋วมองด้วยความงุนงง..
"ใช่..ข้าหึงเจ้ากับชางมิน" ร่างสูงตีสีหน้าเรียบเฉย ทั้งๆที่กำลังใจเต้นไปกับใบหน้าอันไร้เดียงสาของร่างเล็ก...

สีหน้าเรียบเฉยขององค์ชายทำให้ร่างเล็กรู้สึกหวั่นๆในใจ ...สีหน้าเหมือนกับเมื่อครั้งแรกที่เจอกัน
มือเล็กยกขึ้นจับเสื้อของร่างสูงทำหน้าเว้าวอน ...ริมฝีปากบางเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
"องค์ชายก็รู้..หม่อมชั้นรักแต่องค์ชายคนเดียวนะเพคะ...หม่อมชั้นไม่เคยมีใครให้ใครอื่นซักหน่อย"

วาจาและท่าทางน่ารักๆนั้น ทำให้ร่างสูงเผลอยิ้มกว้างออกมาด้วยความเอ็นดู ..
มือหนาเชยคางร่างเล็กขึ้นมา ก่อนจะประทับจูบลงไปที่หน้าผากมนอย่างอ่อนโยน..
"ข้ารู้องค์หญิง..ข้าก็รักเจ้าเช่นกัน"
สายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักถูกทอดมองลงมา ทำให้ร่างเล็กต้องหลบตาด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ..

ใบหน้าคมเลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จมูกโด่งไล้กับแก้มใสอย่างนิ่มนวล ริมฝีปากหนากระซิบลงที่ข้างหูอย่างแผ่วเบา
"ข้าจะรักเจ้า..จะรักแต่เจ้าตลอดไป องค์หญิงของข้า"

...องค์ชายคลี่ยิ้มให้ร่างเล็กอย่างอ่อนโยน พลางประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากเล็กอย่างอ่อนโยน...

.... ข้าจะรัก จะปกป้องเจ้า จะอยู่เคียงข้างเจ้า จากนี้ และตลอดไป ....


......ตำนานรักอันแสนหวานของกษัตริย์หนุ่มและองค์หญิงผู้เลอโฉมจะถูกจดจำไปชั่วนิรันดร์......

############ END #############


อ๋า..จบแล้ว (น้ำตาไหลพราก ด้วยความดีใจ)
ผมรู้สึกว่าตอนนี้ยาวที่สุดเท่าที่แต่งมาเลยนะคับเนี่ย T__T
ปลาบปลื้มใจยิ่งนี้ที่จบลงได้ (ยังร้องไห้ไม่เลิก)

เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงด้วยประการนี้ ...แฮปปี้กันทุกคนเนอะ ^^
(แอบปลื้มลูกสาวในชุดเจ้าสาว...อ๊ากกก สวยโคตรๆ // จิ้นเอง 555+)

ขอบคุณทุกคนอีกครั้งนะคับผม ที่ติดตามมาถึงตอนจบนี้ ขอบคุณมากๆ ขอบคุณจิงๆ ค้าบ >/ll\<

แล้วติดตามผลงานอื่นๆของผมด้วยน้าค้าบผม .... มิกเซีย ไฟต์ติ้ง ~~~~

[Past 10]

ที่ริมลำธารเล็กๆในป่าท้ายเมืองดงบังชินกิ...สถานที่อันเงียบสงบและเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่แสนจะร่มรื่น...
เด็กชายตัวเล็กที่มีใบหน้างดงามราวกับเด็กหญิงนั่งกอดเข่าอยู่คนเดียวเงียบๆ ...สายตาเหม่อมองไปไกล....

"มาอยู่ที่นี่เองแจจุง!...ข้าตามหาซะแทบแย่"
เด็กชายอีกคนหนึ่งที่ตัวโตกว่าเล็กน้อยทรุดตัวลงนั่งข้างๆ พลางเอามือโบกพัดไปมาตรงหน้า เพื่อระบายความร้อน...
"อยู่ๆเจ้าก็หายออกมาแบบเนี้ย...ข้ากับองค์ชายตามหาซะแทบแย่..... กลับกันเถอะ เดี๋ยวท่านอาจารย์จะดุเอา"
มือหนาฉุดมือเล็กจะดึงให้ลุกขึ้น แต่ก็ต้องชะงักด้วยความแปลกใจ เมื่อถูกสะบัดออกอย่างแรง...
"ข้าไม่ไป!!!...เจ้าไปคนเดียวเถอะยุนโฮ....ข้าไม่ฝึกแล้ว!... วิชาบ้าบออะไรนั่น...ไม่เห็นมันจะเก่งขึ้นตรงไหนเลย...ฮึกก!!!"
เด็กชายแจจุงตะโกนเสียงดัง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ ....

... ไม่ว่าเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะพยายามมากเท่าใด แต่ก็ไม่สามารถจะแข็งแกร่งขึ้นได้เลย ...
คนอ่อนแอเช่นเขา ไม่สมควรจะเกิดมาเป็นลูกของนักรบเคียงบัลลังค์เลยซักนิด......
...วิชาการต่อสู้นั้น ไม่ว่าจะสู้กับใคร กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็แพ้มาโดยตลอด ...
... เจ้าน่ะ มีดีก็แค่วิชาเวทมนตร์กระจอกๆ เท่านั้นแหละ แจจุง!! ...

"อย่าร้องไห้สิแจจุง...เจ้าไม่ได้เป็นคนขี้ขลาดแบบนี้สักหน่อย" เด็กชายยุนโฮลูบหลังเล็กเบาๆ ...
"ข้าไม่ได้ขี้ขลาด ยุนโฮ!!...เพียงแต่ข้าพยายามแล้ว ... แต่ว่า ... ไม่ว่าเมื่อไหร่ข้าก็ทำไม่ได้ ทำไม่ได้เลยซักที!
....ฮึ่กก!!.. ข้าเหนื่อย ข้าเหนื่อย ... ข้าจะไม่พยายามอีกต่อไปแล้ว ข้าไม่เรียนแล้ว ... ฮืออออ"
ร่างเล็กตะโกนพลางร่ำไห้ .... ทำเอาเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆต้องรีบปลอบ ...

"ใจเย็นๆสิแจจุง ... ถึงเจ้าจะไม่ถนัดเรื่องการต่อสู้ ... แต่ว่า วิชาเวทมนตร์แล้ว เจ้าเก่งยิ่งกว่าใคร...
อย่าลืมสิ..เจ้าน่ะ ได้เป็นที่หนึ่งของชั้นปีในวิชาเวทมนตร์เชียวนะ..."
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับวิชาการต่อสู้ด้วยเล่า~~เจ้าบ้า" ร่างเล็กที่นั่งฟังอีกฝ่ายพูดทั้งน้ำตาแหวใส่...

"ฟังนะแจจุง...คนเราน่ะ มีความถนัดในแต่ละเรื่องแตกต่างกันไป...จริงอยู่ที่เจ้าไม่ถนัดเรื่องการต่อสู้..
แต่ด้านเวทแล้ว เจ้าก็เป็นที่หนึ่งไม่เคยเป็นรองใคร.......ก็เหมือนกันกับข้านั่นแหละ ถึงข้าจะถนัดเรื่องการต่อสู้
....แต่ข้าก็ไม่เอาไหนเลยในเรื่องการใช้เวท ... จนต้องให้เจ้ากับองค์ชายช่วยข้าบ่อยๆ " เด็กหนุ่มว่าพลางยิ้มบางๆ
"และถ้ามันเป็นแบบนี้...เราจะมากังวลกับเรื่องที่เราทำไม่ได้อยู่ทำไมล่ะ...
เรามาพัฒนาในสิ่งที่เราถนัดอยู่แล้ว ให้ดียิ่งขึ้นกว่านี้ไม่ดีกว่าเหรอ ... ใช่ไหมแจจุง"


ร่างเล็กนิ่งคิดซักพักแล้วหันมาสบตาคนตรงหน้า "...ข้าเพิ่งรู้ ว่าเจ้าก็พูดอะไรมีสาระกับเค้าเป็นเหมือนกันนะยุนโฮ..."
"...นักรบที่ดีน่ะ ต่อให้เก่งซักแค่ไหน แต่ถ้าบาดเจ็บไป ก็แย่เอาได้เหมือนกัน ...
เพราะฉะนั้น ถึงต้องมีฝ่ายเวทคอยช่วยรักษาและเป็นกำลังเสริมให้ อยู่ด้านหลังเมื่อนักรบบาดเจ็บ
... ไม่เคยได้ยินเหรอที่เค้าว่ากันว่า 'นักรบกับจอมเวทเป็นของคู่กันในการทำศึกสงคราม' น่ะ " ยุนโฮเอ่ยถาม

"ไม่เห็นเคยได้ยินเลย .............. แต่ว่านะ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ข้าจะเป็นฝ่ายเวทคอยรักษาเจ้ากับองค์ชายเอง
.... แต่......ถ้าเป็นอย่างนั้น ใครจะคอยปกป้องข้ากันล่ะ ... ข้าน่ะไม่เก่งเรื่องการต่อสู้เลยซักนิด ~~ตายไปจะทำยังไง"

"...ข้าจะปกป้องเจ้าเองแจจุง..."
ข้าจะปกป้องเจ้า ... จากนี้ ... และตลอดไป ....

.
.
.
.

ราวกับคำสัญญาในอดีต...
แจจุงตัวน้อยที่เติบใหญ่มาเป็นพ่อมดขาวจอมเวทอันดับหนึ่งกำลังร่ายมนตร์รักษาบาดแผลให้แม่ทัพหนุ่มที่บาดเจ็บสาหัส...
... ข้าจะเป็นฝ่ายเวทคอยรักษาเจ้ากับองค์ชายเอง ...
ใบหน้าหวานที่ซีดเซียวลงทุกทีๆ ... ริมฝีปากบางที่คอยเอ่ยวาจากวนประสาทใครต่อใครขบเม้มแน่นด้วยความกังวล....
สีหน้าที่มุ่งมันของแจจุงนั่น ทำเอาคนที่เฝ้ามองดูรู้สึกตื้นตันในหัวใจ ... ชีวิตของข้าสำคัญเพียงนั้นเชียวรึ แจจุง
... มือหนาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดยกขึ้นมาลูบไล้ใบหน้าหวานอย่างเบามือ ...
"พอเถอะแจจุง...ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว" แม่ทัพหนุ่มพูดพลางคลี่ยิ้มให้อย่างอ่อนแรง
"แต่บาดแผลของเจ้ายังไม่หายดีนะยุนโฮ...ให้ข้ารักษาต่อเถอะ"
พ่อมดขาวขอร้อง แต่ก็ต้องหยุดชะงัก... เมื่ออยู่ๆ ยุนโฮก็ค่อยๆลุกขึ้นนั่ง พลางกุมมือเขาไว้ ...
"... ข้าดีใจจริงๆที่เจ้าเป็นห่วงข้า ... ข้าดีใจจริงๆแจจุง ..."
"นี่เจ้ามัวพูดอะไรน่ะ...นอนลงเดี๋ยวนี้นะ ข้าจะรักษาต่อ"
พ่อมดขาวทำเป็นโวยวายเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในหัวใจ...

ร่างสูงรั้งร่างเล็กเข้ามากอดแนบอก พลางกระซิบเสียงเบาที่ข้างหู ...
"ข้ารักเจ้านะแจจุง ... รักมาก รักมากเหลือเกิน"
ถ้อยคำบอกรักอันแสนหวาน ทำให้แทบจะลืมบรรยากาศของสนามรบที่อยู่รอบตัว...
ใบหน้าหวานซบลงที่อกแกร่ง .... พลางคลี่ยิ้มเบาๆ
"ยุนโฮ ... เจ้าอยากฟังไหม คำตอบของข้า ที่เจ้ารอคอยอยู่"
"อยากฟังสิ ... อยากฟังมากเลย"
"ข้า................."


"ฟึ่บ!!!!"
"อ๊ากกกกกก!!!!!"
เสียงกรีดร้องดังขึ้นโดยที่ไม่ทันตั้งตัว...ร่างเล็กที่ใบหน้าหวานเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยเลือดที่สาดกระเซ็น
ไออุ่นที่กอดไว้ยังไม่จางหาย...แต่ร่างของอีกฝ่ายที่กอดเขาไว้นั้นกลับมีเลือดไหลทะลักออกมาจากปลายมีดที่ทะลุออกมาทางด้านหน้า

ทหารคังอินที่ฟื้นคืนสติจากแรงกระแทกกับต้นไม้...คว้าดาบเข้าแทงแม่ทัพหนุ่มที่ไม่ทันระวังตัวจากทางด้านหลัง...
ร่างสูงกระอักเลือดออกมา พลางผลักร่างบางออกห่าง...ก่อนที่จะหันกลับมาสู้กับคังอิน ทั้งที่แรงยืนแทบจะไม่มีเหลือ...

เสียงดาบฟาดฟันกันดังไม่หยุดหย่อน...
แต่นั่นก็ไม่ทำให้ร่างบางกังวลใจได้เลย เมื่อเทียบกับเลือดที่ไหลทะลักออกจากบาดแผลของแม่ทัพหนุ่มราวกับสายน้ำไหล...
... ทุกจังหวะดาบที่ฟาดฟันลงไปนั้น เป็นผลให้บาดแผลที่ยังไม่สมานกันดีของแม่ทัพยุนโฮปริออก ...
เลือดไหลซึมไปทั่วบาดแผล ... ส่งผลให้ร่างสูงอ่อนแรงลงทุกทีๆ ....จนทำให้เกิดการเพลี่ยงพล้ำ....

"อ๊ากกกกกกกกกกก"
ดาบยาวของคังอินตวัดเข้าที่กลางลำตัวของแม่ทัพหนุ่ม ส่งผลให้ร่างสูงผงะเสียหลักลงไปนอนกับพื้น...
และก่อนที่คังอินจะตามไปซ้ำนั้น ... ร่างของเขาก็ถูกฟันขาดเป็นสองท่อนเสียก่อน โดยองค์ชายมิกกี้ที่เข้ามาช่วยเหลือ...

ร่างเล็กรีบคลานเข้าไปพยุงร่างสูงไว้ในอ้อมแขน...พลางร่ายมนตร์รักษาให้ราวกับคนบ้า...
เลือดสดๆที่ไหลทะลักจากบาดแผลของร่างสูงนั้น ไม่ได้ลดลงเลย...กลับจะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
"ฮึกกก!!!....เจ้าอย่าเป็นอะไรไปนะยุนโฮ... ฮึกกก!!!.... เจ้าต้องอยู่กับข้า....เจ้าต้องคอยปกป้องข้าสิ!!!!!"

ดวงตาเรียวเฝ้าจับจ้องใบหน้าหวานอย่างอ่อนแรง ... ริมฝีปากหนาไม่สามารถแม้จะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดๆได้...
..... ข้าอยากได้ยิน ..... อยากได้ยินคำตอบจากปากของเจ้าเหลือเกินแจจุง .....
มือหนายกขึ้นมากุมมือของร่างเล็กเอาไว้อย่างแผ่วเบา พลางทอดสายตามองคนตรงหน้า ....

... เสียงร่ำไห้และใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา เป็นสิ่งสุดท้ายที่แม่ทัพหนุ่มจะได้เห็นบนโลกนี้ ...
....... ขอโทษนะแจจุง .... ขอโทษที่ทำให้เจ้าเสียใจ .... ข้าไม่อาจปกป้องเจ้าได้ ... ข้าขอโทษจริงๆ ..........

.
.
.
.
.
.
.
.
.

"ชางมิน...ข้าอยากไปเที่ยวข้างนอกจัง"
"ไม่ได้นะฝ่าบาท...เดี๋ยวพระองค์จะต้องไปฝึกไวโอลินนะกระหม่อม"
"แต่ข้าอยากไปเที่ยวนี่นา...พาข้าไปนะ ชางมิน ... นะนะ"
"โธ่ องค์หญิง....อย่าดื้อสิกระหม่อม"
"พาข้าไปเถอะนะชางมิน....นะนะน้าาาาา"
"................"
"ก็ได้กระหม่อม...... นี่หม่อมชั้นจะเคยขัดใจพระองค์ได้บ้างไหมนะ"
"เย้! ดีใจจัง .... ข้ารักชางมินที่สุดเลยยยย"


รัก....
ความรักของท่านกับของข้ามันต่างกันนะองค์หญิง...

แพขนตาหนาค่อยๆปรือขึ้น...พลางปรับสภาพเพื่อรับแสงที่สาดเข้ามาอย่างช้าๆ
ภาพเบื้องหน้าเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ที่การตกแต่งดูคุ้นเคยอย่างหน้าประหลาด...
ร่างสูงค่อยๆทรงตัวขึ้นนั่งพลางมองไปรอบๆ ................................... ที่นี่คือสวรรค์รึไงกันนะ
ชายหนุ่มขยับตัวพิงเข้ากับหัวเตียง ... ความเจ็บปวดจากบาดแผลที่หน้าอกแล่นเข้ามาสู่ห้วงความรู้สึก
... นี่ไม่ใช่สวรรค์ .... นี่ไม่ใช่ความฝัน ........... แต่ว่า ตัวข้าตายไปแล้วไม่ใช่รึ ....

ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้คิดอะไรฟุ้งซ่านขึ้นมานั้น ... ประตูบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกเสียก่อน
ตามเข้ามาด้วยร่างเล็กในความฝัน ที่ทำหน้าตาประหลาดใจ ก่อนคลี่ยิ้มออกมาด้วยความยินดี...
"ชางมิน!!...เจ้าฟื้นแล้ว!!!" องค์หญิงซีอาคลี่ยิ้มกว้าง พลางกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปกอดสหายรัก...
"ข้าดีใจ..ดีใจที่สุดเลยชางมิน...ข้านึกว่าเจ้าจะไม่ฟื้นแล้วซะอีก.... ฮือออ" องค์หญิงน้อยพูดรำพันพลางร่ำไห้
"อ่าาา...องค์หญิง...กระหม่อมเจ็บ เจ็บแผลกระหม่อม" องค์รักษ์หนุ่มพูดด้วยความยากลำบาก...ก็องค์หญิงกอดเค้าแน่นขนาดนั้น
"อ๊าา..ขอโทษนะชางมิน.....ข้าดีใจเกินไปหน่อย......แต่ว่าข้าดีใจจริงๆนะที่เจ้าฟื้น ดีใจจริงๆ"
ร่างเล็กคลายอ้อมกอดออก ก่อนจะผละมากุมมือร่างสูงเอาไว้ ... เผยรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า ....

"หม่อมชั้นตายไปแล้วไม่ใช่เหรอฝ่าบาท...แล้วทำไม..." ก่อนที่ชางมินจะพูดจบ องค์หญิงก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อน...
"...แหวนอัคนี..... องค์ชายใช้แหวนอัคนีช่วยชุบชีวิตเจ้า...."

....แหวนอัคนี แหวนประจำราชวงค์โทโฮชินกิ ที่มีอำนาจพิเศษสามารถชุบชีวิตคนตายได้....
....ของบรรณาการที่องค์หญิงนำมามอบให้กษัตริย์มิกกี้ในพิธีต้อนรับ....

"ของสำคัญแบบนั้น...ฝ่าบาทเอามาช่วยคนอย่างกระหม่อมทำไมกัน" ร่างสูงทำสีหน้าเศร้า...
...คนที่มีสายเลือดแห่งความชั่วเช่นเขา ... ไม่มีค่าพอแม้แต่จะเทียบกับแหวนล้ำค่าเช่นนั้น ...
"คนอย่างเจ้า...คนแบบไหนกันชางมิน..... เจ้าเป็นเพื่อนรักของข้านะ ...
ข้าไม่มีวันปล่อยให้เจ้าตายไปต่อหน้าต่อตา....ทั้งๆที่มีทางที่จะช่วยเหลืออย่างนั้นหรอก"
องค์หญิงกุมมือชายหนุ่มไว้พลางบีบเบาๆ
"เรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของเจ้า...ข้ารู้ดีว่าที่เจ้าทำไปทุกอย่างก็เพื่อข้า...เพื่อบ้านเมืองของเรา"
กระแสรับสั่งอันอ่อนโยนกับสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย ทำให้องค์รักษ์หนุ่มรู้สึกซาบซึ้ง...
"แต่แหวนนั่น..."
"เจ้าเลิกพูดเรื่องแหวนซักทีเถอะชางมิน....ทั้งข้าและองค์ชายไม่รู้สึกเสียดายมันซักนิด..."
องค์หญิงพูดเสียงแข็ง ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนสีหน้าที่แสดงถึงความเจ็บปวดและโศกเศร้า ...

"จะเสียดายก็เพียงแต่.......มันใช้ชุบชีวิตคน...ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น..."

.
.
.
.

อีกทางด้านหนึ่งของพระราชวัง...
องค์ชายมิกกี้นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาเงียบๆ...
ห่างออกไปนั้นปรากฏร่างใหญ่ของชายคนหนึ่งที่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลนอนหลับไหลไม่ได้สติอยู่บนเตียง...

"แจ....แจจุง....แจจุงอาา...."
เสียงพึมพำที่หลุดออกจากปากร่างสูงทำให้องค์ชายต้องลุกขึ้นเดินไปดูด้วยความเป็นห่วง...

เปลือกตาหนาค่อยๆลืมขึ้น...ภาพแรกที่เขาเห็นหวังว่าจะเป็นใบหน้าหวานที่เฝ้าถวิลหา...
แต่ภาพตรงหน้ากลับเป็นองค์ชายมิกกี้ สหายผู้สูงศักดิ์ ...
"ฝ่าบาท..." ร่างสูงจะขยับตัวทำความเคารพ แต่บาดเจ็บที่ร่างกายนั้นไม่อาจจะทำตามที่ใจต้องการได้...
"ไม่เป็นไรยุนโฮ....ข้าที่ดีใจนะ ที่เจ้าปลอดภัย" กษัตริย์หนุ่มคลี่ยิ้มบางๆ แต่ก็ไม่อาจปิดบังสายตาอันโศกเศร้าไว้ได้...
"ฝ่าบาท...ทำไมพระพักตร์ถึงเป็นเช่นนั้น.......แล้ว...แล้วแจจุงล่ะพะยะค่ะ.....แจจุงไปไหนกัน"
แม่ทัพหนุ่มเอ่ยถามอีกฝ่าย ถามถึงคนที่เค้าต้องการจะเจอที่สุดในตอนนี้ ....

องค์ชายทำสีหน้าลำบากใจ ... ร่างสูงเดินไปที่หน้าต่างทอดสายตาเหม่อมองไปไกล พลางตรัสออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"แจจุงจากพวกเราไปเสียแล้ว..... จากไป ... อย่างไม่มีวันกลับมา...."

ถ้อยคำที่เปล่งออกมานั้นทำให้คนฟังนั่งงันราวกับต้องคำสาป ....... จากไป..อย่างไม่มีวันกลับมา
"หมะ...หมายความว่ายังไงกันฝ่าบาท .... จากไปอย่างไม่มีวันกลับมา..."
"เพื่อช่วยเหลือเจ้าแล้ว....แจจุงยอมสละพลังทั้งหมดเพื่อชุบชีวิตเจ้าขึ้นมาอีกครั้ง....
เขาใช้เวทต้องห้าม..ชุบชีวิตเจ้าขึ้นมา...... ทำทั้งๆที่รู้ว่า...จะต้องแลกมาด้วยความตายของตัวเอง..."

เหมือนโดนของแข็งทุบเข้าที่หัวอย่างรุนแรง....แม่ทัพหนุ่มนั่งนิ่งขึง ในหัวใจรู้สึกว่างเปล่า ...
ความรู้สึกสูญเสีย .... จะไม่มีอีกแล้ว ใบหน้าหวานกับถ้อยคำกวนๆ
... ไม่มีอีกแล้ว ตัวป่วนที่คอยทำตัววุ่นวายอยู่ใกล้ๆ
... ไม่มีอีกแล้ว สหายรักที่รู้ใจกันยิ่งกว่าใครๆ
... ไม่มีอีกแล้ว ... ไม่มีอีกแล้ว ... จะไม่มีเจ้าอีกแล้วใช่ไหม แจจุง ....

..... ข้ายังไม่ได้ฟังคำตอบของเจ้าเลยนะ แจจุง .....
.... ทำไมถึงทำแบบนี้ ....
.... ให้ข้ามีชีวิตอยู่ โดยแลกมาด้วยความตายของเจ้า ....
... ถ้าจะต้องเป็นแบบนี้ ปล่อยข้าตายไปซะ ยังจะดีกว่า ...

หยาดน้ำตาไหลซึมออกมาจากดวงตาเรียวเล็ก ...
แม่ทัพหนุ่มผู้ไม่เคยร้องไห้ให้ใคร .... กำลังร้องไห้อยู่ในใจเพียงลำพัง ....

#################### TBC



Fz* Do you Belive in Destiny ?? ... ... Junsu&Yuchun... Born 2 love ... ...Thx for your visit my blog ^^...
View full profile